[Kingsman Fanfic] Love Circle [HartWin]

Title : Love Circle
Pairing :  Harry/Eggsy
Rate : NC warning


 

 

ประตูห้องแต่งตัวเปิดออกพร้อมกับขายาวของร่างสูงในชุดกางเกงลายสก็อตสีเขียวก้าวเดินออกมาอย่างมั่นคง สูทสีเข้มตัวนอกปลิวสะบัดจากการหมุนตัวไปด้านหลังเพื่อหันไปมองคนที่เดินตามมาในชุดเครื่องแบบทหารบกแบบเต็มยศ มุมปากเผยอยิ้มน้อยๆแทนการโต้ตอบระหว่างกันและกัน แต่ดูท่าใบหน้าของผู้สูงวัยกว่าจะมีความพึงพอใจแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด

 

ชายหนุ่มท่าทางสง่างามราวกับสุภาพบุรุษชั้นสูงในชุดเครื่องแบบยิ้มพลางเลิกคิ้วเหมือนรู้ทันว่าอีกฝ่ายมีความเห็นต่อรูปลักษณ์ภายนอกของเขาอย่างไร เขาขยับเท้าเดินเข้าไปยืนเคียงข้างและผงกศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่าถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องออกเดินจากตรงนี้เสียที

 

โถงทางเดินเงียบสงบถูกรบกวนด้วยเสียงฝีเท้าของคนทั้งสองหลังจากเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้มีคนผู้คนมากมายเดินกันพลุกพล่านไปทั่วบริเวณเพื่อจัดเตรียมสถานที่ มีบางส่วนที่เตรียมงานอยู่ในห้องแต่งตัวที่คนทั้งสองเพิ่งเดินออกมาเมื่อครู่ ซึ่งงานหลักๆคือการแต่งองค์ทรงเครื่อง ‘เจ้าบ่าว’ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์พิเศษหลายชนิดไว้ที่ตัวเพื่อการบางอย่าง จนกระทั่งเมื่อการเตรียมงานทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ชายสูงวัยก็ขอเวลาเป็นส่วนตัวจากทีมงานในการตรวจสอบความเรียบร้อยกับเจ้าบ่าวอีกครั้งแล้วจึงค่อยพากันออกมาจากห้องเป็นคู่สุดท้าย

 

 “เครียดหรือเปล่า เอ็กซี่” เขาถามขึ้นโดยไม่หันไปมอง ไม่มีคำตอบจากชายหนุ่มในทันทีแต่ได้เสียงถอนหายใจเบาๆเป็นคำตอบแทน

 

“คุณพูดเล่นหรือเปล่า นี่มันงานแต่งงานของผมนะ จะไม่ให้เครียดได้ยังไง” คำตอบของเอ็กซี่เรียกเสียงหัวเราะของผู้ฟังได้เล็กน้อย แต่เขากลับไม่ค่อยรู้สึกตลกตามไปด้วยเท่าไรนักเพราะพิธีการกำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว สำหรับตัวเขาเองซึ่งไม่เคยผ่านงานเป็นทางการขนาดนี้มาก่อนก็ย่อมต้องกังวลเป็นเรื่องธรรมดา

 

“ไม่ต้องห่วงไปหรอก ถ้าเผื่อเกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมาจริงๆ มีคนของเรากระจายอยู่ตามที่ต่างๆคอยช่วยเหลือเธออยู่แล้ว”

 

“แฮร์รี่”

เอ็กซี่หยุดเดินแล้วเอี้ยวคอหันมามองด้วยสีหน้ายียวนประจำตัวของเขา “อย่างแรก นี่คืองานแต่งงานของราชวงศ์ และถ้านั่นยังไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าทำไมผมถึงกังวล อย่างที่สองคือ นี่คืองานแต่งงานครั้งแรกสำหรับผม”

 

