[Kingsman Fanfic] The Dead Knight : Partner [Percilot]

Title : The Dead Knight Ch. 1 : Partner
Pairing :  Lancelot/Percival
Rate : PG 15


 

เช้าตรู่ของวันที่ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสวันหนึ่งในลอนดอน ชีวิตของผู้คนหลังจากผ่านพ้นวัน ‘V Day’ ซึ่งเป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญบางอย่างเกิดขึ้น แต่มีเพียงน้อยคนนักที่รู้ว่ามันคือวันที่ถูกกำหนดขึ้นโดยมีจุดประสงค์คือเพื่อให้มนุษย์ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และวันนี้ไม่ได้แตกต่างไปจากวันก่อนหน้าเท่าไรนัก ส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตปกติราวกับเหตุการณ์ร้ายแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อนผ่านมานานเกินกว่าจะจดจำ ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง อย่างที่มันควรจะเป็น

วันนี้หลังจากหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เพอร์ซิวัลก็ยังใช้ชีวิตตามปกติเช่นกัน ตื่นแต่เช้าตรู่ แต่งตัวตามปกติ ที่ไม่ปกติมีเพียงแค่บางสิ่งบางอย่างที่คอยกวนใจมาตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาได้รับภารกิจสุดท้ายจากเชสเตอร์ คิง หัวหน้าองค์กรสายลับคิงสแมนที่มีชื่อรหัสว่าอาเธอร์ โดยที่เขาและสายลับอีกหลายคนไม่ได้ฉุกคิดเลยแม้แต่น้อยว่าภารกิจครั้งนั้นจะเป็นการสละชีพอัศวิน หรือเรียกอีกอย่างว่ากำจัดคนที่ไม่เข้าพวกออกไปให้พ้นทางนั่นเอง

เพอร์ซิวัลมองตัวเองขยับเนคไทสีดำให้เข้าที่อยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ภายในบ้านพักสวัสดิการของพนักงานที่ถูกตกแต่งแบบเรียบง่ายเป็นบ้านที่เคยมีผู้อาศัยอยู่มากกว่าหนึ่งคน ความเคยชินจากการที่มีคนอยู่ด้วยมานาน เมื่อยามที่ต้องอยู่คนเดียว แม้บ้านพักขนาดไม่ใหญ่โตอะไรก็ดูกว้างไปถนัดตา เขากลัดกระดุมเสื้อสูทแล้วใช้มือรีดเสือชั้นนอกให้เรียบ แว่นตาที่เป็นอุปกรณ์สื่อสารของสายลับเหน็บอยู่ที่กระเป๋าเสื้อสูทตรงอกซ้ายถูกดึงขึ้นมาสวมไว้ ปุ่มสำหรับเปิดการทำงานของอุปกรณ์ยังไม่ได้ถูกเปิด เพอร์ซิวัลยั้งมือของตนไว้ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจหาคำตอบได้ อาจเป็นเพราะความคิดของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่กับภาพของชายหนุ่มในชุดสูทที่สะท้อนออกมาจากกระจกซักเท่าไรนัก สุดท้ายเขาก็ไม่ได้เปิดการทำงานของแว่นตาแต่กลับลดมือลงแล้วยืนนิ่ง ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนอย่างทุกวัน และเป็นเช่นนี้ตลอดกว่าครึ่งเดือนที่ผ่านมา

 

