[Dark Tales of London – shapeshifters AU FanFic] Scent

Title : Scent

Rate : G


 

 

“สารวัตรเฟย์…เข้ามาก่อนสิครับ”

 

มีความพยายามในน้ำเสียงซึ่งผู้ฟังสามารถสัมผัสได้ว่าผู้พูดต้องฝืนบังคับเสียงของตนให้เป็นปกติมากแค่ไหน ผิวหนังใต้ตาดำคล้ำบ่งชัดว่าเจ้าตัวคงอดหลับอดนอนมาหลายวัน เขาเดินนำเข้าไปในบ้าน มุ่งตรงไปยังห้องรับแขกด้วยท่าเดินประหลาดๆ ผายมือไปทางโซฟาแล้วบอกให้คนข้างหลังทำตัวตามสบายเหมือนอย่างเคย เพราะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ห้องรับแขกต้อนรับการมาถึงของแขกคนปัจจุบันซึ่งกำลังโน้มตัวลงนั่งบนโซฟาช้าๆ

 

“เอ่อ…เดี๋ยวผมชงชาให้ สารวัตรนั่งรอก่อนนะครับ”

 

“ครับ ขอบคุณมากคอร์ตนีย์”

 

ไมเคิล เฟย์ หรือที่อีกฝ่ายเรียกว่าสารวัตรยิ้มมุมปาก เขารู้ดีว่าคนที่ยืนเกาะขอบประตูอยู่ขณะนี้ทำงานอะไรจึงทำให้สภาพร่างกายเป็นดังเช่นที่เห็น แต่ทว่าจุดประสงค์ของเขานั้นไม่ได้เพื่อมาพบอัลเฟรด คอร์ตนีย์ แต่เป็นเจ้าของบ้านอีกคนหนึ่งต่างหาก ท่าทีหันซ้ายหันขวามองหาอะไรบางอย่างไปรอบๆบ้านทำให้อัลเฟรดตอบโดยไม่ต้องรอให้ถาม

 

“เมื่อกี้ผมเห็นเขาอยู่ในนี้นะครับ คงจะนอนคุดคู้อยู่ใกล้ๆกองหนังสือตรงไหนซักกองละมั้ง”

 

เขาพูดแล้วชี้มือกวาดไปทั่วห้องที่ตอนนี้มีหนังสือวางซ้อนกันเป็นตั้งสูงจากพื้นจำนวนหนึ่งเหมือนกำลังจะถูกจัดเรียงใหม่เพื่อเก็บเข้าชั้นหนังสือให้เป็นหมวดหมู่ เท่าที่มองดู คงเป็นเรื่องลำบากทีเดียวเมื่อต้องนำหนังสือที่ซื้อมาจัดเก็บรวมเข้ากับของเดิมที่มีอยู่ ยิ่งลองคำนวณดูว่าจะเก็บหนังสือใหม่ทั้งหมดเข้าตู้ได้อย่างไรในเมื่อจำนวนชั้นวางก็มีอยู่เท่าเดิม เพียงแค่เรื่องนี้ก็คงทำให้ปวดหัวอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

 

และดูจากสภาพห้องในตอนนี้ ไมเคิลคิดว่าเจ้าของกองหนังสือขนาดย่อมหลายกองอย่างดร.โทเบียส ฟอล์กเนอร์ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านอีกคนก็อาจจะกำลังตกอยู่ในสภาพอย่างที่ว่าก็เป็นได้

 

หลังจากอัลเฟรดขอตัวเข้าครัวเพื่อไปเตรียมชงชา จมูกไวต่อการรับรู้กลิ่นของเชปชิฟเตอร์ที่มีอีกร่างเป็นสุนัขของเขาก็เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ มีกลิ่นหลากหลายแบบลอยอบอวลภายในห้อง ไมเคิลยกขาหลบกองหนังสือเล็กๆใกล้กับปลายเท้า ก้าวข้ามอีกกองหนึ่งที่สูงเกือบเท่าเข่า มีกลิ่นคุ้นชินชัดเจนที่สุดอยู่ตรงช่องว่างข้างหน้า เขาค้อมตัวลงแล้วยื่นหน้าเข้าไปมองช่องว่างขนาดพอให้เด็กโตคนหนึ่งนั่งได้ และพบบางสิ่งอยู่ตรงนั้น

