[Kingsman Fanfic] Turn back Time [HartWin]

Title : Turn back Time
Pairing :  Harry/Eggsy
Rate : G


 

 

ดวงตาหนึ่งคู่กับดวงตาหนึ่งข้างประสานสบกัน ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันและกันอยู่ชั่วขณะจนกระทั่งแววตาของฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนไป จากการมองด้วยสายตาปกติค่อยๆเปลี่ยนเป็นเบิกกว้าง ดวงตาสีเขียวอมฟ้าเป็นประกายวาววับจนมากเกินกว่าปกติ เพราะภาพสะท้อนในดวงตาเป็นภาพที่เขาไม่คาดคิดว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้เห็นอีกครั้ง

 

“ฮะ…แฮร์รี่”

 

ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยนามอย่างไม่มั่นใจ และนั่นทำให้ผู้ฟังตอบกลับพร้อมยิ้มบางๆที่มุมปากทั้งสองข้าง

 

“ว่าไง เอ็กซี่”

 

“คุณ…ยังไม่..ตาย” เขาเกือบจะกลืนก้อนคำพูดกลับลงคอแต่ก็ฝืนพูดออกมาจนจบคำ เอ็กซี่เดินเข้าไปใกล้อีกนิด แต่มากพอจะสามารถสำรวจผู้ที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามได้อย่างชัดเจน

 

“ผมนึกว่าคุณ..ตายไปแล้ว…วันนั้นคุณ…ผมเห็น”

 

เอ็กซี่ไม่สามารถบังคับน้ำเสียงให้มั่นคงได้อีกต่อไป ไม่ใช่เป็นแต่เพียงแค่เสียงเท่านั้น ร่างกายของเขาก็กำลังสั่นไปทั้งตัว ไม่ใช่เพราะร้องไห้ แต่เป็นความรู้สึกท้วมท้นจนไม่สามารถบรรยายได้ว่าตื่นเต้นหรือดีใจ หรือมีอะไรที่มากเกินกว่านั้น

 

“ฉันตายไปแล้ว..ตอนนั้น แต่ตอนนี้” แฮร์รี่เป็นฝ่ายขยับเข้ามาบ้าง เขาวางมือลงบนแขนทั้งสองข้างของเอ็กซี่แล้วถูขึ้นลงเล็กน้อยราวกับกำลังปลอบประโลม “ตอนนี้ฉันกำลังยืนต่อหน้าเธอและยังมีชีวิตอยู่ดี ถึงจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม”

 

ความใกล้ชิดทำให้เอ็กซี่มองสำรวจได้ถนัดขึ้น และเห็นดวงตาข้างซ้ายภายใต้เลนส์แว่นสีชามีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ดูน่ากลัว เขาเอื้อมมือขึ้นไปแต่ชะงักนิ่งอยู่กลางทาง ใจหนึ่งอยากจะสัมผัสกับรอยแผลนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าอีกฝ่ายยังมีตัวตนอยู่จริง แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าจะเป็นเพียงจินตนาการที่จางหายไปเมื่อพยายามไขว่คว้าไว้กับตัว

แฮร์รี่จับมือที่เกือบจะถอยหลังกลับเอาไว้ มืออีกข้างถอดแว่นตาสีชาออกแล้วดึงมือนั้นวางนาบไว้ที่แผลเป็น เขารู้สึกได้ว่ามือของเอ็กซี่กำลังสั่นและดูกล้าๆกลัวๆจึงวางมือของตนทาบทับลงไปอีกที

 

“ไม่ต้องกลัว มันไม่เจ็บอย่างที่เห็นหรอก”

 

“ผมไม่ได้กังวลเรื่องนั้น” สายตาของเอ็กซี่ยังคงวูบไปไหวมาเพื่อสำรวจให้ทั่วใบหน้า “ผมกลัวว่ามันจะไม่ใช่เรื่องจริง”

 

“ที่เธอจับอยู่นี่ยังไม่ใช่เรื่องจริงอีกหรือ” แฮร์รี่หัวเราะเบาๆ “งั้นฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงให้เธอเชื่อแล้ว”

 

