[Kingsman Fanfic] The Convenience Service : Part 2

Title : The Convenience Service : Part 2

Pairing : Harry x Eggsy, Lancelot x Percival

 


 

 

vlcsnap-2016-09-22-20h48m27s48

 

เวลาสองอาทิตย์ผ่านไปไวจนแทบตั้งตัวไม่ทัน อาจเป็นเพราะเอ็กซี่มัวแต่กังวลกับเรื่องนี้จนไม่มีพื้นที่ว่างให้คิดถึงเรื่องอื่น ปัญหาเรื่องการมาสายเริ่มลดน้อยลงเพราะได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันคอยเป็นหูเป็นตาให้ตามคำแนะนำของลานสล็อต อย่างน้อยที่สุด เอ็กซี่ก็เบาใจลงได้บ้างในช่วงวันหลังๆ ก่อนจะต้องเริ่มงานกะใหม่ในคืนแรก เขามีเวลาอีกสองสามวันในการฝากฝังเพื่อนๆที่เต็มใจช่วยเพื่อให้รู้แน่ชัดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี

 

การอยู่เช็คสินค้าในวันนี้กินเวลานานกว่าปกติ ตอนที่เขาแยกกับลานสล็อต ท้องฟ้าด้านนอกก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทมาซักระยะแล้ว เอ็กซี่ขยับเสื้อแจ็คเก็ตแนบเข้ากับลำตัวเพื่อกันลมเย็นบาดผิวเนื้อ ขณะกำลังจะสวนทางกับพนักงานกะกลางคืนคนหนึ่งก็หยุดแวะทักทายด้วยบทสนทนาธรรมดาๆเหมือนเช่นทุกวัน

 

“ไงชาร์ลี ไม่มาซักเที่ยงคืนเลยล่ะ”

 

เจ้าของชื่อย่นจมูกขึ้นข้างหนึ่งเมื่อเดินเข้ามาใกล้พอจะได้ยินประโยคนั้นรวมถึงใบหน้ายียวนของผู้พูด “ไม่กวนซักวันจะตายรึไง ไอ้หน้าจืด” เขาพูดแล้วแสยะยิ้ม ก่อนจะตีมือกับอีกฝ่ายแล้วเอาหัวไหล่ชนกันเป็นการทักทาย

 

“ที่บ้านเรียบร้อยดีมั้ย”

 

“ก็ดี วันนี้ไม่มีอะไรฉันเลยออกมานี่ไงล่ะ”

 

ชาร์ลีเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่แถวบ้านที่เอ็กซี่ขอร้องให้ช่วยแวะไปดูแลความเรียบร้อยก่อนมาทำงาน โดยจะคอยดูว่าหลังจากแม่ของเขาไปรับน้องสาวที่โรงเรียนอนุบาล ทั้งสองคนกลับถึงบ้านหรืออยู่บ้านอย่างปลอดภัยดีแล้ว จากนั้นจึงค่อยมาทำงานในช่วงกะกลางคืนสลับกันกับเขา

 

“นี่แอบเอาเกมไปเล่นที่บ้านฉันอีกแล้วล่ะสิถึงออกมาสายโด่งขนาดนี้ นายโดนดิกบี้อัดแน่”

 

ชาร์ลีกลอกตาขึ้นด้านบนแล้วยกมือขึ้นขยับนิ้วทำท่าเหมือนจะบอกว่าอีกฝ่ายพูดมากเกินไป “ครับ คุณยาย คราวหน้าฉันจะเอาบาร์บี้ไปเล่นกับเดซี่แล้วกันนะ”

 

หมัดเบาๆกระแทกตรงเข้าต้นแขนแทนคำตอบ แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

หลังจากยืนคุยเรื่องสัพเพเหระกันอีกเล็กน้อย สายตาของเอ็กซี่ก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งซึ่งดูคุ้นตากำลังถือสายจูงสุนัขอยู่อีกฟากของถนน เขาใช้เวลาแค่นิดหน่อยเพื่อนึกให้ออกว่าชายคนที่ว่าคือใคร ความสนใจทั้งหมดจึงเทไปทางฝั่งตรงข้ามจนชาร์ลีมองตามด้วยความสงสัย

 

“มองอะไรอยู่” ชาร์ลีหันหลังกลับไปแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ “พวกที่ตามนายอยู่แถวนี้เหรอ”

 

“เปล่าหรอก พอดีเห็นลูกค้าที่เคยคุยกันตอนมาซื้อของที่ร้านน่ะ”

 

สายตาของทั้งคู่จับอยู่ที่ชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังพาสุนัขขนาดเล็กเดินเล่นอยู่อีกฝั่งของถนนและเดินตามแรงดึงของสายจูง มุ่งหน้าเข้าสู่ช่วงกลางถนนเซวิล โรว์

 

เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ชาร์ลีจึงขอตัวเข้าร้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานโดยมีเสียงตะโกนโวยวายของเพื่อนร่วมกะทันทีที่ประตูปิดและเสียงดนตรีอัตโนมัติจบลง

 

