[Dark Tales of London – shapeshifters AU FanFic] Sweet Sweater

Title : Sweet Sweater

Rate : G

 


 

 

pl10557393-heavy_classic_wool_upholstery_fabric_herringbone_twill_cloth_alpaca_woolen_fleece

 

ภาพตรงหน้ากำลังทำให้ใครคนหนึ่งลำบากใจ

 

ถ้วยชาบรรจงวางลงบนโต๊ะอย่างเบามือ ปลายเท้าค่อยๆกดน้ำหนักลงกับพื้นเพื่อไม่ให้เกิดเสียงหรือให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เงาดำของร่างหนึ่งเคลื่อนเข้าไปใกล้จนพาดทับซ้อนกับโซฟาและเจ้าของเงาร่างนี้เองที่กำลังปั้นหน้ายุ่งด้วยว่าไม่รู้จะทำอย่างไรกับคนที่กำลังนอนสบายอยู่ตรงนั้น ดูแล้วเจ้าตัวคงหลับลึกทีเดียวเพราะขนาดมีแรงกดจากการนั่งตรงที่ๆพอมีที่ว่างจนโซฟายุบตัวก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นเลยซักนิดเดียว

 

“ไมเคิล…” มือวางอยู่ตรงช่วงอกเขย่าเพียงเล็กน้อยเพราะเห็นอีกฝ่ายหลับสนิทจึงยังไม่อยากรีบปลุกทันที

 

โทเบียส ฟอล์กเนอร์ถอนหายใจเบาๆ เขาทิ้งช่วงนั่งนิ่งๆอยู่ซักพักเพื่อคิดว่าจะปลุกไมเคิล เฟย์ในสภาพเผลอหลับทิ้งตัวอยู่บนโซฟา แขนข้างที่ยังคงถือหนังสือค้างอยู่ย้ายขึ้นไปวางพาดเหนือศีรษะ ส่วนอีกข้างห้อยตกลงจนมือแตะพื้นแบบนี้อย่างไรดี

 

“ไมค์…”

 

ระดับเสียงถูกคุมไว้ไม่ให้เพิ่มจากเดิมแต่มือเริ่มเขย่าแรงขึ้น ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมตื่นง่ายๆ โทเบียสก้มตัวลง ตั้งใจจะเรียกอีกครั้งแต่ก็หยุดตัวเองเอาไว้โดยไม่รู้ตัวเพราะมีบางสิ่งดึงความสนใจของเขาจากการปลุกเสียก่อน

 

เขาเพิ่งรู้สึกว่าไม่คุ้นกับสเวตเตอร์ที่ไมเคิลใส่อยู่ เนื้อผ้านั้นนุ่มมือก็จริงแต่ความนุ่มนั้นไม่เชิงว่าเหมือนกับสเวตเตอร์ผ้าแคชเมียร์ที่ไมเคิลมักใส่เป็นประจำ ในขณะที่มือยังคงลูบไปมาสัมผัสกับความนุ่มจนเริ่มคล้อยเคลิ้ม โทเบียสก็นึกขึ้นได้ว่าเสื้อตัวนี้คงจะเป็นหนึ่งในเสื้อตัวใหม่ที่ไมเคิลชวนให้ไปซื้อด้วยกันเมื่อคราวก่อน

 

ใช่แล้ว…สเวตเตอร์ขนอัลปาก้า

 

ดวงตาสีเขียวจดจ้องดูคนที่กำลังหลับสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจเบาๆพร้อมกับอกสะท้อนขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะและสม่ำเสมอเท่านั้น

 

ความตั้งใจเดิมคือปลุกไมเคิลให้ลุกจากโซฟาในห้องรับแขกเพื่อให้ขึ้นไปนอนบนห้องเพราะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพหลังของอีกฝ่ายถ้าต้องนอนอยู่ในที่แคบนานๆแม้ว่าโซฟาตัวดังกล่าวจะนุ่มนอนสบายมากแค่ไหนก็ตาม แต่ดูท่าเหตุผลทั้งหลายจะถูกลืมไปเสียหมดในตอนนี้ มือของเขากำลังลูบขึ้นแล้วไล่ลงสลับกันอยู่อย่างนั้น หัวคิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันทีละน้อยเพราะคิดว่าลำพังแค่การสัมผัสจากมืออาจไม่เพียงพอต่อความต้องการเสียแล้ว

 