“ฉันเข้าใจข้อแรกนะเอ็กซี่ แต่ ไม่ สำหรับข้อสอง” แฮร์รี่เม้มปากแล้วยักไหล่ “มันเป็นแค่ภารกิจ และไม่ใช่งานแต่งจริงๆเธอจะกังวลไปทำไม อย่างน้อยเจ้าหญิงทิลดีก็คงไม่คิดจะผูกมัดเธอจริงๆด้วยความสัมพันธ์แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว”

 

ย้อนกลับไปในเหตุการณ์หนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เอ็กซี่ยังจำเรื่องราวปฏิบัติการณ์ครั้งแรกของเขาได้อย่างแม่นยำ เรื่องในคราวนั้นจบลงด้วยดี โลกปลอดภัย ทุกคนปลอดภัย ที่ได้แถมมาคือความฝันสนุกๆของชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเจ้าหญิงตัวจริงซักครั้ง

 

แต่มันก็มีเพียงเท่านั้นจริงๆ

 

“อยากจะแซวก็แซวไป ผมชินแล้ว” คราวนี้เอ็กซี่เป็นฝ่ายยักไหล่กลับบ้าง เหตุเพราะเริ่มชินชากับเรื่องของเจ้าหญิงที่มักถูกนำมาพูดถึงจนกลายเป็นเรื่องตลกประจำวงสนทนาจนถึงทุกวันนี้ “ดีที่เจ้าหญิงไม่ทรงคิดเล็กคิดน้อย แถมยังให้ความร่วมมืออย่างดีกับเรื่องนี้อีกด้วย”

 

ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วส่งยิ้มแปลกๆให้จนคนถูกมองหันกลับมาสบตาตอบด้วยความสงสัย

 

“พนันกันว่าคุณไม่เคยทำเรื่องสนุกๆแบบผม ถูกไหม?”

 

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แอบแฝงความรู้สึกเหนือกว่าอยู่เป็นนัยต้องหุบหลังจากนั้นเมื่อฝ่ายที่ต้องการข่มกลับยิ้มตอบแบบเหนือยิ่งกว่า แฮร์รี่หยุดยืนขวางหน้าแล้วเอนตัวเข้าหาช้าๆ พูดด้วยเสียงเบาเมื่อโน้มเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบชิดกับใบหู น้ำเสียงแผ่วเบานั้นชวนฟังเสียจนอดใจระทึกไม่ได้

 

“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่เคย”

 

ลมหายใจเป่ารดอยู่ข้างหูจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า เอ็กซี่ผงะถอยเล็กน้อยแต่ยังไม่หลบสายตาที่เพ่งมองเหมือนมีจุดประสงค์ซ่อนเร้นภายใน ซึ่งที่จริงแล้วอาจไม่ได้เป็นเพราะหาญสู้สายตาของอัศวินระดับตำนานผู้ยิ่งใหญ่ขององค์กรสายลับผู้นี้ เพียงแต่ดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกายคู่นั้นแค่มีเสน่ห์ดึงดูดจนไม่สามารถละสายตาได้ก็เท่านั้นเอง

 

อาการนิ่งตะลึงฉุดตรึงเขาไว้ให้เผลอลืมชั่วขณะว่าอีกฝ่ายผ่านประสบการณ์ชีวิตมายาวนานกว่าเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับเวลาทั้งชีวิตของเขา ดังนั้นคงจะเป็นเรื่องแปลกมากกว่าถ้าสงสัยว่าแฮร์รี่ผ่านอะไรมาบ้าง ไปจนถึงผ่านใครมาแล้วกี่คน

 

สุดท้ายคนที่ยอมผละออกไปก่อนกลับเป็นแฮร์รี่เสียเองซึ่งเอ็กซี่มั่นใจว่าไม่ได้เป็นเพราะต้องการหลบสายตา เนื่องจากเขาเห็นอีกฝ่ายดึงชายแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นแล้วมองดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

 

“เรามีเวลาประมาณยี่สิบนาทีก่อนพิธีจะเริ่ม”

 