 

สิ่งมีชีวิตรูปร่างเพรียวบางขนสีดำกำลังนอนแผ่ตะแคงเหยียดยาวเต็มพื้นที่ว่าง เมื่อดวงตาสีเขียวอ่อนของมันหันมาสบตากับเขา ท่าทางผ่อนคลายเมื่อครู่ก็หยุดชะงักอย่างกะทันหัน ใบหูแหลมตั้งตรง รูม่านตาบีบจนเกือบเป็นเส้นบาง แม้จะมีท่าทีตื่นตัวอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ดูตระหนกตกใจเท่าไรนัก แถมกลับกันตรงที่เขารู้สึกเหมือนเป็นฝ่ายที่กำลังถูกสายตาคู่นั้นตรวจสอบด้วยซ้ำไป

 

กลิ่นประจำตัวลอยมาให้ได้สัมผัสเพียงเบาบางและยิ่งชัดขึ้นเมื่อขยับเข้าไปใกล้

 

ใช่แล้ว…กลิ่นของดอกไม้

 

“คุณหมอ?”

 

เปลือกตาภายใต้ขนสีเข้มกะพริบช้าๆ หูลู่ไปด้านข้างเล็กน้อยพร้อมกับส่งเสียงร้องเบาๆเหมือนคำตอบรับ

 

“เมี้ยว”

 

“คุณหมอฟอล์กเนอร์ใช่มั้ยครับ”

 

“แง้ว”

 

“คุณหมอ…จริงๆเหรอครับ”

 

“หง่าว”

 

ไมเคิลเอื้อมมือออกไปยกตัวเจ้าเหมียวขึ้นมาช้าๆและอุ้มมันไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะหันหลังเพื่อเดินกลับไปที่โซฟารับแขก ข้ามผ่านกองหนังสือจากเมื่อตอนแรกแบบทุลักทุเลเล็กน้อยเนื่องจากมีเพื่อนร่วมทางเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง จนกระทั่งเดินกลับมาถึงโซฟาตัวเดิมได้อย่างปลอดภัยในที่สุด

 

หลังจากนั่งลงบนโซฟาอีกครั้ง เขาก็วางแมวในอ้อมกอดลงบนตักด้วยความระมัดระวัง เจ้าแมวขดตัวเป็นก้อนขนกลมๆสีดำบนหน้าขาพร้อมกับขยับไปมาเพื่อพยายามทรงตัวให้ได้อยู่พักหนึ่ง เมื่อเริ่มหมอบนั่งได้อย่างมั่นคง มันก็ทำตัวนิ่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่เคลื่อนไหวและมองเจ้าของตักแบบไม่วางตา

 

“ทำไมถึงอยู่ในร่างนี้ล่ะครับ”

 

แม้จะเป็นคนชอบแมวก็ตามทีแต่ภาษาทางกายหลายๆอย่างก็ยังเป็นสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ อย่างปฏิกิริยาของแมวบนตักที่หันไปมองรอบๆแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา ถ้าให้เดา เป็นไปได้หรือไม่ว่าหมอฟอล์กเนอร์เปลี่ยนร่างเพราะแค่เหนื่อยจากการจัดหนังสือและต้องการหยุดพักซักเล็กน้อยระหว่างที่ยังมีเวลาก่อนถึงเวลานัดกับเขา

 

“คุณหมอจะไม่เปลี่ยนร่างกลับเหรอครับ” เขาถามแล้วจ้องมองกลับไปและได้คำตอบเป็นการกะพริบตาช้าๆมาแทน

 

มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กๆเบาๆแล้วเลื่อนลงไปเกาใต้คางจนอีกฝ่ายยื่นคอหลับตาพริ้มเหมือนพึงใจอย่างยิ่ง เขาสอดมือเข้าไปใต้สองขาหน้า ออกแรงยกจนช่วงลำตัวยาวยืดเผยขนสีดำบริเวณท้องเนียนนุ่มไม่ต่างจากบริเวณอื่นของร่างกาย สองขาหลังตะกุยอากาศเล็กน้อยก่อนวางอุ้งเท้าทั้งสองลงบนตัก และตอนนี้ดวงตาสีเขียวก็กำลังมองเขาในระดับสายตาเดียวกัน

 

“แล้วโปรแกรมของเราวันนี้เอายังไงดี ให้ยกเลิกก่อนไหม”

 

มีแค่เสียงมี้พร้อมกับตาปรือตอบกลับมา เขาขยับมือเพื่อให้จับลำตัวได้ถนัดขึ้นแล้วยื่นหน้าเข้าไปจนจมูกเกือบชิดกัน

 

“แง้ว” จมูกสีดำทำท่าฟุดฟิดดมสิ่งที่ยื่นเข้ามาใกล้ แล้วเอาอุ้งเท้านุ่มแตะลงบนใบหน้าเบาๆ

 

ยิ่งใกล้…กลิ่นหอมของดอกเฮเธอร์ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นจนทำให้หัวใจเผลอเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย

 

“ว่าไงครับ ให้ผมโทรไปเลื่อนนัดคุณหมอเวสต์จะดีกว่ารึเปล่า”

 

“เมี้ยวว”

 

“จะตอบแต่เมี้ยวกับแง้วไม่ได้นะครับ วันนี้เราจะคุยกันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย โธ่”

 

……

 

เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้อัลเฟรดกำลังเล่นโทรศัพท์มือถือระหว่างรอให้น้ำเดือดอยู่ในห้องครัว ท่องเว็บอะไรไปเรื่อยเปื่อยสลับกับหาวหวอดเป็นพักๆจนกระทั่งมีข้อความจากโปรแกรมแชทส่งเข้ามา ดวงตาไร้ชีวิตชีวาลุกวาวขึ้นมาในทันใด เขาเดินกลับไปที่ห้องรับแขกซึ่งกำลังถูกใช้งานอยู่ในขณะนั้น และก่อนจะนึกว่าได้ว่าต้องพูดอะไรซักอย่างเขาก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแล้วส่งข้อความตอบกลับอย่างเงียบๆ

 

เสียงประตูหน้าบ้านเปิดออกแล้วปิดลงแบบไร้เสียงตามคำแนะนำ ผู้ที่เข้ามาใหม่เดินมายืนอยู่ข้างหลังอัลเฟรดซึ่งยืนแอบอยู่ตรงขอบประตูห้องรับแขก ทั้งสองคนยืนอยู่อย่างนั้น มองดูภาพที่ชวนขบขันแต่ก็ต้องกลั้นเก็บไว้ตรงหน้าตนเอง

 

“เขาคิดว่าเนบบี้เป็นนาย” อัลเฟรดกระซิบด้วยเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะรู้ว่าหูของสุนัขนั้นมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมไม่แพ้กับจมูกรับกลิ่น แต่ดูเหมือนว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงจะพุ่งความสนใจไปที่แมวมากกว่าเรื่องอื่นเสียแล้ว

 

“ฉันเห็นมันขึ้นว่านายอ่านข้อความแล้วนี่ที่บอกว่าจะออกไปข้างนอกน่ะ ลืมบอกเขาเหรอ”

 

“เปล่า ไม่ได้ลืม ฉันแค่เบลอ…โทบี้ นายจะทำอะไร”

 

อัลเฟรดหันไปมองเห็นแต่มือพร้อมกับถือบางสิ่งยื่นออกมาจากด้านหลังของเขา โทเบียส ฟอล์กเนอร์ยืนอยู่ตรงนั้นกำลังขยับตัวให้พ้นรัศมีการบดบังอีกเล็กน้อยแล้วปรามเบาๆ

 

“ชู่ว เดี๋ยวเสียงเข้า”

 