V Day

เรื่องแปลกอย่างหนึ่งของภารกิจล่าสุดที่ได้รับนั่นคือนี่เป็นงานที่ไม่เหมือนกับภารกิจเลยแม้แต่น้อย เพอร์ซิวัลบ่นพึมพำในใจ เขาได้รับคำสั่งจากอาเธอร์ให้มาที่นี่เพื่อจับตาดู ‘อะไรบางอย่าง’ ที่ห้างแห่งหนึ่งในกลาสโกว์ ‘อะไรบางอย่าง’ ที่ไม่เฉพาะเจาะจงว่าคืออะไร ไม่มีรายละเอียดว่าเกี่ยวข้องกับงานไหน ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนนี้เองที่รบกวนจิตใจอยู่ตลอดเวลา เขาได้แต่นั่งถอนหายใจ เปลี่ยนหน้านิตยสารท้องถิ่นหน้าแล้วหน้าเล่า มองแก้วที่กาแฟหายไปเกินครึ่ง แล้วเหลือบมองไปที่ร้านเยื้องไปทางฝั่งตรงข้าม เป็นร้านขายมือถือและอุปกรณ์ต่างๆไม่ใหญ่มากนักซึ่งจนถึงตอนนี้ก็มีลูกค้าเดินเข้ามาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนเหล่านี้มารับซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือที่ยังคงแจกฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายจากเศรษฐีผู้ใจบุญแห่งยุค ริชมอนด์ วาเลนไทน์

ที่น่าสงสัยคือทำไมเขาถึงต้องเสียเวลามานั่งดูคนต่อแถวรับซิมการ์ดอยู่หลายชั่วโมงโดยที่ไม่มีอะไรผิดสังเกตเลยแม้แต่นิดเดียว เขาคิดไปเรื่อยเปื่อยอย่างเช่นหวังว่าคงจะไม่ใช่การปล้นซิมแบบงี่เง่าของโจรกระจอกซักคนหรือมีระเบิดเวลาอยู่ในร้านซึ่งก็คงพอจะทำให้น่าสนใจอยู่บ้าง

เพอร์ซิวัลขยับตัวอย่างอึดอัดแล้วถอนหายใจอีกจนนับครั้งไม่ได้ เขาเคาะนิ้วลงบนหน้านิตยสารที่ถูกเปิดวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาเพื่อหวังว่าจะมีคำสั่งมาใหม่ที่ชัดเจนต่อภารกิจมากกว่านี้ การที่เอาแต่นั่งรอจนผ่านมาครึ่งค่อนวันก็ยังไม่มีการติดต่อมาทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

เคยมีหลายคนบอกว่าการทำงานกับเขายุ่งยากและจริงจังเกินไป เป็นเพราะเพอร์ซิวัลไม่ใช่คนประเภทที่ทำงานเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตแต่กลับไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนมากพอจนทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เขาต้องรู้ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับภารกิจเพื่อวางแผนการทำงาน ทุกขั้นตอนจะต้องถูกคำนวณมาอย่างดีและเป็นระบบอยู่เสมอ การปฏิบัติงานให้ตรงตามขั้นตอนต่างๆนั้นสำหรับเขาแล้ว ถือเป็นสิ่งที่สำคัญพอๆกับการทำงานให้สำเร็จลุล่วง และนั่นก็ทำให้ไม่เคยมีครั้งใดที่แผนการณ์ของเขาจะก่อให้เกิดความผิดพลาด

จู่ๆโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างแก้วกาแฟก็สั่นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง มีใครบางคนกำลังโทรหาแต่เพอร์ซิวัลไม่ได้รับสาย เขานั่งตัวตรง ตาเขม็งมองไปข้างหน้า จังหวะที่เขากำลังลุกขึ้นยืนก็มีบางอย่างพุ่งมาจากด้านหลังแล้วฟาดลงบนโต๊ะเต็มแรง แก้วกาแฟหล่นลงแตกกระจาย หน้าจอโทรศัพท์มือถือแตกร้าวตามแรงกระแทก เขาหลบได้อย่างเฉียดฉิวพร้อมกับล้วงปืนออกจากซองที่ซ่อนอยู่ในเสื้อสูทแล้วเล็งไปที่ชายคนที่เพิ่งทำมือถือของเขาพังจนไม่เหลือชิ้นดี กระสุนหนึ่งนัดเจาะเข้าที่ลำคอของชายผู้เคราะห์ร้ายจนล้มลงไปนอนนิ่งอยู่กับพื้น