เอ็กซี่กำลังก้าวเท้า ตั้งใจจะเดินออกสู่ถนนใหญ่เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างติดอยู่ในใจให้หันกลับและเห็นชายคนเดิมยืนอยู่ไม่ห่างออกไปมากนัก เขาคนนั้นหยุดยืนเพื่อให้เพื่อนตัวน้อยสำรวจพื้นที่ตามปกตินิสัยของสุนัขทั่วไป และก่อนจะคิดอะไรอย่างอื่นได้ทัน ขาก็พาเดินข้ามถนนแล้ววิ่งเหยาะๆไปยังตำแหน่งที่ชายคนนั้นยืนอยู่เรียบร้อยแล้ว

 

“สวัสดีครับ คุณ เอ่อ…แฮร์รี่”

 

“สวัสดี เอ็กซี่” ด้วยความที่ไม่คิดว่าจะถูกทักจึงทำให้แฮร์รี่มีสีหน้าแปลกใจจนคนทักรู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “เพิ่งเลิกงานเหรอ”

 

“ใช่ครับ จริงๆว่าจะรีบกลับแต่เช็คสินค้านานไปหน่อย คุณพักอยู่แถวนี้เหรอครับ”

 

“ก็ไม่เชิงหรอก ฉันมีร้านตัดสูทชื่อคิงส์แมนอยู่เลยช่วงกลางถนนเส้นนี้นิดหน่อย” แฮร์รี่เว้นจังหวะเหมือนหยุดคิดเล็กน้อย “ส่วนใหญ่ฉันจะพักที่นี่ ไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่”

 

“งั้นเหรอครับ…”

 

เอ็กซี่จับสังเกตบางอย่างได้ระหว่างที่แฮร์รี่หยุดนิ่งไปเหมือนกับไม่ค่อยอยากพูดถึง เขาจึงย้ายความสนใจไปที่สุนัขตัวเล็กที่เดินวนไปวนมาพร้อมทั้งแสดงท่าทางว่าสนใจคู่สนทนาของเจ้านายเป็นอย่างยิ่ง ดวงตากลมสีดำของมันเป็นประกาย หางสะบัดจนโยกไปทั้งตัว

 

“น้องหมาน่ารักดีนะครับ พันธุ์อะไรเหรอครับ”

 

“ฉันก็ไม่แน่ใจว่าพันธุ์อะไรแต่คงจะเป็นนอริช เทอร์เรียร์” แฮร์รี่ก้มลงมองเพื่อนร่วมทางตัวจ้อยทำท่าดมไปทั่วขาของเอ็กซี่เพื่อสำรวจกลิ่นแปลกๆที่ไม่คุ้นเคย “ท่าทางมันจะสนใจเธอน่าดูเลยนะ”

 

“คงได้กลิ่นเพราะผมก็เลี้ยงหมาเหมือนกันมั้งครับ เป็นปั๊กชื่อเจบี” เอ็กซี่ย่อตัวลงนั่งยองแล้วขยี้หัวของมันเบาๆ “เจ้าตัวนี้ชื่ออะไรเหรอครับ”

 

“ชื่อคุณพิคเคิล”

 

แฮร์รี่ยิ้มมุมปาก มองดูลูกหมาและคนที่แลดูเหมือนลูกหมาเล่นกันแล้วก็ชวนให้รู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก เขาปล่อยให้เพื่อนใหม่ทำความสนิทสนมกันและกันได้เต็มที่ แต่เพียงไม่นานนักก็เห็นว่าเอ็กซี่ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้บางอย่าง เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนและมีสีหน้าเปลี่ยนไปกะทันหันจนแฮร์รี่อดถามไม่ได้

 

“เป็นอะไรรึเปล่า เอ็กซี่ ทำไมทำหน้าแปลกๆอย่างนั้น”

 

ท่าทางของเขาคงจะประหลาดพิกลทั้งๆที่เมื่อครู่ยังดูเป็นปกติอยู่แท้ๆ เอ็กซี่ยิ้มแหยแล้วคิดว่าจะตอบคำถามอย่างไรดี ถ้าให้บอกว่าขอตัวกลับเพราะมีพวกโรคจิตตามถึงบ้านกับคนเพิ่งรู้จักกัน คนที่ดูเหมือนโรคจิตจะกลับกลายเป็นเขาเองเสียมากกว่า

 

“คือผมลืมไปว่ารีบน่ะครับ ต้องกลับไปดูแลน้องสาว”

 

“โอ้ งั้นหรือ” สายตาของแฮร์รี่ดูจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะมองดูเขา “งั้นก็รีบไปเถอะ เดี๋ยวน้องสาวจะรอ”

 

พูดยังไม่ทันจบประโยคดีคุณพิคเคิลก็เริ่มดึงเชือกอีกครั้งเหมือนจะบอกว่าตนเองเสร็จธุระกับการทำความคุ้นเคยเพื่อนใหม่เป็นที่เรียบร้อยและเริ่มอยากเปลี่ยนที่เดินเล่นเสียที แฮร์รี่รั้งเชือกไว้ยังไม่ขยับไปไหนจนเจ้าตัวน้อยเลิกยื้อแล้วเดินกลับมานั่งลงข้างๆขาของเจ้านาย

 