โทเบียสค่อยๆก้มตัวลงแล้วแนบแก้มลงกับผิวผ้า เขาไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงทั้งหมดในตอนแรกเพราะกลัวอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว แต่รอจังหวะการหายใจแล้วลงน้ำหนักทีละน้อย จนรู้สึกว่าทุกอย่างนิ่งสงบเรียบร้อยดี และไม่ทำให้ไมเคิลเผลอสะดุ้งตื่นตามที่คาดไว้ จึงค่อยเริ่มซุกไซ้ใบหน้ากับเนื้อเนียนนุ่มของผ้าอัลปาก้าอย่างช้าๆ และเบาๆ

 

ถ้าเขาไม่ใช่โอเมก้า การจำแนกผิวสัมผัสของเนื้อผ้าทั้งสองชนิดคงทำได้ตามปกติและคงไม่ต่างจากการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เหมือนอย่างงานที่เขาทำอยู่ แต่ปัญหาเล็กน้อยในตอนนี้คือเพราะโทเบียสเป็นโอเมก้า และสัญชาตญาณการสร้างรังของเหล่าโอเมก้าอาจมีผลข้างเคียงต่อความรู้สึกพิเศษกับของนุ่มๆนอกเหนือจากระยะเวลาก่อนเข้าสู่ช่วงติดสัดตามธรรมชาติ กระทั่งตัวเขาเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าตนจัดอยู่ในกลุ่มไหนระหว่างความชอบโดยการเลือกของตนเองหรือเป็นความชอบที่ได้รับอิทธิพลมาจากสัญชาตญาณกันแน่

 

รวมทั้งขณะกำลังเผลอใจไปกับเนื้อผ้าขนสัตว์ชนิดนี้ก็ด้วยเช่นกัน

 

“นิ่มใช่มั้ย”

 

เสียงนั้นทำให้เขาสะดุ้งเฮือกและกำลังจะยกตัวถอยหนีโดยอัตโนมัติแต่ก็โดนแขนของอีกฝ่ายโอบปิดทางหนีเอาไว้เสียก่อน ไมเคิลลูบศีรษะของเขาเบาๆ และกดให้หน้าแนบกับอกของตัวดังเดิม

 

“ถ้าชอบก็อยู่อย่างนี้ซักพักก็ได้ ผมไม่ว่าอะไร”

 

โทเบียสนิ่วหน้าเล็กน้อย รู้สึกเสียเชิงนิดหน่อยที่รู้ไม่ทันว่าอีกฝ่ายตื่นตั้งแต่เมื่อใด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ปฏิเสธคำอนุญาต ซุกไซ้ ลูบไล้ตามคำเชิญแต่โดยดี

 

“ผมจะมาปลุกคุณให้ขึ้นไปนอนบนห้องดีๆ” เขาบอกเหตุผลแรกเริ่มก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวเต็มที่และกอดจนเต็มแขน “แต่กลายเป็นแบบนี้ซะได้”

 

“แล้วตกลงเลือกได้รึยังว่าผ้าแบบไหนนิ่มกว่า” ไมเคิลวางหนังสือที่ถือค้างก่อนหน้านั้นลงบนโต๊ะข้างโซฟาแล้วกอดตอบ เขาหยุดนิ่งเพื่อรอฟังแต่ก็ไม่เห็นว่าโทเบียสจะตอบคำถามเสียที

 

“โทบี้…”

 

ไมเคิลยกศีรษะขึ้นเพื่อดูว่าทำไมคนในอ้อมแขนถึงเงียบไปนาน แต่ระดับสายตาของเขามองเห็นแค่รอยแสกของผมสีทรายและบ่าภายใต้เสื้อสเวตเตอร์สีเทาเข้มอีกนิดหน่อยเท่านั้น

 

เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง แขนยังคงโอบพาอีกคนให้ลุกขึ้นตามกัน มือเลื่อนมาจับบ่าและค่อยๆดันออกเพื่อให้ตนมองเห็นได้ถนัดแต่ร่างของโทเบียสเกาะติดเหนียวหนึบเหมือนถูกเกี่ยวไว้ด้วยเล็บแมวก็ไม่ปาน

 

มุมปากของไมเคิลยกขึ้นพร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขึ้นข้างบนกันเถอะ”

 

เพราะคำพูดนั้นโทเบียสจึงยอมดึงตัวเองออกจากการตกอยู่ในภวังค์ของการสัมผัส แต่พอคนข้างๆกำลังจะลุกจากโซฟา มือของเขาก็จับที่ต้นขาแล้วกดเอาไว้จนไมเคิลต้องหยุดแล้วนั่งลงตามเดิม

 

“โทบี้?”