“แต่ตอนนั้นมีรายงานจากเมอร์ลินยืนยันว่าคุณตายแล้วจริงๆ พวกเรายังไปร่วมงานศพคุณอยู่เลย”

 

“รายงานนั่นว่าเกินจริงไปมากเลยนะ” เขาหัวเราะในลำคอหลังจบประโยค “ฉันไม่ได้บอกให้เมอร์ลินแต่งเรื่องถึงขนาดนั้น แต่เขาเป็นคนจริงจังเธอก็รู้ ยิ่งเรื่องการปลอมแปลงรายงานเป็นเรื่องที่เขาถนัดและออกจะชื่นชอบมากทีเดียว”

 

“ถ้ากลับไปผมต้องเอาคืนแน่” เอ็กซี่พูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อมากกว่าจะหมายความตามที่พูดจริงๆ มือของเขาหายสั่นแล้ว และตอนนี้เขาใช้มือนั้นลูบเบาๆไปมาที่รอยแผลเป็น

 

“แล้วระหว่างนั้นคุณไปอยู่ที่ไหนมา รักษาตัวยังไง ใช้ชีวิตอยู่ยังไง..”

 

“ใจเย็นๆเอ็กซี่ ให้ฉันตอบทีละคำถามดีมั้ย”

 

แฮร์รี่ดูใจเย็นและผ่อนคลายกว่าตอนแรกๆที่พวกเขาพบและได้รู้จักกัน ไม่มีการวางมาดเป็นสุภาพบุรุษมากนัก สีหน้าไม่ค่อยแสดงอารมณ์อย่างเคยไม่มีให้เห็นอีกแล้ว เขายิ้มและหัวเราะ จนยิ่งดูเหมือนไม่ใช่เรื่องจริงมากขึ้นไปอีก

 

“อย่างแรก ฉันไม่ได้ไปไหนไกลหรอก แต่พักรักษาตัวอยู่ที่สถานพักฟื้นซึ่งอยู่ในที่ที่ค่อนข้างเป็นความลับเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด”

 

“เป็นความลับถึงขนาดบอกผมไม่ได้เลยเหรอว่าคุณยังมีชีวิตอยู่” แววตาของชายหนุ่มหมองลงในทันทีจนแฮร์รี่จับมือที่วางแนบใบหน้าแน่นขึ้น เขาหลับตาลงแล้วถอนหายใจบางเบา ขุดรื้อเรื่องราวในคราวนั้นกลับขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง

 

“นั่นก็ไม่ใช่ความต้องการของฉันซะทีเดียว เพราะอย่างนั้นฉันจึงตอบเธอไม่ได้ว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนี้” แฮร์รี่ตอบในที่สุด “ถึงฉันจะเป็นสายลับมานานและคิดว่าน่าจะมีสิทธิ์มีเสียงอยู่บ้าง แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งของผู้บริหารระดับสูงได้”

 

“หมายความว่าเขาสั่งให้เก็บเรื่องที่คุณยังมีชีวิตอยู่เป็นความลับงั้นเหรอ”

 

ต่อให้เป็นเรื่องที่ฟังจากปากของแฮร์รี่โดยตรง เอ็กซี่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะทำความเข้าใจอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ผู้บริหารระดับสูงที่แฮร์รี่อ้างถึงคือใครกัน ทำไมถึงมีสิทธิ์มีอำนาจในการควบคุมความลับของชีวิตคนๆหนึ่ง หรืออาจจะคนทั้งองค์กรได้ถึงเพียงนี้

 

โดยเฉพาะกับคนๆนี้ คนที่มีความสำคัญสำหรับเขามากที่สุด

 

“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อสุดท้ายคุณก็ต้องออกมาเจอผู้คนอยู่ดี ผมไม่เข้าใจเลย เขาจะปิดเป็นความลับทำไม”

 

“ไม่รู้สิ” แฮร์รี่ส่ายศีรษะช้าๆ “อาจเป็นเหตุผลเดียวกับที่ฉันเก็บข้อมูลไว้ในฮาร์ดดิสก์แล้วไม่บอกรหัสผ่านกับใครละมั้ง”