“ไว้วันไหนพอมีเวลาก็พาหมาของเธอมาเดินเล่นด้วยกันสิ”

 

น่าแปลกที่ไม่มีความคิดปฏิเสธหลังจากได้ยินคำชวนของอีกฝ่ายถึงแม้ว่าจะเป็นแค่การเชิญตามมารยาทก็ตาม ทั้งๆที่ถ้านับตามจริง นี่ถือเป็นครั้งที่สองที่พวกเขาเจอกันและได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวเท่านั้น คงเป็นเพราะความรู้สึกสบายใจที่ยากจะอธิบายเกิดขึ้นตั้งแต่การสนทนาในคราวแรก ความใจดีและสีหน้ายิ้มแย้มอาจทำให้คิดถึงคนใกล้ตัว คนในครอบครัว หรือคิดถึงความรู้สึกและความทรงจำอันเลือนลางเมื่อครั้งที่พ่อยังอยู่กับเขา

 

เอ็กซี่ไม่รู้ว่าตัวเองยิ้มแก้มแทบปริแต่รู้ว่าพยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว เขาก้มลงไปลูบหัวเพื่อนใหม่ที่กระดิกหางตอบรับเป็นการบอกลา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วบอกลากับเจ้าของของมันเช่นกัน

 

“ไว้เจอกัน”

 

แฮร์รี่เอ่ยคำลาสั้นๆ มองดูเด็กหนุ่มยิ้มกว้างขณะกำลังวิ่งถอยหลังช้าๆแล้วหันหลังกลับเพื่อข้ามถนน จนหายลับไปจากเซวิล โรว์

 

……

 

ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังกวาดตาดูแผงหนังสือแล้วหยุดอยู่ตรงชั้นริมขวาสุดที่วางหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เขาเอื้อมมือไปทางหนังสือพิมพ์ธุรกิจที่มักซื้อเป็นประจำทุกวันแต่ยังรีรอไม่ได้หยิบออกมาทันทีจนดูเหมือนแค่วางมือลงไปบนชั้นเท่านั้น สายตาของเขาจับจ้องอยู่กับแผงหนังสือข้างหน้าแต่ไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงๆจังๆเพราะมีบางอย่างที่รบกวนจิตใจ ชวนให้รู้สึกแปลกไปจากเดิม

 

อันที่จริง เขาเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา สิ่งผิดปกติที่ว่าเพียงอย่างเดียวในร้าน ก็คงมีแค่พนักงานคิดเงินหลังเคาน์เตอร์คนนี้เท่านั้น

 

“อเมริกาโน่กับหนังสือพิมพ์นะครับ”

 

น้ำเสียงดูเป็นปกติเหมือนทุกวัน สายตาที่มองมา แม้กระทั่งตอนส่งยิ้มให้ก็ยังดูปกติ แต่เขารู้ได้ว่าในความปกตินั้นมีความผิดปกติซ่อนอยู่โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว

 

“คุณครับ?”

 

ชายหนุ่มถูกดึงความสนใจกลับมาทำให้เผลอสบตากับคนถามตรงๆโดยไม่ตั้งใจ พลางคิดว่าตนเองคงจะใจลอยจนไม่ทันสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายคิดเงินเสร็จแล้วและยื่นใบเสร็จส่งให้ เขารับพร้อมรอยยิ้มตามปกติ แต่สายตาตั้งใจมองกลับอย่างตรงไปตรงมาและเห็นแค่รอยยิ้มตอบรับดูต่างจากทุกที เป็นยิ้มการค้าแบบเดียวกับที่ยิ้มให้คุณป้าคิวก่อนหน้า ย้อนกลับไปอีกเป็นเด็กสาววัยมหาวิทยาลัยสองคน รวมถึงคุณแม่ลูกหนึ่งที่อยู่คิวแรกสุด

 

ปลายนิ้วสัมผัสกันเบาๆชั่วขณะที่พนักงานคนนั้นส่งแก้วกาแฟมาให้ แต่สีหน้าช่างดูเรียบเฉยรวมถึงการดึงมือออกทันทีทำให้เขามั่นใจว่าต้องมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างแน่นอน ตั้งแต่ครั้งที่เขาเห็นพนักงานคนนี้มาประจำสาขาถนนเซวิล โรว์ ปฏิกิริยาเฉยชาจากพนักงานที่ร่าเริงแจ่มใสเป็นกิจวัตรถือเป็นเรื่องแปลกที่ไม่เคยเจอมาก่อน

 

ถึงจะเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายไปซักหน่อย แต่เขารู้สาเหตุของปฏิกิริยาเหล่านั้นว่าเกิดจากเรื่องใด

 

ชายหนุ่มไม่เห็นความจำเป็นอื่นนอกจากทำตัวให้เป็นปกติเช่นกัน เขายิ้มให้ตามปกติ แต่เลือกทิ้งท้ายด้วยคำทักทายที่ต่างไปจากเดิม

 

“อย่าลืมทานอาหารเช้าด้วยนะครับ”

 

……

 

กระป๋องน้ำอัดลมอลูมิเนียมกระแทกลงตรงหน้าเคาน์เตอร์เรียกเสียงดังลั่นจนคนเหม่อลอยกระชากสติกลับมาในที่สุด เขาหันไปมองต้นเสียงและเห็นสายตาตำหนิแรงๆส่งมาจากเด็กหนุ่มในชุดพนักงานแบบเดียวกัน เสียงถอนหายใจลากยาวเหยียดพร้อมทำตาละห้อยทำให้อีกฝ่ายซึ่งกำลังจะอ้าปากว่ากล่าวแต่สุดท้ายก็ทำไม่ลง

 

“คุณจะให้มันเป็นแบบนี้เหรอ? แน่ใจเหรอ?”