แฮร์รี่มองนาฬิกาแล้วทำท่าเหมือนกำลังคำนวณอะไรบางอย่างอยู่ในใจ เขาออกเดินนำอีกครั้งโดยมีเอ็กซี่เดินตามแบบงงๆเพราะยังไม่ทันปรับอารมณ์จากเรื่องเมื่อครู่ และได้แต่คิดว่าคนที่กำลังเดินนำหน้าคงต้องการแกล้งหยอกเล่นเหมือนปกติกระมัง

 

“ฉันว่าเธอควรแวะเข้าห้องน้ำด้วยนะ เพราะเดี๋ยวพอเริ่มแล้วเธอคงขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำกลางพิธีไม่ได้หรอก”

 

แฮร์รี่ชี้ทางข้างหน้าที่มีป้ายบอกชัดเจน แต่เอ็กซี่ปฏิเสธทันควัน

 

“แต่ผมไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำตอนนี้นี่” เขาตอบพลางส่ายหน้าเล็กน้อย ถึงจะรู้สึกตื่นเต้นและกังวล แต่ก็ไม่ได้มากถึงขั้นต้องเข้าห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์อย่างที่หลายๆคนมักเป็นกัน

 

เมื่อทั้งสองเดินมาจนถึงหน้าประตูห้องน้ำ ร่างสูงของแฮร์รี่ก็หยุดเดิน เขาถอดแว่นที่สวมอยู่เสียบไว้กับกระเป๋าเสื้อสูทตรงอกซ้ายข้างๆดอกคาร์เนชั่นสีขาวแล้วหันไปผลักประตูห้องน้ำออกแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จากนั้นก็ดึงแขนของเอ็กซี่ให้เข้าไปด้านในโดยไม่สนใจคำตอบปฏิเสธเมื่อซักครู่ของเขา ส่วนเอ็กซี่ซึ่งยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกกระชากไปตามแรงและกว่าจะรู้อีกทีก็เข้ามายืนอยู่ในห้องน้ำเรียบร้อยแล้วโดยมีแฮร์รี่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับเสียงปิดประตู และเสียงลงกลอนตามลำดับ

 

“แฮร์รี่ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาทำแบบนี้นะ” เขามองด้านข้างของคนที่มือข้างซ้ายกำลังยึดแขนของเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ในขณะที่มือขวาเพิ่งเสร็จธุระจากการล็อคประตูเพื่อกันคนภายนอกเข้ามาขัดจังหวะ

 

ถึงจะค้านออกไปแบบนั้น แต่แม้กระทั่งตอนที่ถูกดึงแขนกลับอีกครั้งจนหลังกระแทกเข้ากับบานประตูที่ปิดล็อค เขาก็ยังไม่รู้สึกว่าตนเองมีอาการต่อต้านเลยแม้แต่นิดเดียว เงาดำโน้มเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆจนเอ็กซี่เผลอหลับตาไปแว่บหนึ่ง พอลืมตาก็เห็นมือของแฮร์รี่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ตรงบริเวณกระดุมเสื้อเม็ดที่สอง

 

“คุณจะทำอะไร ปิดมันทำไมน่ะ”

 

เอ็กซี่พูดถึงอุปกรณ์สื่อสารแบบพิเศษที่ถูกติดตั้งไว้เพื่อการติดตามตัวและสอดแนมซึ่งเจ้าหน้าที่ขององค์กรนำมาติดให้ในระหว่างการแต่งตัว ที่จริงแล้วมีอุปกรณ์หลายชนิดติดอยู่ตามเครื่องแบบตลอดทั่วทั้งตัวของเขา แต่มีเพียงหนึ่งชิ้นที่สามารถบันทึกได้ทั้งภาพและเสียง นั่นก็คือชิ้นที่ติดอยู่กับกระดุมเสื้อของเขานั่นเอง

 

หลังจากอุปกรณ์ถูกปิด ภาพตรงหน้าก็เหมือนจะถูกทำให้ดับมืดตามไปด้วย

 