เพอร์ซิวัลเบี่ยงตัวหลบหญิงร่างใหญ่วัยกลางคนที่พุ่งถลาเข้าใส่จากด้านหลัง โชคไม่ดีที่เธอคว้าคอเสื้อของเขาไว้ได้แล้วเหวี่ยงจนตัวกระเด็นไปกระแทกกับกองถังเหล็กหน้าร้านดอกไม้ เขายิงสวนกลับทันทีแล้วรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มรัวกระสุนใส่ผู้คนที่กำลังบ้าคลั่งและเริ่มทำร้ายกันเองอย่างควบคุมไม่ได้ หลังจากใช้กระสุนจนหมดไม่เหลือแม้แต่นัดเดียว เพอร์ซิวัลดึงมีดสั้นออกจากที่ซ่อนใต้แขนเสื้อขึ้นมาเตรียมพร้อมไว้ ภายใต้ใบหน้าเงียบขรึมเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือด แววตาที่มองผู้คนกำลังเข่นฆ่ากันอย่างเอาเป็นเอาตายนั้นช่างเย็นชาแต่แตกต่างกับความคิดภายในโดยสิ้นเชิง

การที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้นั้นยังไม่แย่เท่ากับการควบคุมความต้องการของตนเองไม่ได้ เพอร์ซิวัลคิดอย่างนั้นจริงๆเมื่อแน่ใจว่าเขาไม่สามารถหยุดตัวเองจากความคิดอยากจะฆ่าผู้อื่นที่อยู่รอบๆตัวได้เลย ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความคิดเพียงซักเล็กน้อยที่ห้ามเขาไว้ มีแต่ความต้องการทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม

‘ฉัน…ฉันหยุดมันไม่ได้ ทำไม่ได้….’

เพอร์ซิวัลวิ่งเข้าใส่กลุ่มคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด มือขวาดึงศีรษะชายร่างท้วมคนหนึ่งที่กำลังล็อกคอหญิงสาว มีดในมือซ้ายเสียบที่ขมับของชายคนนั้นจนมิดด้าม เมื่อมีดถูกดึงออก เลือดจำนวนมากก็พุ่งออกมาทันทีจนชายคนนั้นล้มลงไปพร้อมหญิงสาวที่ถูกรัดคอจนขาดใจตายคามือ เขาสะบัดเลือดออกจากมีดแล้วพุ่งตัวเข้าไปเสียบหลังชายจรจัดคนหนึ่งที่โดนต่อยแล้วเซถลามาทางเขา หลบไม่พ้นท่อเหล็กที่ฟาดเข้าที่หลังในเวลาเดียวกันแต่ก็ยังเหวี่ยงมีดกลับไปปักที่กลางลำตัวของใครคนนั้นแล้วกระชากออกจนเลือดสาดกระจายเต็มตัว มีชายหญิงสามหรือสี่คนกระโดดเข้ามาจากด้านข้างแล้วจับตัวเขาไว้จนล้มลงไปกองที่พื้น เพอร์ซิวัลพยายามดิ้นให้หลุดเมื่อเห็นหญิงชราเลือดโชกคนหนึ่งถือขวดเบียร์เดินเข้ามาใกล้และกำลังเงื้อมือฟาดลงมาที่เขา

ความมืดบดบังอยู่ชั่วครู่หนึ่งที่เขาหลับตา เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าหญิงชราพลาดเป้า เศษแก้วอยู่เฉียดจากใบหน้าออกไปเพียงไม่กี่เซนเท่านั้น อาจเป็นเพราะอายุที่มากขึ้นทำให้มือของเธอสั่นหรืออะไรก็ตามแต่ เพอร์ซิวัลพยายามดันตัวเองให้ถอยออกมาแล้วกระโดดกลับขึ้นไปทับกลุ่มคนที่พยายามล็อกตัวเขา มีดในมือถูกกระชับให้มั่นและปาดคอทุกคนอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันหญิงชราตรงหน้าก็ร้องขึ้นมาอย่างโหยหวนพร้อมกับมีใบมีดใหญ่พุ่งออกมาจากกลางอก ขวดเบียร์ที่แตกจนเหลือแต่คอขวดตกลงบนพื้น เพอร์ซิวัลรีบใช้แขนเสื้อเช็ดเลือดที่สาดใส่ใบหน้าออกไป แต่รอยเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่บนแว่นก็บดบังวิสัยทัศน์เสียส่วนใหญ่ ทำให้เขาต้องถอดแว่นทิ้งไปเพื่อให้สามารถมองเห็นชายหัวล้านร่างอ้วนหนวดเครารุงรังถือมีดขนาดยักษ์กำลังมุ่งมาที่เขา

ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะเข้ามาถึงตัว จู่ๆเขาก็หยุดกะทันหันแล้วมองมาทางเพอร์ซิวัลราวกับไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น พอๆกับเพอร์ซิวัลเองซึ่งดูเหมือนจะได้สติกลับคืนมากำลังมองดูมีดเปื้อนเลือดในมือของตน เขามองไปรอบๆเห็นคนเจ็บและคนตายกระจายไปตามที่ต่างๆ ยังมีอีกหลายคนที่ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากเขาและกำลังเริ่มตื่นตระหนกกับภาพที่เห็น

เสียงร้องครวญครางดังขึ้นมาทางด้านหลังทำให้เพอร์ซิวัลหันกลับไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนอนร้องด้วยความเจ็บปวด ดูเหมือนว่าขาของเธอจะหักจนเห็นกระดูกที่แตกโผล่พ้นเนื้อออกมาเขาจึงรีบเข้าไปดูอาการแล้วบอกให้เธอนอนอยู่นิ่งๆในท่าเดิม

“อย่าเพิ่งขยับตัวนะครับ ผมจะรีบเรียกรถพยาบา–“

ยังไม่ทันจบคำสุดท้าย เพอร์ซิวัลก็เซจนเกือบล้มไปตามแรงหมัดที่ปะทะเข้าที่ใบหน้า เธอชกเขาจนเต็มแรงและพยายามจะเข้ามาทำร้ายอีกครั้ง แต่ก็ยังช้ากว่ามีดที่ยังกระชับแน่นอยู่ในมือของเพอร์ซิวัลที่ฝังกลางอกจนเกือบมิด และซ้ำจุดเดิมอีกหลายครั้งจนอีกฝ่ายแน่นิ่งไป

เพอร์ซิวัลลุกขึ้นยืน มือกำด้ามมีดจนแน่น เลือดหยดจากปลายมีดคมกริบไหลเป็นทาง เขาในตอนนี้หลงเหลือแค่แววตาที่เยือกเย็นและแข็งกร้าว เพียงชั่วครู่เท่านั้นที่ได้สติกลับคืนมาแต่ทว่าก็ขาดจากการควบคุมแทบจะในทันที

“ให้ตายเถอะแฮร์รี่ เอ็กซี่ ทำอะไรกันอยู่นะ”

ใครบางคนกำลังยืนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตลอด รู้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงสาเหตุแท้จริงของเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นที่นี่

 

•••••••••••••••••••••••••••

 

ย้อนกลับไปในอีกดินแดนหนึ่ง ณ โลกแห่งความตาย หลังจากที่จิตวิญญาณของเจมส์ สเปนเซอร์ หรือในชื่อรหัสว่า ลานสล็อต ได้พบกับแฮร์รี่ ฮาร์ท ที่ถูกสังหารโดยริชมอนด์ วาเลนไทน์ เขาได้อธิบายเรื่องราวต่างๆรวมทั้งสภาพการณ์ที่แฮร์รี่กำลังเผชิญอยู่ได้เพียงแค่คร่าวๆ เนื่องจากเพื่อนเก่าของเขาคนนี้ค่อนข้างเป็นกังวลกับสิ่งที่วาเลนไทน์กำลังจะทำในช่วงเวลาอันใกล้ พวกเขาจึงตัดสินใจไปหาอาเธอร์ หัวหน้าองค์กรสายลับคิงสแมน ซึ่งทำให้ได้รู้ความจริงว่าอาเธอร์หักหลังและต้องการกำจัดสายลับที่เหลือทั้งหมด รวมถึงเอ็กซี่ เด็กฝึกหัดสายลับที่แฮร์รี่เป็นคนเสนอชื่อให้เข้าทดสอบงานอีกด้วย นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องทิ้งแฮร์รี่ไว้ให้อยู่ช่วยเอ็กซี่เพียงลำพัง และมุ่งหน้าออกตามหาคนๆหนึ่ง