 

ลานสล็อตแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจเสียงหงุดหงิดเล็กๆของเอ็กซี่ทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายหวังดีแค่ไหน เพราะถึงอย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าคงไม่มีเวลาใดที่เป็นจังหวะเหมาะสมสำหรับการตัดใจเท่ากับเวลานี้อีกแล้ว ถึงแม้ว่าการพบกันเป็นประจำทุกๆเช้าตลอดช่วงที่ทำงานกะกลางวันจะเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในการหักห้ามใจก็ตามที

 

แต่คงต้องหยุดความรู้สึกพิเศษลงเพียงเท่านี้

 

หยุด  ก่อนจะมากจนยากเกินจะถอนตัวได้

 

……

 

อาทิตย์แรกของการเข้างานตอนกลางคืนผ่านไปด้วยดีจนแม้แต่เอ็กซี่เองยังแปลกใจและเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ว่าเขาอาจกังวลมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น ดูเหมือนว่าสถานการณ์การโดนติดตามจะจำกัดอยู่แค่รอบๆบ้าน ไม่ได้ลุกลามมาถึงร้านที่เขาทำงานอยู่ด้วย เอ็กซี่จึงรู้สึกเบาใจว่าอย่างน้อยการระแวดระวังภัยให้คนในครอบครัวก็สามารถทำในพื้นที่จำกัดวงแคบได้มากกว่าที่คิดไว้ และถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไปจนกระทั่งครบรอบเปลี่ยนกะก็คงจะดี

 

เวลาในขณะนี้ล่วงเลยมาจนอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะผ่านเที่ยงคืน มีลูกค้าแค่หนึ่งหรือสองคนภายในร้านเนื่องจากเป็นเวลาดึกมากแล้ว ลานสล็อตประจำที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ ส่วนเอ็กซี่ได้รับมอบหมายให้ตรวจตรา ดูแล ไปจนถึงจัดของตามชั้นวางให้เรียบร้อยตามเดิมเนื่องจากอาจมีสินค้าที่ลูกค้าหยิบแล้ววางกลับคืนผิดตำแหน่ง โดยมีชั้นวางหนังสือเป็นเป้าหมายแรกสุด

 

เขาเดินดูหัวหนังสือไล่ไปตามแต่ละชั้น แต่ละประเภท ย้ายหนังสือบางเล่มไปไว้ให้ถูกหมวดหมู่บ้าง จัดหนังสือพิมพ์ที่วางซ้อนกันให้เรียงเป็นระเบียบดังเดิมบ้าง ตอนนั้นเองที่สายตาของเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจากฝั่งตรงข้ามถนน แสงไฟหน้าร้านอาจสว่างเพียงพอแต่ก็แค่กับบริเวณด้านหน้าร้านเท่านั้น เลยออกไปทางถนนฟากโน้น แสงไฟถนนไม่อาจช่วยให้เขามองเห็นได้ถนัดนัก ที่แน่ๆคือเอ็กซี่มองเห็นท่าเดินคุ้นตา ชายในชุดสูทกำลังเดินเลยไปพร้อมกับของพะรุงพะรังเต็มมือทั้งสองข้าง แต่ด้านหลังของเขานั้นยังมีชายอีกคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดดำกลมกลืนกับความมืดเดินตามและเริ่มเร่งจังหวะฝีเท้าใกล้เข้าไปเรื่อยๆ

 

ความวิตกกังวลย้อนกลับมาให้เห็นภาพชัดขึ้นอีกครั้งทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ลดลงจนแทบไม่หลงเหลือ เขาพุ่งตัวออกไปนอกร้านโดยไม่สนใจเสียงตะโกนถามไล่หลังของลานสล็อต สาวเท้าข้ามถนนว่างโล่งอย่างรวดเร็วและไร้เสียง จนกระทั่งใกล้มากพอจะเข้าถึงตัวได้ เอ็กซี่ก็ดึงแขนของชายชุดดำแล้วกระชากให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับตนเอง

 

“นี่มันจะมากไปแล้วนะแก–“

 

ภาพหลังจากนั้นยากจะบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวินาทีต่อมา กว่าจะรู้ตัวอีกที เอ็กซี่ก็เห็นเงาลางๆของมือตัวเองยันอยู่กับพื้นพร้อมกับอาการชาตึงไปทั่วใบหน้าซีกซ้าย เขาสะบัดหัวเล็กน้อยให้ภาพหายเบลอและหันไปมองชายคนเดิมซึ่งกลับหลังหันแล้ววิ่งตรงไปคว้ากระเป๋าในมือขวาของชายชุดสูท ตั้งใจจะกระชากให้หลุดจากมือและวิ่งหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“แฮร์รี่!!!”