โทรศัพท์ถืออยู่ในลักษณะตะแคงเป็นแนวนอน ปุ่มบันทึกภาพวิดีโอแบบสัมผัสถูกกดใช้งานผ่านไปแล้วซักสองสามวินาทีเห็นจะได้ อัลเฟรดหันกลับไปกลับมาระหว่างภาพจริงและภาพผ่านเลนส์กล้องมือถือ แต่ไม่ว่าจะมองจากทางไหน เขาก็แทบจะอดกลั้นหัวเราะไม่ได้ทั้งสองทาง

 

โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่เห็นคือภาพของคนอุ้มแมวยกตัวส่ายไปมาแถมยังพูดคุยโต้ตอบกันเป็นเรื่องเป็นราวอีกด้วย และคนที่ว่าก็เป็นถึงสารวัตรแห่งหน่วยงานพิเศษของแผนกสืบสวนคดีฆาตกรรมสังกัดตำรวจนครบาล ผู้ซึ่งกำลังเล่นกับแมวที่คิดว่าเป็นคนรู้จักอย่างเอาจริงเอาจังเสียยิ่งกว่าอะไร

 

“เห็นท้องใกล้ๆแล้วขนดูนุ่มดีเหมือนกันนะครับ”

 

คนแอบดูทั้งสองคนพร้อมใจกันยกมือขึ้นปิดปาก มีเสียงลมหลุดออกมาเล็กน้อยแต่ยังห้ามไว้ได้ทัน โทเบียสกระทุ้งข้อศอกใส่หลังเพื่อนแล้วพยายามทำมือให้นิ่งเพื่อไม่ให้ภาพบนหน้าจอสั่นจนจับโฟกัสไม่ได้

 

“เขาเอาจริงนะเนี่ย” อัลเฟรดพูดทั้งๆที่ยังเอามือปิดปาก

 

โทเบียสไม่รู้ว่าจะค้านอย่างไรได้นอกจากใช้ศอกสะกิดอีกครั้งให้เพื่อนหยุดส่งเสียงรบกวน สายตาของเขายังจดจ้องอยู่ในภาพจากจอมือถือ ถึงจะไม่ได้ชัดเท่าภาพของจริงแต่เขาก็เห็นว่ามีอะไรบางอย่างแปลกไป แววตาของคนในจอกำลังมองแมวด้วยสายตาชอบกล ใบหน้าของเขากำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และเป้าหมายก็อยู่ที่ขนพุงแมวซึ่งอยู่ห่างจากปลายจมูกออกไปอีกแค่นิดเดียวเท่านั้น

 

“เอาล่ะ นั่นพอแล้ว”

 

โทรศัพท์มือถือถูกยัดใส่มือคนข้างหน้าแบบกะทันหันจนอัลเฟรดเกือบทำหลุดมือแต่รับไว้ได้ทันแล้วมองตามคนด้านหลังที่เดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว

 

“สารวัตรเฟย์ นั่นเข้าข่ายล่วงละเมิดทางเพศได้นะครับ”

 

คุณหมอผู้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแมวยืนกอดอกพร้อมส่งสายตาขุ่นๆไปให้ ในขณะที่คนถูกเรียกสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ และเผลอปล่อยมือจนแมวพลัดหล่นลงพื้น แต่ก็พลิกตัวกลับมายืนสี่ขาได้อย่างสวยงาม

 

“คุณหมอ…”

 

“นั่นเนบูคัดเนสซาร์ เพื่อนของอัลเฟรดเอามาฝากไว้ สารวัตรคงทำความรู้จักเรียบร้อยแล้ว”

 

“นะ เนบูคัด…เนสซาร์……..?” เสียงของผู้พูดติดขัดขึ้นมากะทันหัน รวมถึงสีหน้าดูซีดลงอย่างเห็นได้ชัด “…ผมนึกว่าเป็นคุณหมอ”

 

โทเบียสย่อตัวลงอุ้มเนบูคัดเนสซาร์ที่เดินมาคลอเคลียที่ขาขึ้นมาไว้กับอก ใช้ปลายจมูกถูขนสีดำข้างแก้มเบาๆเป็นการทักทาย

 