 

“แต่คุณบอกผม” นั่นพอจะทำให้เอ็กซี่เปลี่ยนอารมณ์ได้ “ทำไมถึงบอกผมแต่ไม่บอกเมอร์ลินล่ะ”

 

เขาไม่ได้รับคำตอบผ่านทางวาจาแต่ด้วยแววตาอันอ่อนโยน เอ็กซี่ไม่อาจแน่ใจได้ว่าภาพสะท้อนของตัวเขาในแววตาของแฮร์รี่นั้นมีความหมายมากไปกว่าที่ปรากฏให้เห็นหรือไม่ แต่ใบหน้าที่ดูมีชีวิตชีวาในยามที่พูดถึงเขา ห่วงใยในตัวเขา หรือกำลังคิดถึงเรื่องของเขา ก็ทำให้อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้

ริมฝีปากยกยิ้มกว้าง รอยยิ้มของแฮร์รี่ดูมีเสน่ห์เสมอเมื่อเขายิ้มอย่างเต็มที่  ใบหน้านั้นเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆพอๆกับหัวใจของเอ็กซี่ที่กำลังเต้นระส่ำอยู่ในอก ร่างกายเกร็งขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจเมื่อปลายจมูกห่างกันแค่ระยะให้สัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน เขาหลับตาลง รับรู้ถึงร่างกายที่กำลังสั่นเทิ้มของตนเอง ซึ่งมากเสียจนเหมือนกำลังถูกเขย่าให้โยกคลอนไปทั้งตัว

“แทรอน!”

เสียงไม่คุ้นหูแทรกเข้ามาในระหว่างกำลังเคลิบเคลิ้มกับบรรยากาศแสนหวาน เอ็กซี่จึ๊กปากอย่างขัดใจแต่ฝืนตาลืมขึ้นดูว่าใครเป็นคนส่งเสียงเรียกขัดจังหวะ แต่แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้เขาต้องแปลกใจ

คนที่ยืนอยู่ต่อหน้าไม่ใช่แฮร์รี่อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งซึ่งสวมหมวกแก๊ปสีดำกำลังเขย่าตัวเขาอย่างแรง ชายคนนั้นค้อมตัวลงมองผ่านแว่นตาแล้วเรียกซ้ำอีกครั้ง

 

“อะไรน่ะแทรอน เธอหลับกลางกองอีกแล้วเรอะ?” 

 

“หา?”

 

คนถูกเรียกยังคงมึนงงและสับสน แทรอนคือใคร หมายถึงเขางั้นหรือ?

 

“ท่าทางจะยังไม่ตื่นดีสินะ” เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาท่ามกลางชายหญิงอีกสองสามคนที่ยืนหัวเราะอยู่ด้านหลัง “ตื่นได้แล้ว คิวต่อไปเธอต้องเข้าฉากกับมาร์คและโซฟี ไปเตรียมตัวซะ แล้วก็…เช็ดน้ำลายด้วย”

 

แทรอนดีดตัวขึ้นนั่งตัวตรงเมื่อพบว่าตนเองเผลอหลับพังพาบคอหักคาเก้าอี้กองถ่ายด้วยความอ่อนเพลีย เขาหันไปมองซ้ายมองขวา สภาพโดยรอบดูวุ่นวายไปหมด ฉากที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ อุปกรณ์ประกอบฉากหลากหลายประเภท กล้องขนาดเล็กและใหญ่วางตั้งไว้ตามตำแหน่งต่างๆ ทีมงานหลายชีวิตกำลังวิ่งไปมาเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการถ่ายทำ รวมถึงบรรดานักแสดงที่คุ้นหน้าคุ้นตากำลังเตรียมตัวเพื่อเข้าฉาก

 

“แล้วแฮร์รี่…เอ้ย…โคลินล่ะครับ” แทรอนถามทีมงานผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินถือแก้วกาแฟมาให้เขา

 

“ละเมออะไรของเธอ” ชายใส่แว่นสวมหมวกยังไม่ทันหันหลังกลับพูดขึ้นเมื่อได้ยินแทรอนถามอย่างนั้น “แฮร์รี่ตายไปตั้งแต่ภาคแรกแล้ว โคลินจะมาได้ยังไง”