 

เอ็กซี่ร้องตะโกนสุดเสียง เขายันตัวลุกขึ้น และเป็นจังหวะเดียวกับที่ชายคนนั้นล้มหงายหลังตึงเพราะกระเป๋าไม่หลุดจากมือของผู้เคราะห์ร้ายดังคาด แถมตัวเองกลับโดนดึงให้เสียหลักจนหลังกระแทกกับพื้นเข้าอย่างจังอีกด้วย ในช่วงที่ยังไม่หายมึนงงนี้เอง พื้นรองเท้าอ็อกซ์ฟอร์ดก็บรรจงวางตรงข้างแขนก่อนจะออกแรงงัดให้พลิกตัวจนเจ้าหัวขโมยหน้าคว่ำลงกับพื้น แฮร์รี่กระแทกเท้าซ้ำที่กลางหลังแล้วกดไว้ให้อยู่นิ่ง กระเป๋าย้ายไปอยู่ที่มือซ้าย ขณะที่มือขวากำลังควงร่มยาวสีดำ เหวี่ยงด้ามจับทรงขอเกี่ยวคอให้เงยหน้าแล้วงัดเข้าหาตัวจนอีกฝ่ายร้องเสียงหลง

 

“ไม่เป็นไรใช่ไหม เอ็กซี่”

 

แฮร์รี่หันมายิ้มให้เป็นปกติราวกับสิ่งที่อยู่แทบเท้าไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร เอ็กซี่อ้าปากค้างและไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เว้นแต่ขยับปากขึ้นลงไปมา เป็นเพราะว่าภาพตรงหน้ามันช่างเกินจินตนาการของเขาไปมากทีเดียว

 

จุดจบของหัวขโมยในท่าโดนล็อกคอดัดหลังคือไปนอนเล่นต่อในคุกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย ภายในห้องเก็บสินค้าหลังร้านสะดวกซื้อในตอนนี้ มีเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายตัวจริงกำลังโดนรุมเพื่อปฐมพยาบาลอาการบาดเจ็บบริเวณตาซ้ายซึ่งมีรอยแดงจัดจนเริ่มเขียวจากแรงหมัดแสดงผลให้เห็นมากกว่าตอนแรก โดยมีหัวหน้าพยาบาลอยู่ในชุดสูท และผู้ช่วยพยาบาลในชุดพนักงานร้านสะดวกซื้อ

 

“เจ็บหน่อยนะ” น้ำแข็งห่อผ้าขาวค่อยๆประคบบริเวณที่เริ่มบวมและมีรอยช้ำปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆอย่างเบามือ เอ็กซี่หยีตาและยกมุมปากขึ้นเพราะความเจ็บแล่นจี๊ดไปทั้งหน้า ความเย็นจากน้ำแข็งช่วยบรรเทาความเจ็บลงได้และอย่างน้อยเขาก็คิดว่าโชคดีที่ไม่ถึงกับเลือดตกยางออกจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาจริงๆ

 

“เธอกล้าหาญมากนะที่ทำอย่างนั้น และโชคดีด้วยที่หมอนั่นไม่มีอาวุธ”

 

สำหรับประโยคหลัง เอ็กซี่กลับมีความคิดค้านว่าต่อให้มีอาวุธก็ไม่แน่ใจว่าหัวขโมยจะทำอะไรแฮร์รี่ได้หรอกกระมัง

 

“ที่จริงแล้วผมไม่ได้คิดว่าหมอนั่นเป็นขโมยเลย” เขาหันไปมองลานสล็อตโดยอัตโนมัติเหมือนขอความเห็นในเรื่องที่ต้องการพูด และเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าช้าๆเป็นการสนับสนุน “ผมเข้าใจว่าเขาเป็นคนเดียวกับคนที่สะกดรอยตามผม”

 

“สะกดรอยตาม?” แฮร์รี่ย้ำคำและทำท่าประหลาดใจ “เธอหมายความอย่างนั้นจริงๆรึ?”

 

“แบบนั้นจริงๆครับ แล้วก็…อย่างที่เห็น ผมเข้าใจผิดไปเอง”

 

สิ่งที่เด็กหนุ่มตอบไม่ได้ช่วยขยายความเรื่องที่กำลังทำให้แฮร์รี่ประหลาดใจเท่าไรนัก เขาทำท่าเหมือนคิดอะไรในใจแล้วตัดสินใจพูดต่อ “ถ้าเธอไม่รังเกียจ พอจะเล่าให้ฟังคร่าวๆได้ไหม”

 

เอ็กซี่ใช้เวลาไม่นานในการอธิบายถึงที่มาที่ไปของเรื่องที่ทำให้ส่งผลมาถึงปัจจุบันโดยมีลานสล็อตช่วยเสริมเป็นบางจุด ตั้งแต่แรกเริ่มที่เขาและคนในครอบครัวเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติจนต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆให้ช่วยสอดส่องดูแล รวมถึงเรื่องที่พอจะรู้ว่าตัวการของเรื่องทั้งหมดนี้คือใคร คงเหลือเพียงแค่เรื่องส่วนตัวระหว่างเขากับพ่อเลี้ยงเท่านั้นที่ยังคงเก็บเงียบไว้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูด แต่เขาไม่อยากนึกถึงมันก็เท่านั้นเอง