“เมื่อคืนเรานอนด้วยกัน กลิ่นของผมคงติดตัวจนทำให้สารวัตรเข้าใจผิด”

 

“ขอโทษด้วยครับ”

 

ท่าทางอึกอักไม่รู้จะพูดอย่างไรนอกจากคำขอโทษนั้นก็น่าชวนหัวดีอยู่ แต่อีกใจหนึ่งก็นึกสงสัยว่าเพียงแค่กลิ่นติดตัวทำไมอีกฝ่ายซึ่งมีสัมผัสไวในเรื่องนี้ถึงเข้าใจผิดไปได้ โดยเฉพาะในเมื่อเนบูคัดเนสซาร์เป็นเพียงแค่แมวธรรมดา เทียบกับเขาซึ่งมั่นใจว่าตนเองมีกลิ่นที่ชัดเจนกว่าอย่างแน่นอน

 

“อีกเรื่องก็คือ ต่อให้นั่นเป็นผมจริงๆ การที่สารวัตรตั้งใจจะทำแบบนั้นตอนที่มีคนอื่นอยู่ในบ้านนั่นก็ไม่ถูกต้อง” พอเห็นอีกฝ่ายทำท่าหยุดคิด โทเบียสก็รีบพูดดักทันที “และถึงไม่มีคนอยู่ก็ไม่ควรทำครับ”

 

“จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วครับ ขอโทษจริงๆ”

 

น้ำเสียงสำนึกผิดช่วยปรับอารมณ์ของผู้ฟังให้ดีขึ้นอีกเล็กน้อย แมวที่อยู่ในอ้อมแขนเริ่มตะกุยเสื้อโค้ตและพยายามดิ้นจะกระโดดลงจนโทเบียสต้องปล่อยให้ทำตามใจ ทั้งสองมองตามเจ้าเหมียวเดินไปทางหนังสือกองหนึ่งที่ด้านหลัง แล้วล้มตัวลงนอนแผ่อย่างสบายอารมณ์

 

“แล้วทำไมสารวัตรถึงแยกกลิ่นของผมกับแมวไม่ออกล่ะครับ” ระหว่างความเงียบผ่านไปครู่หนึ่ง โทเบียสก็ตัดสินใจถามสิ่งที่คาใจออกไปในที่สุด

 

“คือว่า…”

 

มือไม้ที่ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนไพล่ไปไว้ด้านหลังก่อนจะยอมพูดออกมาหลังจากมัวแต่เก้อเขินอยู่นานสองนาน “ผมมัวแต่ตื่นเต้นที่เห็นคุณหมอในร่างแมวน่ะครับก็เลย…ไม่ได้ดูให้แน่ใจว่าไม่ใช่”

 

“สารวัตรจะตื่นเต้นกับแมวธรรมดาๆทำไมครับ”

 

มีเสียงหัวเราะพรืดแทรกออกมาจากด้านหลังเรียกความสนใจของคนทั้งสอง เป็นเสียงของผู้ที่ถูกลืมไปเสียสนิทซึ่งถูกทิ้งไว้ให้เป็นส่วนเกินของห้องโดยไม่ตั้งใจ

 

“จริงๆคืออยากถามอันนี้ใช่มั้ย” ใบหน้าหมองคล้ำเพราะอดนอนของอัลเฟรดกำลังอมยิ้มและถามเหมือนรู้ทัน “โทบี้ นายหึงแมวธรรมดาๆเหรอ”

 

โทเบียสหันไปส่งสายตาดุพร้อมๆกับเสียงของไมเคิลพูดตามมาในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน “คุณหมอ มือถือนั่น…”

 

ดวงตาสีเขียวเบิ่งกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สาเหตุเป็นเพราะเพิ่งจำได้ว่ามือถือของตนเองอยู่ในมือเพื่อนซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้อง และเลนส์กล้องด้านหลังของมันก็เล็งตรงมาทางพวกเขา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าก่อนโทเบียสจะเดินเข้ามาในห้อง กล้องยังคงถ่ายภาพเคลื่อนไหวอยู่ตั้งแต่ตอนนั้น จนอัลเฟรดมารับช่วงต่อและถือวิสาสะถ่ายต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้

 

“อัลเฟรด!!”