 

“ไม่จริง….” แทรอนพูดเสียงเครือ “ภาคแรกเขายังไม่ตายซักหน่อย”

 

“เขาตายแล้ว”

 

“ไม่!” เสียงของแทรอนเริ่มเปลี่ยนระดับเป็นดังขึ้นกว่าเดิม เขาลุกขึ้นยืนแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงรวดร้าว “วาเลนไทน์หลับตายิงแฮร์รี่ เขาต้องหลบได้อยู่แล้ว”

 

“แฮร์รี่ตายแล้ว”

 

“มุมกล้องมันไม่ได้บอกชัดๆว่าเขาตาย เขาอาจจะหลบแล้วกระสุนเฉียดไปโดนตาหรือถากข้างๆหัวก็ได้”

 

“แฮร์รี่ตายแล้วจริงๆ”

 

“เลือดพุ่งออกข้างหลังนั่นก็เป็นเลือดจากแผลที่ถากโดนแน่ๆ”

 

“แฮร์รี่ ตาย สนิท เลย แทรอน” ชายคนนั้นยืนยันคำเดิมซ้ำหลายครั้งอย่างใจเย็น “ฉันรู้ว่าเธอเสียใจ แฮร์รี่จะไม่กลับมา โคลินจะไม่กลับมา”

 

“ม่ายยยยยยยยยย”

 

แทรอนส่งเสียงร้องโหยหวนจนคนทั้งกองถ่ายหันมามอง ชายสวมหมวกคนนั้นหัวเราะอย่างเบิกบานแล้วหันหลังเดินไปหาตากล้องที่ประจำตำแหน่งห่างออกไปไม่ไกลนัก

ทีมงานหญิงผู้ถือแก้วกาแฟยืนรอมาซักพักยื่นแก้วในมือให้เขา “กาแฟซักแก้วนะแทรอน เธอจะได้สดชื่นขึ้น”

 

“ผมไม่ต้องการกาแฟ! ผมต้องการแฮร์รี่! ผมต้องการโคลินนนนนน”

 

เสียงคร่ำครวญของแทรอนยังคงอยู่ไปอีกยาวนานตราบเท่าที่การเข้าฉากในค่ำคืนนี้ยังไม่สิ้นสุดลง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนในกองเท่าไรนักเพราะทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าอาการของเขาจะกำเริบทุกครั้งเมื่อเผลอหลับในกองถ่าย และคนที่ดูสนุกสนานที่สุดในการปลุกแต่ละครั้งก็คือชายใส่แว่นสวมหมวกที่ชื่อ แมทธิว วอห์น ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องที่เขากำลังถ่ายทำอยู่นี่เอง

 

ใช่แล้ว….นี่ไม่ใช่ครั้งแรก……..

 

•••••••••••••••••••••••••••

 

ค่ำคืนนั้นแทรอนนอนไม่หลับ เขาเปิดแล็ปท็อปหมกมุ่นอยู่กับอะไรบางอย่าง โปรแกรมโฟโต้ช็อปถูกเปิดใช้งานอย่างลึกลับ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉีกยิ้มอย่างมีความหมาย

 

“ทุกคนจะต้องรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดของฉัน”

 

เขากดส่งข้อความพร้อมรูปภาพลงบนเว็บไซต์สาธารณะที่มีโลโก้เป็นรูปนกสีฟ้า

 

“ฉันจะไม่ยอมเจ็บอยู่คนเดียว”

 

A message from an old friend. 
#Kingsman

12985628_1008491972531582_7452326164140562192_n

 

•••••••••••••••••••••••••••

 

แค่รูปและข้อความเดียวก่อให้เกิดกระแสครั้งใหญ่ในคืนนั้น โดยแทรอนหารู้ไม่ว่าฉากต่อไปที่ต้องถ่ายทำในวันรุ่งขึ้น จะเป็นฉากที่เขาต้องถ่ายร่วมกับโคลิน เฟิร์ธ

 

แฮร์รี่ของเขากลับมาแล้ว

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s