 

“ถ้าเธอเข้าใจว่าขโมยคนนั้นเป็นพวกสะกดรอย แถมยังพอเดาได้ว่าคนที่สั่งให้ทำแบบนั้นเป็นใคร แล้วทำไมถึงทำให้เขารู้ตัวเสียล่ะ”

 

เจอคำถามแบบนี้เอ็กซี่ก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี เขานิ่งเงียบอยู่พักหนึ่ง อ้ำๆอึ้งๆจนเป็นลานสล็อตเสียเองที่รำคาญ และเป็นฝ่ายตอบคำถามแทนจนเด็กหนุ่มต้องหันขวับไปมองเหมือนอยากจะห้ามแต่ก็รู้ว่าคงห้ามไม่ทัน

 

“เขาคงกลัวว่าหมอนั่นจะคุกคามคุณ…หรือคนอื่นๆซึ่งไม่เกี่ยวข้องให้พลอยลำบากไปด้วย ฉันเข้าใจถูกมั้ยเอ็กซี่”

 

เอ็กซี่ห่อไหล่แล้วพยักหน้าช้าๆ เพราะถ้าความเข้าใจของเขาถูกต้อง นี่จะกลายเป็นเรื่องภายในครอบครัวซึ่งไม่ควรให้ใครอื่นต้องมาเดือดร้อนเพียงเพราะการกระทำของพ่อเลี้ยงของเขา แต่อย่างน้อย เรื่องในวันนี้ก็ทำให้โล่งใจไปเปราะหนึ่งว่าเป็นแค่การเข้าใจผิดและช่วยยืนยันความกังวลที่มากเกินเหตุอย่างที่คิดเอาไว้ บางทีเขาอาจจะเครียดกับเรื่องนี้จนทำให้กลัวสิ่งรอบตัวไปเสียหมด และหวาดระแวงจนเริ่มแยกแยะอะไรไม่ถูกแล้วก็เป็นได้

 

“แล้วเธอจะทำยังไงต่อไป” แฮร์รี่ถามเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเงียบไปนานและมีแต่เสียงถอนหายใจหลังจากสูดลมจนเต็มปอด ทิ้งหลังวางกับพนักเก้าอี้เหมือนคนหมดแรง จนคนถามรู้สึกได้ถึงความลำบากใจภายใต้ใบหน้าอ่อนวัยนั้น

 

“ผมคงทำเท่าที่ได้” เอ็กซี่ตอบในท้ายสุด “และคงได้แต่หวังว่ามันจะไม่เลวร้ายไปกว่านี้”

 

……

 

การทำงานช่วงเวลากลางคืนก็ดีไปอีกแบบถ้าไม่มีเรื่องยุ่งวุ่นวายมาคอยกวนให้เสียอารมณ์อย่างที่เป็นอยู่ และนั่นก็ไม่ได้นับรวมเอ็กซี่เข้าไปด้วยเนื่องจากการเข้างานกลางคืนครั้งแรกด้วยระยะเวลาสองเดือนนั้น ปรากฏว่าราบรื่นเรียบร้อยดีถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกกังวลขึ้นมาเป็นพักๆ แต่หลังจากเกิดเรื่องขึ้นกับเขาและแฮร์รี่เมื่อคราวก่อน เรื่องทุกอย่างดูจะจบลงจนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีการสะกดรอยตาม ไม่มีชายชุดดำยืนอยู่ตรงซอกตึกคอยแอบดูครอบครัวของเขานับจากวันนั้น ทั้งจากปากของมิเชลแม่ของเขาและบรรดาเพื่อนๆที่คอยช่วยเหลือ ทุกอย่างดูน่าจะกลับสู่สภาพปกติแล้วจริงๆ

 

“ถึงจะยังห่วงอยู่นิดหน่อยแต่ไม่มากเท่าตอนแรกเท่าไหร่”

 

เอ็กซี่ตอบคำถามคู่สนทนาตามความรู้สึกขณะกำลังรอเจบี สุนัขพันธุ์ปั๊กที่เลี้ยงไว้แวะสำรวจโคนต้นไม้ริมทาง โดยมีคุณพิคเคิลรวมกลุ่มสำรวจด้วยกัน

 

วันนี้เป็นวันหยุดของเอ็กซี่ ซึ่งเป็นวันหยุดที่สามารถเลือกได้ครั้งละหนึ่งวันต่อสัปดาห์หลังจากผ่านช่วงทดลองงาน เอ็กซี่จึงเลือกพาเจบีมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะสำหรับสุนัขไม่ไกลจากที่พักของเขามากนัก และไม่ลืมถามแฮร์รี่ตามที่อีกฝ่ายได้เคยออกปากชวนไว้  ถึงแม้เขาจะรู้สึกว่าต้องรวบรวมความกล้าในการชวนอยู่พอสมควรก็ตาม

 