 

“ขออีกแป๊บเดียว” เขาพูดทั้งๆที่ไม่เงยหน้าขึ้นมองแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของไมเคิลให้นั่งหันหลังโดยไม่สนใจยิ้มกว้างของเจ้าตัวซึ่งยอมหันตามอย่างว่าง่าย ตอนแรกก็คลอเคลียตามปกติ แต่เริ่มรุนแรงขึ้นทีละน้อยจนไมเคิลรู้สึกได้

 

ถ้าจะให้เทียบกันคงเป็นความรู้สึกเดียวกับเวลาถูกแมวเข้ามาเคล้าคลอ ดุนดัน โดยใช้แรงทั้งตัว และการถูไถทางด้านหลังที่เขาเผชิญอยู่นี้ถึงกับทำให้ร่างของเขาโยกตามไปด้วยราวกับมีแมวตัวใหญ่กำลังทำแบบนั้นกับหลังของเขาก็ไม่ปาน ไมเคิลปล่อยให้โทเบียสทำตามใจแต่ก็อดรู้สึกอยากจะคว้าตัวมากอดแน่นๆแล้วแสดงความรักตามประสาคนรักแมวไม่ได้

 

หรือคิดอีกที การปล่อยให้แมวทำในสิ่งที่ต้องการโดยไม่ขัดจังหวะก็อาจทำให้คนรักแมวอย่างเขาพึงพอใจมากกว่า

 

ไมเคิลรอจนกระทั่งแรงผลักที่หลังค่อยๆสงบลงและคิดว่าคนข้างหลังคงถูไถจนพอใจแล้วจึงค่อยหันมา แต่ภาพที่เห็นนั้นกลับทำให้เขาไม่ได้รู้สึกแค่อยากกอดหรือแสดงความรักแบบที่ทำกับแมวเท่านั้นเสียแล้ว

 

ผมสีบลอนด์ทรายด้านหน้ายุ่งเหยิงตกลงปรกหน้าผากเล็กน้อย ข้างแก้มทั้งสองมีสีอมแดงจางๆ และสีเขียวฉ่ำเยิ้มในดวงตาใต้เลนส์แว่นใสยิ่งทำให้ใบหน้าเคลิบเคลิ้มนั้นชวนใจเต้นไม่เป็นส่ำมากกว่าเดิมหลายเท่า

 

“ขึ้นข้างบนเถอะ”

 

ไมเคิลพูดตัดจบ เพราะตอนนี้ถึงเวลาทำตามใจของเขาบ้างแล้ว

 

 


 

 

sketch195215533

เรื่องคาใจอีกเรื่องของหมอกับสารวัตรที่ค้างจากตอนที่แล้วค่ะ ที่ไม่เขียนรวมไปด้วยเพราะเรื่องก่อนรู้สึกดราม่าจนต่อไม่ได้ ต้องทิ้งช่วงนิดนึง T T

เรื่องนี้ยังคงเป็นแฟนฟิคจาก DToL AU ของคุณส้ม @piyarak_s เช่นเคยค่ะ (เพิ่งเห็นว่าเดือนละเรื่องเลย บ่อยไปแล้ว😂) แต่อิงจากทวิตเตอร์ที่คุณส้มพูดถึงเรื่องการสร้างรังของโอเมก้าและพฤติกรรมน่ารักๆโดยคุณหมอ >< ซึ่งทำให้อยากรู้ขึ้นมาอย่างยิ่งยวดว่าสารวัตรรับมือกับพฤติกรรมน่ารักแบบนี้ยังไงงง 555

*เพิ่มเติมนิดหน่อยตรงรายละเอียดของโอเมก้าเวิร์ส คือรู้เท่าที่มีเว็บนึงแปลไทยไว้ค่ะ อาจบรรยายไม่ค่อยถูกต้องก็ขออภัยไว้ด้วยค่ะ

อีกเรื่องคือความแตกต่างระหว่างผ้าแคชเมียร์และอัลปาก้า… เคยจับแต่อันแรกค่ะ อันหลังไม่รู้จริงๆ เลยไม่ระบุละเอียด😂 เรื่องนี้ก็ขออภัยเช่นกันค่ะ

 

*วาดไว้นานแล้วและกลุ้มใจกับเส้นโชโจของตัวเองเหลือเกิน orz

 

 

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s