 

เจ้าของชื่อกลับหลังหันและสละที่มั่นวิ่งหนีออกไปให้พ้นจากการพุ่งเข้าใส่เมื่อเล็บแหลมคมผุดโผล่ให้ได้เห็น ขณะที่ฝ่ายจู่โจมตั้งท่ากางเล็บแล้ววิ่งไล่ตามอย่างรวดเร็วราวกับแมววิ่งไล่จับหนูด้วยความเร็วสูงสุด เสียงกระแทกตึงตังของฝีเท้าสองคู่ดังสนั่นไปทั่วบ้านเท่าที่จะมีช่องทางให้วิ่งหนีเข้าไปได้ และดูเหมือนว่าจะไม่ยอมจบลงง่ายๆเสียด้วย

 

ไมเคิลยืนอยู่เพียงลำพัง เขามองที่ประตูเรื่อยไปตามทางเดินด้านนอกซึ่งบัดนี้มีแต่ความว่างเปล่า เหลือก็แต่เสียงอึกทึกครึกโครมของการไล่ล่าภายในบ้านเท่านั้น เขาเดินกลับไปหาแมวดำแล้วอุ้มมันขึ้นมา ลูบขนเนียนนุ่มสีดำช้าๆพร้อมเปรยกับตัวเองเบาๆ

 

“ตกลงยกเลิกนัดคุณหมอเวสต์จะดีกว่ารึเปล่านะ?”

 

……

 

สุดท้ายตารางนัดไม่ได้ถูกยกเลิกเว้นเสียแต่มีการสายเล็กๆน้อยๆซึ่งดร.เวสต์ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องถือสาหาความอะไร เมื่อจัดการเรื่องงานต่างๆเสร็จเรียบร้อยซึ่งกินเวลาเกือบตลอดทั้งวัน ทั้งสองคนก็ตัดสินใจแวะไปจบมื้อค่ำที่บ้านของโทเบียสตามคำชวนของเจ้าบ้าน คุยเรื่องสัพเพเหระอีกเล็กน้อยหลังอาหาร จนกระทั่งสมควรแก่เวลาที่ต้องลากลับในที่สุด

 

ไมเคิลกระชับเสื้อโค้ตที่โทเบียสช่วยสวมให้จากด้านหลังแล้วหันกลับมาให้ช่วยตรวจดูความเรียบร้อยทางด้านหน้า เขามองดูมือทั้งสองข้างรีดปกและเสื้อช่วงอกจนเรียบจึงเอ่ยคำขอบคุณพร้อมกับคำลา

 

“ตกลงคุณหมอเริ่มถ่ายวิดีโอตั้งแต่ตอนไหนครับ” ก่อนจะต้องจากกันจริงๆ ไมเคิลก็ถามคำถามส่งท้ายและยิ้มขำๆแถมให้

 

“จำไม่ได้แล้วครับ ผมลบทิ้งไปแล้ว” โทเบียสบอกปัดอย่างรวดเร็ว “อย่าห่วงเรื่องนั้นเลย เรื่องที่สารวัตรจำกลิ่นผิดผมยังไม่ลืมนะครับ”

 

สายตาทิ่มแทงที่มองมาทำให้คนฟังต้องรีบหุบยิ้มทันที เขาไม่รู้สึกแปลกใจถ้าอีกฝ่ายจะขัดเคืองอยู่บ้าง เพราะถ้าว่ากันตามจริง จะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเขาเลยก็ไม่ถูกเสียทีเดียว โดยเฉพาะกับเรื่องที่ไม่น่าพลาดได้อย่างเรื่องเมื่อเช้าเป็นต้น

 

“สารวัตร…ทำอะไรน่ะครับ”

 

ร่างสูงก้าวขาเดินเข้ามาประชิดจนไม่ทันตั้งตัว โทเบียสมองสลับระหว่างมือที่เลื่อนขึ้นมากระชับอยู่กับต้นแขนของตนกับใบหน้าที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ และใกล้มากเสียจนซอกคอสัมผัสได้ถึงลมหายใจบางๆที่เป่ารดอยู่ตรงนั้น