มือของร่างสูงรั้งเอวและใบหน้าเข้ามาชิดจนไร้ช่องว่าง ในขณะที่ร่างของชายหนุ่มถูกดันกลับไปจนหลังเกือบแนบสนิทกับบานประตู ตอนนี้ทั้งสองคนไม่ได้มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นมากนัก เพราะช่วงเวลาอันน้อยนิดบีบบังคับให้ต้องถือครองทุกนาทีให้มีค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“เราเหลือเวลาแค่…” แฮร์รี่คลายแรงกดริมฝีปากออกเล็กน้อยพลางยกข้อมือข้างซ้ายขึ้นตั้งใจจะดูนาฬิกา แต่เนื่องจากยังไม่ว่างหันไปเหมือนยังไม่อยากผละจากการคลอเคลียกับอีกฝ่ายจึงทำได้เพียงแค่เหลือบตามอง

 

“กี่นาที? …” เสียงเล็ดลอดออกมาจนฟังดูคล้ายเสียงครางเบาๆมากกว่าจะเป็นคำพูด เอ็กซี่สูดลมหายใจเข้าจนลึกหลังรู้สึกว่าตนเองขาดอากาศหายใจไประยะหนึ่งจากการกดจูบที่ยาวนาน และดูเหมือนว่าตัวเขาเองก็ยังไม่พอใจกับรสสัมผัสที่ถอยห่างออกไปเช่นกัน

 

“ประมาณสิบนาที”

 

คำตอบสั้นๆเพื่อไม่ให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แฮร์รี่ดันร่างของเอ็กซี่ให้แนบชิดยิ่งขึ้นด้วยมือขวาที่ยังเกาะเกี่ยวอยู่แถวเอวและไม่ปล่อยให้ริมฝีปากว่างเว้นช่วงนานเกินไป มือซ้ายปัดประตูห้องน้ำห้องเล็กๆที่อยู่ใกล้ที่สุดให้เปิดออก แล้วร่างทั้งสองก็แทบจะถลาเข้าไปภายในด้วยแรงขับของความต้องการซึ่งกันและกัน จนกระทั่งประตูของห้องนั้นปิดสนิทลง

 

 

“เมอร์ลิน เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้ายุ่งเชียว”

 

ใบหน้าขมวดยุ่งอย่างที่หญิงสาวกล่าวหันกลับมาแล้วทำสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ดูแล้วช่างขัดกับบรรยากาศโดยรอบจนหญิงสาวคนเดิมต้องรีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน

 

“เอ็กซี่ยังไม่มาเหรอคะ นี่ก็ใกล้เริ่มพิธีแล้วนี่นา”

 

“นั่นล่ะที่ทำให้ฉันหน้ายุ่งอยู่นี่ไง” เมอร์ลินใช้มือบีบที่หว่างคิ้วเบาๆเพื่อคลายความเครียด “เขาบอกเธอรึเปล่าว่าอยู่ที่ไหนน่ะร็อกซี่”

 

“ไม่เลยค่ะ ฉันเพิ่งกลับจากไปดูแผนงานของทางสเตทส์แมนมา ยังไม่ได้คุยกับใครในคิงสแมนเลยนอกจากคุณนี่ล่ะค่ะ”

 

ร็อกซี่ยืนมองเมอร์ลินส่ายศีรษะช้าๆเหมือนเอือมระอาเต็มทน นับวันเอ็กซี่ยิ่งเหมือนแฮร์รี่เข้าไปทุกที ลำพังถ้าเรื่องมันสมองและความสามารถของเขานั้นไม่มีปัญหา ยิ่งมีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถก็ยิ่งถูกลับให้เฉียบคมมากขึ้นจนเป็นหนึ่งในสายลับที่มีความเก่งกาจไม่แพ้ใคร จะมีก็แต่เรื่องความประพฤติเท่านั้นที่เกือบถอดแบบแฮร์รี่ออกมาจนแทบเรียกได้ว่าเป็นแฮร์รี่เบอร์สองเลยก็ว่าได้

 

 