 

•••••••••••••••••••••••••••

 

ลานสล็อตตามหาคนที่ต้องการจนเจอในที่สุด แต่เมื่อดูจากสภาพในตอนนี้ก็ทำให้น่าหนักใจไม่ต่างจากสถานการณ์ที่ทั้งแฮร์รี่และเอ็กซี่ต้องเผชิญอยู่เช่นกัน เพราะถึงแม้จะได้ข้อมูลซึ่งไม่ชัดเจนนักจากอาเธอร์และต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะรู้ตำแหน่งที่แน่นอน การสังหารหมู่ก็เริ่มขึ้นแล้ว อย่างเร็วที่สุดเขาทำได้แค่ช่วยป้องกันไม่ให้เพอร์ซิวัลถูกหญิงชราผู้น่าสงสารใช้ขวดตีเข้าที่ศีรษะเท่านั้นเอง

…เว้นเสียแต่หมัดเมื่อครู่นั่นเร็วเกินกว่าจะช่วยได้ทันจริงๆ

ลานสล็อตมองรอยแดงช้ำบนใบหน้า มีรอยข่วนเส้นเล็กๆหลายเส้นลึกพอจะทำให้เลือดซึมออกมา เขาเอื้อมมือขึ้นลูบเบาๆ รู้ทั้งรู้ว่าเพอร์ซิวัลคงไม่สามารถรับรู้ถึงสัมผัสอ่อนโยนนั้นได้

“ดันใส่แหวนซะอีก บ้าจริง”

 

•••••••••••••••••••••••••••

 

เหล่าผู้คนที่กำลังคลุ้มคลั่งและความโกลาหลยังคงดำเนินต่อไป สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงกว่าเดิมเมื่อลานสล็อตเริ่มรู้สึกว่าตนเองอ่อนกำลังลงเรื่อยๆเพราะเสียพลังไปไม่น้อยกับการช่วยเพอร์ซิวัล แต่ถึงจะป้องกันได้เป็นส่วนมาก จำนวนคนที่เข้ามากลับไม่ได้ลดลงเลย จนถึงตอนนี้เพอซิวัลเองก็เริ่มหอบหายใจหนักเหมือนใกล้จะหมดแรง เวลาให้หยุดพักไม่มีมากนักเมื่อเขาเห็นชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สามคนกำลังพุ่งมาหา หนึ่งในนั้นถือไม้เบสบอลอยู่ในมือ

โชคไม่ดีที่หลังจากหลบหมัดของชายคนแรกมาได้ ความอ่อนล้าทำให้เขามองไม่เห็นไม้เบสบอลที่หวดมาจากทางด้านหลัง ฟาดเข้าที่ไหล่ซ้ายจนทำให้เสียหลักล้มลงกับพื้น เพอร์ซิวัลรู้สึกชาไปทั้งแขน มือกุมหัวไหล่ด้วยความเจ็บปวด

อันที่จริงถ้าลานสล็อตยังเหลือพลังมากพอก็คงจะสามารถเบี่ยงทิศทางของไม้นั้นออกไปได้ เขาได้แต่เจ็บใจที่รู้ว่าตนเองไร้ประโยชน์และไม่สามารถช่วยอีกฝ่ายจนทำให้ต้องได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่กำลังมองมือที่ไร้พลังของตนเองสลับกับชายที่ถือไม้เบสบอลคนนั้น เขาก็คิดอะไรขึ้นได้บางอย่าง

“ผมคงช่วยอะไรมากไม่ได้แล้ว คงต้องให้คุณหลับตอนนี้เลย”

เพอร์ซิวัลเงยหน้าขึ้นมองเงาดำที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนเอง ภาพสุดท้ายที่เห็นคือชายร่างใหญ่เงื้อไม้ฟาดลงมา แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็มืดดับไป

 

•••••••••••••••••••••••••••

 