การทำงานย่างเข้าเดือนที่หก หนึ่งเดือนแรกสำหรับฝึกและเรียนรู้งาน สองเดือนถัดมาเป็นการทำงานกะกลางวัน และอีกสองเดือนสำหรับกะกลางคืน เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกินในความคิดของเขา เกือบครึ่งปีแล้วที่เขาทำงานที่นี่และต้องยอมรับว่าถึงจะมีเรื่องให้ชวนปวดหัวไม่หยุดหย่อน แต่เขาก็สนุกกับการทำงานมากทีเดียว

 

รวมถึงเพื่อนร่วมงานที่ดี และลูกค้า…บางคนด้วย

 

“อย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ เธอมีเรื่องให้กังวลมากเกินไปสำหรับคนวัยนี้”

คู่สนทนาผู้สูงวัยกว่าตอบกลับหลังจากทั้งสองเริ่มออกเดินอีกครั้งตามแรงดึงของผู้ร่วมทางอีกสองตัว สวนสาธารณะเริ่มอยู่ไม่ไกลจากสายตา มีสุนัขหลากหลายสายพันธุ์มารวมตัวกันอยู่บริเวณสนามหญ้า ทันทีที่มีเพื่อนใหม่เข้ามาในอาณาเขต ฝูงสุนัขกลุ่มย่อมๆก็วิ่งกรูเข้ามาทักทายทันทีโดยเฉพาะกับหน้าใหม่อย่างคุณพิคเคิลที่มาสวนธารณะสำหรับสุนัขแห่งนี้เป็นครั้งแรก

 

“ดูท่าจะเข้ากับที่นี่ได้ดี” แฮร์รี่พูดยิ้มๆ

 

พวกเขาเลือกพักตรงม้านั่งไม่ไกลจากจุดที่ปล่อยให้ทั้งเจบีและคุณพิคเคิลวิ่งเล่นกับเพื่อนๆมากนัก เมื่อเห็นว่าสุนัขทั้งสองตัวดูมีความสุขดี พวกเขาก็วกกลับมาคุยกันถึงบทสนทนาที่ยังคุยค้างเมื่อครู่นี้

 

“มันมีหลายๆเรื่องน่าสงสัย” เอ็กซี่พูดถึงเรื่องที่ตนเองตั้งข้อสังเกต “พวกนั้นไม่ใช่ลูกน้องของดีน”

 

จนถึงตอนนี้เอ็กซี่สามารถพูดถึงเรื่องของพ่อเลี้ยงกับแฮร์รี่ได้อย่างเต็มปากซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อาจเป็นเพราะความรู้สึกสบายใจเวลาได้อยู่กับแฮร์รี่ที่พร้อมจะรับฟังปัญหาของเขานับจากวันที่ได้รู้เรื่องราวต่างๆ หรือเป็นเพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับแม่และน้องสาวซึ่งเป็นผู้หญิง นับรวมพ่อเลี้ยงที่ไม่สามารถให้คำแนะนำอะไรได้ทำให้เขาไม่มีที่พึ่งในยามที่ต้องการคำแนะนำจากใครซักคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่เขาต้องการพ่อมากที่สุด

 

คงเป็นการเสียมารยาทถ้าบอกว่าเขารู้สึกกับแฮร์รี่เหมือนเวลาที่นึกถึงพ่อ แม้จะไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด แต่ก็นับว่าใกล้เคียง

 

“แล้วเธอสงสัยใคร” แฮร์รี่หันมาถามพร้อมประสานมือตรงหน้าตัก

 

“ไม่รู้สิครับ อาจเป็นพวกโรคจิตธรรมดาๆหรือไม่ก็มาตามดูว่าบ้านเรามีอะไรให้ปล้นรึเปล่า”

 

“นั่นไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ” เขาค้านเมื่อเห็นเด็กหนุ่มหัวเราะกับเรื่องล้อเล่นของตนเอง “ถ้าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมาจริงๆทั้งเธอและครอบครัวอาจได้รับอันตราย”

 

“ขอโทษครับ” เด็กหนุ่มหน้าสลดลงเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าอาจพูดเล่นเกินเลยไปหน่อย “แต่คุณคงไม่คิดว่าแถวบ้านผมเป็นย่านของพวกคนดีมีศีลธรรมไปซะทุกคนหรอก แถวที่ผมอยู่มีแต่พวกมั่วสุมทั้งนั้น ติดยา หัวขโมย นักเลง ไปจนถึงพวกขายตัว”

 

“เอาล่ะ พอเถอะๆ” แฮร์รี่โบกมือห้าม “ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งห่วงสวัสดิภาพของครอบครัวเธอมากขึ้นทุกที ว่าแต่…เธอเคยทำอะไรแบบที่พวกนั้นทำรึเปล่า”

 

ก่อนตอบ เอ็กซี่เลิกคิ้วและเม้มปาก แฮร์รี่เดาว่าท่าทางอย่างนั้นคงหมายความถึงการไม่ปฏิเสธ

 

“แต่ผมไม่ได้เล่นยานะ อาจจะเคยขาย…ก็มีบ้าง แต่ตอนนี้เลิกหมดแล้ว และก็ไม่เคยขายตัวด้วย”

 