ความร้อนภายในร่างกายได้ผ่อนคลายออกไปบ้างจากเครื่องแบบที่ถูกปลดกระดุมออกจนหมด ภายใต้ชุดนั้นมีมือกำลังไล่ลูบสัมผัสไปทั่วร่าง ก่อนจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่สะโพกแล้วจิกรั้งให้ร่างทั้งสองแนบสนิทกันยิ่งขึ้นอีกหลายครั้งหลายครา เอ็กซี่ดึงมือข้างหนึ่งของตัวเองออกเมื่อรู้ว่าเผลอขยำเสื้อสูทของอีกฝ่ายเต็มแรงจนเกิดเป็นรอยยับจางๆ แต่ไม่สามารถทนให้มือไร้ที่ยึดเหนี่ยวได้จึงทำแค่วางพิงกับผนังห้องด้านหนึ่งแล้วกำมือจนแน่นเพื่อเก็บกลั้นความรู้สึกที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเวลา

 

“เหลือ…กี่ ..นาที..?…”

 

แม้แต่แฮร์รี่ก็แทบจะควบคุมเสียงของตนเอาไว้ไม่ได้ และมือของเขาก็ไม่ว่างมากพอจะสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อทำอย่างอื่นนอกจากกอดอีกฝ่ายเอาไว้ให้แนบแน่น เอ็กซี่พยายามตั้งสติแล้วมองนาฬิกาที่แขนซ้ายถึงแม้ว่าจะทำได้ยากเต็มที แค่ต้องหักห้ามเสียงครวญครางของตัวเองก็รู้สึกเหมือนต้องใช้พลังมหาศาลมากพออยู่แล้ว

 

“บ้าชิบ!” เสียงดังของเขาหยุดทุกอย่างลงชั่วขณะ “แฮร์รี่ เราเหลือเวลาไม่ถึงสามนาที!”

 

คำพูดของเอ็กซี่คงจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาได้เป็นอย่างดีเพราะหลังจากพูดจบ อีกฝ่ายก็เหมือนจะยิ่งเร่งเร้าให้เร็วขึ้น รุนแรงขึ้นจนไม่สามารถหยุดได้อีกแล้ว มือข้างขวาที่เคยพึ่งผนังด้านหนึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวตอนนี้กลับต้านทานไม่ไหวและเลือกเสื้อกั๊กสีชมพูที่อยู่ต่อหน้าเป็นเป้าหมายต่อไป

 

อย่างน้อยถ้าเกิดยับขึ้นมาจริงๆก็ยังมีสูทชั้นนอกทับอยู่เพื่อไม่ให้คนอื่นมองเห็นได้ชัดเจน

 

“ฮะ แฮร์รี่….เดี๋ยว …เดี๋ยวก่อน…ยะ..หยุด…ก่อน” เสียงของเขาหลุดออกมาไม่เป็นคำเพราะโดนคั่นด้วยเสียงหอบหายใจเป็นระยะๆจนฟังไม่เป็นประโยค อย่าว่าแต่แฮร์รี่จะไม่ฟังหรือต่อให้ฟังก็ไม่รู้ว่าพูดอะไร แม้แต่ตัวเขาเองก็อาจไม่รู้ว่าเผลอพร่ำเพ้ออะไรออกไปบ้างในระหว่างนี้ก็เป็นได้

 

“แฮร์รี่!”

 

เอ็กซี่เหมือนได้สติอีกครั้งเมื่อเห็นอะไรบางอย่างตกลงสู่เบื้องล่าง เขาชี้ให้แฮร์รี่ดูของที่ว่าซึ่งดูจากท่าทางและคำตอบแล้ว ก็ชัดเจนว่าแฮร์รี่ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่นิดเดียว…

 

ว่าดอกคาร์เนชั่นสีขาวที่น่าสงสารหลุดหล่นจากอกเสื้อลงไปลอยคออยู่ในชักโครกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

เอ็กซี่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องที่น่าเก็บไว้ในความทรงจำอันแสนสวยงามว่าพวกเขาทำเวลาได้ดีกว่าที่คิดไว้ เพราะท้ายสุดแล้วเขายังเหลือเวลาอีกราวห้านาทีนอกเหนือจากสิบนาทีซึ่งแฮร์รี่กะเวลาเผื่อไว้เพื่อจัดแจงเสื้อผ้าและทรงผมให้เรียบร้อยดังเดิม เอ็กซี่เหลือบมองดอกคาร์เนชั่นสีขาวเป็นการไว้อาลัยก่อนจะรีบเร่งออกจากห้องน้ำแล้วตามไปสมทบกับเมอร์ลินให้เร็วที่สุดเท่าที่ขาจะพาวิ่งไปได้

 

….