 

กลิ่นของสถานที่ที่คุ้นเคยรวมทั้งเสียงของอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆที่ทำงานอยู่ข้างๆทำให้เริ่มรู้สึกตัว เพอร์ซิวัลลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เปลือกตาทั้งสองข้างหนักอึ้ง เขายกมือขวาที่มีสายน้ำเกลือขึ้นเล็กน้อยเพื่อรับรู้ถึงน้ำหนักของมัน และทำให้เข้าใจได้ว่าตนเองกำลังอยู่ที่ไหน ความเจ็บปวดยังระบมไปทั่วตัว ที่หนักที่สุดคงเป็นอาการปวดหัวที่กระตุ้นทำให้ต้องลืมตาตื่นขึ้นมา

“ในที่สุดก็ฟื้นซักที”

เสียงนี้ที่คุ้นเคย เพอร์ซิวัลหันไปทางต้นเสียงแล้วพูดด้วยเสียงแหบแห้ง “ผมอยู่ที่สำนักงานใหญ่เหรอ เมอร์ลิน”

“ใช่แล้ว” เมอร์ลินตอบพลางยิ้มน้อยๆ “พวกเราเป็นห่วงคุณมากนะ ร็อกซี่กับเอ็กซี่เพิ่งมาเยี่ยมคุณแล้วออกไปได้ครู่เดียวเอง”

“ผมมาที่นี่ได้ยังไงครับ จำได้ว่า….” เพอร์ซิวัลเงียบไปพักหนึ่ง พยายามนึกถึงสิ่งที่ตนเองกำลังจะพูดถึง แต่ดูเหมือนอาการปวดศีรษะจะเป็นอุปสรรคอยู่ไม่น้อย

“เราไปรับคุณตามสัญญาณขอความช่วยเหลือที่คุณส่งมา จำได้มั้ย” 

“ผม…เป็นคนส่ง..เหรอ”

“ใช่ ไม่แปลกหรอกที่คุณจำบางเรื่องไม่ได้ ศีรษะของคุณได้รับความกระทบกระเทือนในระดับนึงซึ่งผมก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน แต่ดูจากอาการของคุณในตอนนี้ก็ถือว่าดีกว่าที่คิดนะ”

“ดีกว่าที่คิด?” เพอร์ซิวัลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ผมนอนมานานแค่ไหนแล้ว”

“สองอาทิตย์” เมอร์ลินตอบเรียบๆ มองสีหน้าตกใจของอีกฝ่ายราวกับคาดเดาไว้ก่อนแล้ว “จนเราคิดว่าคุณอาจจะไม่ยอมตื่นขึ้นมาซะอีก”

จากประสบการณ์การประสบอุบัติเหตุอันเนื่องจากการทำงานที่ผ่านๆมา เพอร์ซิวัลยอมรับว่ามีพลาดพลั้งบาดเจ็บหนักอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับครั้งนี้ เมื่อดูจากสภาพร่างกายที่มีแค่บาดแผลเพียงเล็กน้อย การนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่สองอาทิตย์เต็มๆแล้วตื่นขึ้นมาโดยที่ร่างกายไม่ได้เป็นอะไรมากนั้นถือเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับเขาทีเดียว

“แล้วคนอื่นๆล่ะครับ ปลอดภัยหรือเปล่า” เพอร์ซิวัลนึกถึงการประชุมครั้งสุดท้ายกับอาเธอร์ สายลับอีกหลายคนถูกส่งออกไปเพื่อปฏิบัติภารกิจเดี่ยวเช่นเดียวกับเขาซึ่งก็คงจะเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ต่างกัน

“ก็ปลอดภัยกันดี มีเจ็บเล็กๆน้อยๆ ยกเว้นบอร์สที่เจ็บหนักกว่าใครเพื่อน แต่ก็..ไม่มีใครหลับนานเท่าคุณนะ” พูดจบทั้งสองคนก็หัวเราะเบาๆออกมาพร้อมกัน