เขาเห็นแฮร์รี่ดูตกใจมากกับประโยคสุดท้ายและอดขำไม่ได้กับสีหน้าแบบนั้น “ผมรู้ว่ามันแย่ถ้ามีคนมาซื้อจริงๆ เพราะผมคงเป็นคนจำพวกสุดท้ายถ้าจะมีใครคิดอยากซื้อตัวไป…ทำอะไรแบบนั้น”

 

“ไม่ใช่เลยเอ็กซี่ ฉันจะรู้สึกเศร้าใจมากถ้าเธอต้องทำอย่างนั้น เพราะถ้าให้เดา เธอคงมีเหตุผลของเธอเอง ไม่ใช่ทำเพราะอยากทำถูกไหม”

 

คราวนี้แฮร์รี่เป็นฝ่ายได้เห็นสีหน้าประหลาดใจของเด็กหนุ่มบ้าง เอ็กซี่เบือนสายตาออกไปทางอื่น ดึงปีกหมวกแก๊ปสีขาวลงมาปิดหน้าอีกเล็กน้อยแล้วสอดมือเข้าในกระเป๋าแจ็คเก็ตข้างเอวของตัวเอง

 

คำพูดของแฮร์รี่นั้นแทงใจเข้าอย่างจัง

 

มีหลายครั้งที่มองคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันแล้วชวนให้คิดว่าทำไมชีวิตของเขาถึงแตกต่างจากคนอื่น เขาสูญเสียพ่อตั้งแต่ยังเล็ก ต้องล้มเลิกแผนการเข้ามหาวิทยาลัยทั้งๆที่มีความรู้ความสามารถมากพอจะขอทุนเพื่อให้เรียนต่อได้ ต้องเจอกับพ่อเลี้ยงที่เห็นเขาเป็นเพียงแค่สิ่งของที่ไม่ต้องการ จนกระทั่งเริ่มเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีทั้งหลายที่รายล้อมอยู่รอบตัว

 

สุดท้ายเขาก็หักใจเลิกได้ทั้งหมด และหยุดความคิดที่ว่าชีวิตมันบัดซบเกินกว่าจะกลับตัวได้ เขายังมีแม่ มีน้องที่ต้องดูแล มีเพื่อนดีๆที่หางานสุจริตให้ มีหัวหน้าที่ให้โอกาสและเพื่อนร่วมงานที่พร้อมจะช่วยอยู่เสมอ เท่านี้ก็ไม่ทำให้ถึงกับคิดว่าชีวิตเลวร้ายไปเสียทุกทาง

 

เอ็กซี่ห้ามตัวเองให้หยุดเมื่อหวนกลับมานึกถึงเรื่องเหล่านี้ เขามีชีวิตในแบบที่ต้องการแล้วและพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ คำพูดของแฮร์รี่อาจดึงเรื่องแย่ๆในชีวิตให้ย้อนกลับมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คำพูดหลังจากนั้นก็ช่วยให้เมฆดำในจิตใจค่อยๆคลายตัวลงไปได้มากทีเดียว

 

“เธอเป็นเด็กดี” แฮร์รี่ผ่อนลมหายใจแล้วทอดสายตาออกไปในทิศทางเดียวกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองสีหน้าด้านข้างของเขา “ฉันไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเธอต้องพยายามมากแค่ไหน แต่ตอนนี้ฉันเห็นได้ชัดเจนว่าเธอพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อครอบครัวของเธอ และเธอทำได้ดีมากจริงๆ”

 

“ขอบคุณครับ” ดวงตาของเขาหันมาสบกับผู้พูดได้อีกครั้ง “บางทีผมอาจจะแค่อยากให้ใครซักคนพูดแบบนี้กับผมก็ได้”

 

แฮร์รี่จับบ่าของเด็กหนุ่มแล้วบีบแน่น “ฉันอาจเป็นตัวแทนของพ่อเธอไม่ได้ แต่ถ้าเธอต้องการที่ปรึกษาหรือต้องการความช่วยเหลือเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าเธอไม่รังเกียจ ฉันยินดีช่วย”

 

เอ็กซี่ส่งยิ้มกว้างด้วยดวงตาเป็นประกายแทนคำตอบและได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน เขาไม่เคยหวังว่าชีวิตจะหลุดพ้นจากเรื่องร้ายๆมามีโอกาสได้พบเรื่องดีๆและคนดีๆอีกหลายคนที่มีผลกระทบต่อจิตใจในทางบวก คนเหล่านั้นเป็นกำลังใจสำคัญเพื่อให้เขาพยายามสู้ต่อ และอดทนต่อหนทางยากลำบากที่อาจต้องเผชิญในภายหน้า

 

เวลานี้เขาไม่คิดว่าตนเองจะต้องการสิ่งอื่นใดจากแฮร์รี่มากไปกว่าการนั่งอยู่ด้วยกันแล้วมองทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาและกำลังผ่านไป ผู้คนมากมาย เสียงจอแจวุ่นวายรอบข้างไม่ได้ก่อกวนจิตใจแม้แต่น้อย เพราะเขากำลังรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในที่ปลอดภัย ที่ที่มีคนเข้าใจ ห่วงใย และพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในยามต้องการ

 

……

 

TBC.

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s