 

ช่วงเวลาเลวร้ายผ่านไปได้ด้วยดี อย่างน้อยเมอร์ลินก็คิดแบบนั้น ตั้งแต่ทั้งเอ็กซี่และแฮร์รี่ปรากฏตัวในเวลาฉิวเฉียด เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้ายและพบว่าอุปกรณ์ทั้งหลายยังทำงานได้อย่างดีไม่มีชิ้นใดเสียหาย รวมถึงตอนที่เอ็กซี่เข้าร่วมพิธีได้ทันเวลา และสง่างามสมความตั้งใจ

 

“หายไปไหนกันมา” เมอร์ลินส่งสายตาตำหนิให้เล็กน้อยเมื่อแฮร์รี่เดินมายืนข้างๆในขณะที่ทุกคนกำลังรุมล้อมเช็คความเรียบร้อยของเอ็กซี่อย่างละเอียดอีกครั้งก่อนเข้าพิธี

 

“ไม่ได้ไปไหน ก็ตรวจเช็คสภาพทั่วไปอยู่แถวนั้นแหละ”

 

ไม่ได้มีน้ำเสียงสำนึกผิดเจือปนอยู่ตามเคย เมอร์ลินถอนหายใจสั้นๆและได้แต่ยอมทำใจ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด เพื่อนเก่าของเขาคนนี้ก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนนิสัยเลยแม้ซักเล็กน้อย หลังจบภารกิจคราวนี้เห็นทีจะต้องมีการพูดคุยกันอย่างจริงจังเรื่องระบบระเบียบในการทำงาน และแน่นอนว่าต้องรวมถึงการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สายลับคนอื่นๆด้วยเช่นกัน

 

เอาเข้าจริง คนอื่นที่ว่านั้น เขาก็ไม่ได้หมายถึงใครนอกจากเอ็กซี่นั่นเอง

 

“แล้วดอกไม้ที่อกเสื้อของคุณหายไปไหน?”

 

“อ้อ…” แฮร์รี่ทำท่านึกพอเป็นพิธีเหมือนไม่ได้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ

 

“ปล่อยลงน้ำไปแล้ว”

 

เมอร์ลินยกมือขึ้นปิดหน้า ได้แต่หวังว่านอกจากเรื่องนี้แล้วจะไม่มีเรื่องไหนมารบกวนจิตใจของเขาอีกจนจบวัน

 

 


 

ด่วน และ สั้น เหมือนเดิม (รีบเพราะกลัวโดนบอมบ์เรือทิ้ง 55)
ที่มาจากภาพปาปาในกองถ่ายภาคสองค่ะ ก็…รู้สึกว่ามันจะมีแนวโน้มเป็นงานแต่งของเอ็กซี่อยู่แต่ขอให้เป็นแบบนี้ได้ไหมจ๊ะแมทธิว.ว🙏

แต่โดยสัตย์จริงไม่เคยคิดจะแต่งคู่นี้ให้ NC เลย แค่แพ้เครื่องแบบเฉยๆแล้วเอ็กซี่ก็ดันใส่เครื่องแบบซะอีก เหมือนโดนจุดระเบิด…

เพิ่งรู้สึกว่าชอบมีประเด็นอะไรกับห้องน้ำก็ไม่รู้ มีอะไรๆ …..ก็….ไปลงที่ห้องน้ำอีกแล้ว😆

 

 

Advertisements

2 thoughts on “[Kingsman Fanfic] Love Circle [HartWin]

    1. ขอบคุณที่อ่านนะคะ ปีที่แล้วฮาร์ทวินเรือฉิวมาก ปีนี้ถ้ามีเวลาจะพยายามค่ะ^^

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s