 

กลิ่นประจำกายซึมซับเข้าร่างอย่างช้าๆ แม้จะเบาจนแทบไม่มีเสียง แต่เขาก็เข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรโดยไม่จำเป็นต้องมีคำตอบมาอธิบายให้มากความ โทเบียสยอมให้ปลายจมูกเคลื่อนเฉียดใกล้รอบๆใบหู วนไปวนมาแถวๆต้นคอ และไล่เรื่อยไปตามรอยนูนของกรามจนถึงปลายคาง

 

ลมหายใจมีจังหวะสะดุดเป็นพักๆเมื่อทุกสิ่งเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง สลับกันไปจนครบทั้งด้านซ้ายและขวา

 

เพียงแต่ตอนนี้อาจแยกไม่ออกว่าเสียงลมหายใจที่สะดุดนั้น…เป็นของใครกันแน่

 

“สารวัตร”

 

“อะไรครับคุณหมอ” ริมฝีปากเผลอสะกิดที่ติ่งหูเบาๆตรงท้ายเสียง

 

“คืนนี้…ค้างมั้ยครับ”

 

 

 

 


 

ได้รับอนุญาตให้แต่งได้ก็ยาวเลยค่ะ ใสๆค่ะ /ยิ้มตาตี่

 

อันนี้เป็นฟิคจากเรื่อง Dark Tales of London – shapeshifters AU จากเรื่องหลักคือ Dark Tales of London อีกทีค่ะ(เริ่มงง 55) ซึ่งก็…มีความรู้สึกแปลกๆนิดหน่อยตรงที่เปลี่ยนสถานะการเล่าเรื่องเพราะเรื่องหลักสารวัตรเฟย์จะเป็นคนเล่า พอเปลี่ยนก็ต้องเรียกชื่อของแต่ละคนเลยรู้สึกแหม่งๆ ไม่ค่อยชิน 55

ความชอบสำหรับคู่นี้ก็ ความโบรแมนซ์ที่แข็งแกร่งจากเรื่องหลักค่ะ 555 อธิบายไม่ได้มากกว่านี้ละ คือไม่ได้มีอะไรเกินเลยกว่านั้น แต่เป็นคนที่มีมุมมองต่างกันที่พยายามเชื่อมโยงเข้าหากันค่ะ จะเทียบได้กับหยินหยางรึเปล่านะ สารวัตรจะเป็นลักษณะผู้ใหญ่หัวสมัยใหม่ที่รับฟังความคิดเห็น ใจกว้าง ใช้เหตุผลเหนือความรู้สึก (มายไทป์เลยค่ะ ก๊ากกก) กับหมอที่ตอนแรกเหมือนเชอร์ล็อกพี่เบนเลย 55 เจอกันก็กางบาเรียก่อนแล้วค่อยๆลดลงจนยอมให้สารวัตรข้ามเขตเข้ามาได้ทีละนิด สองคนนี้เหมือนถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยความแตกต่าง และใช้ทั้งเหตุผลและความรู้สึกอย่างสมดุลในการเข้าหากันทีละน้อย ชอบมากๆค่ะ

ขณะที่หมอเป็นแบบที่สาวๆชอบ หนุ่มแว่น เนิร์ด เก็บตัว ดูน่าค้นหา แต่สารวัตรก็ใช้ความเป็นผู้ใหญ่ใจดีอบอุ่นมาสู้ค่ะ เลือกไม่ได้เลย 55555

ตอนนี้อิมเมจสารวัตรติดกับคนนี้เลยค่ะ แงะไม่ออก ชอบบบง่ะ สารวัตรเล่นกับแมวไปอี๊ก

8IDcpTp

 

เป็นฟิคสั้นมากแต่แต่งนานมาก (เริ่มชินสปีดตัวเอง) เสียดายว่าขนาดเลยวันกอดแมวแล้วก็ยังจบไม่ทัน เศร้า – -”’

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s