ความรู้สึกโล่งใจหลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมาได้นั้นอยู่เพียงชั่วครู่ เพราะยังมีบางสิ่งที่รบกวนจิตใจของเขา เพอร์ซิวัลถอนหายใจยาวก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจนเมอร์ลินรู้สึกแปลกใจ

“เมอร์ลิน…คนที่ผมฆ่าไป…”

“คุณควรจะพักผ่อนให้เต็มที่นะ” เมอร์ลินรีบตัดบททันควัน “สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณในตอนนี้คือรีบรักษาตัวให้หายดีต่างหาก แล้วเรื่องอื่นเราค่อยมาว่ากันทีหลัง”

เพอร์ซิวัลยอมฟังแต่โดยดี เวลาแบบนี้อาจจะยังไม่เหมาะสำหรับคำถามที่คำตอบจะนำความลำบากใจมาให้ทั้งสองฝ่าย ถึงแม้ว่าเขาจะทั้งอยากรู้และไม่อยากรู้ในเวลาเดียวกันก็ตาม

เมอร์ลินก้มมองข้อมูลจากคลิปบอร์ดในมืออย่างคร่าวๆแล้วเอ่ยขึ้น “เอาล่ะ เดี๋ยวผมต้องไปแล้ว ผมจะให้เวลาพักฟื้นอีกราวๆสองอาทิตย์นะ มีอะไรหลายๆอย่างที่พวกเราต้องจัดการให้เรียบร้อย โดยเฉพาะเรื่องงานศพเป็นอันดับแรก”

“งานศพงั้นเหรอ..ของใครครับ?”

“ของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เราสูญเสียไปจากเหตุการณ์นี้” เมอร์ลินปิดหน้าจอคลิปบอร์ดแล้วลดแขนลงข้างตัว “รวมทั้งกาลาฮัดและลานสล็อต…เอ่อ..คนก่อนด้วย”

เพอร์ซิวัลยันตัวขึ้นลุกกึ่งนั่ง ดวงตาเบิกกว้าง ขยับปากไปมาราวกับมีคำถามเป็นล้านที่ต้องการคำตอบ “ยังไง….คุณเจอ..พวกเขาเหรอ?”

“ใช่ เราเข้าไปตรวจสอบทุกสถานที่ที่วาเลนไทน์เป็นเจ้าของแล้วก็เจอพวกเขาอยู่ในที่ๆนึง” เขาทำมือบอกให้เพอร์ซิวัลนอนลงแล้วพูดต่อ “เราต้องขอบคุณวาเลนไทน์เรื่องนี้นะ อย่างน้อยหมอนั่นก็ยังทำเรื่องดีๆบ้างอย่างเก็บร่างของเพื่อนเราไว้ แถมแช่เย็นไว้ให้อยู่ในสภาพดีเลยล่ะ”

“งานศพมีเมื่อไหร่ครับ” เพอร์ซิวัลมีสีหน้าผ่อนคลายมากขึ้นจนอีกฝ่ายสังเกตได้

“ก็คงช่วงสิ้นเดือนน่ะ” เมอร์ลินตอบ “มีเวลาอีกสองอาทิตย์ก็พักผ่อนให้เต็มที่นะ ผมต้องไปจริงๆแล้ว คงกวนแค่นี้ล่ะ”

เมอร์ลินยิ้มให้แล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป เพอร์ซิวัลถอนหายใจยาวอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่ได้เป็นเพราะความกังวลใจ เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกหลังจากที่ได้ยินเมอร์ลินบอกว่าพบร่างของลานสล็อต หลังจากวันที่ต้องสูญเสียคู่หูไปอย่างไม่มีวันกลับ ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย เขายังมีบางสิ่งที่เก็บไว้ในใจที่ต้องการจะบอก ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว และนี่จะเป็นคำลาครั้งสุดท้ายจากเขา

 

Partner : End


 

 

ทดลองใช้บล็อกจ๊ะ

ซึ่งเหมือนกับย้อนไปใช้ Exteen อีกครั้งเลย – -”’

งมวิธีการใช้งานกันอีกรอบ

ก็งมกันต่อไปจ๊ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s