[Kingsman Fanfic] The Convenience Service : Part 3

Title : The Convenience Service : Part 3

Pairing : Harry x Eggsy

 


 

 

tcs05

 

ถนนเซวิล โรว์ ในคืนนี้มีสีสันมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆเพราะกำลังเข้าสู่เทศกาลใหญ่ประจำปี ร้านค้าในละแวกนั้นพร้อมใจกันประดับดวงไฟรวมทั้งต้นสนขนาดเล็กใหญ่ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึงในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า แม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อที่ดูเหมือนจะไม่เข้าพวกกับบรรดาร้านตัดชุดสูทชื่อดังก็ประดับประดาไปด้วยไฟหลากสีและของตกแต่งจนดูไม่แตกต่าง ช่วยให้ถนนทั้งเส้นดูสว่างไสวสวยงามไปตลอดทั้งคืน

 

สองเดือนสุดท้ายของการทำงานในช่วงสิ้นปีแรกที่ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้สำหรับเอ็กซี่เป็นการเข้างานกะเช้าก็จริงอยู่ แต่เนื่องจากต้องเจอกับเทศกาลคริสต์มาสทำให้เขาต้องอยู่ล่วงเวลาอย่างช่วยไม่ได้ รวมทั้งผู้จัดการร้านได้ขอร้องพนักงานทุกคนเป็นพิเศษเรื่องการลาหยุดระหว่างช่วงก่อนเทศกาล ดังนั้นตลอดเดือนธันวาคม ทั้งเขาและพนักงานคนอื่นๆจึงไม่ได้ใช้วันหยุดแต่ได้สิทธิ์เลือกระหว่างเลื่อนวันหยุดไปใช้ในเดือนถัดไป หรือไม่ก็ได้ค่าล่วงเวลาเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษจากวันหยุดปกติแทน

 

ตอนแรกลานสล็อตเข้าใจว่าเอ็กซี่คงเลือกวันหยุดเพิ่มแต่เขาคิดผิด ซึ่งเหตุผลแท้จริงก็คงเดาได้ไม่ยากไม่ว่าจะเลือกทางใดก็ตาม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอดใจไม่ให้ถามไม่ได้อยู่นั่นเอง

 

“ทำไมไม่เลือกวันหยุดล่ะ” เขาถามขณะส่งม้วนสายไฟประดับให้เอ็กซี่ที่กำลังยืนอยู่บนเก้าอี้เพื่อติดไฟตกแต่งหน้าร้าน ซึ่งคำถามนั้นทำให้คนฟังชะงักมือไปครู่หนึ่งพร้อมสีหน้าเหมือนกับคิดว่าควรจะตอบอย่างไรดี

 

“ตอนแรกผมก็ลังเลว่าจะเลือกแบบไหน แต่แฮร์รี่บอกว่าอีกไม่นานเดซี่จะขึ้นชั้นประถม ถ้ามีโอกาสก็เก็บเงินไว้เผื่อตอนที่เดซี่เข้าโรงเรียนน่าจะดีกว่า” เขาตอบแบบไม่ทันคิด แต่พอเห็นลานสล็อตทำหน้าตากรุ้มกริ่มก็เพิ่งนึกได้ว่าเผลอพูดอะไรแปลกๆออกไปอีกแล้วหรือเปล่า

 

“งั้ น เ ห ร อ” ลานสล็อตทำเสียงล้อเลียน “ฉันคิดว่าเธอจะใช้สิทธิ์เพิ่มวันหยุดแล้วไปเดทกับเขาอะไรทำนองนั้นซะอีก”

 

“…พูดอะไรอย่างนั้น เดทที่ไหนกัน” เอ็กซี่ตอบขัดๆเขินๆและมีความรู้สึกขัดแย้งเกิดขึ้นในใจอย่างบอกไม่ถูก ใจหนึ่งค้านว่าจะใช้คำว่าเดทก็คงไม่ถูกเสียทีเดียวเพราะเขากับแฮร์รี่เป็นแค่คนรู้จักกันธรรมดาๆ ส่วนอีกใจกลับคิดว่าทำไมเขาถึงไม่ปฏิเสธสิ่งที่ลานสล็อตเพิ่งพูดเลยแม้แต่นิดเดียว

 

“เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันมาตั้งหลายครั้งแล้ว ทำตัวติดหนึบกันขนาดนั้นฉันก็นึกว่าคบกันแล้วซะอีก”

 

“เดี๋ยวก่อน พวกเราเป็นผู้ชายทั้งคู่นะ แล้วอีกอย่าง เขาอายุมากกว่าผมตั้งเยอะ”

 

ลานสล็อตยกมือขึ้นสองข้างแล้วยักไหล่เหมือนจะบอกว่าถ้าอีกฝ่ายต้องการเสียงคัดค้านจากเขาคงจะต้องคิดผิดอย่างแน่นอน และขณะคุยกันเอ็กซี่ก็ลืมไปเสียสนิทว่าเพื่อนร่วมงานของเขาคนนี้ไม่ได้สนใจเพศตรงข้าม ดังนั้นเรื่องรักๆใคร่ๆหรือชอบพอในเพศเดียวกันนั้นคงไม่เป็นปัญหา ยิ่งเรื่องอายุยิ่งไม่อยู่ในประเด็นที่ต้องพูดถึงเช่นกัน

 

“เอ็กซี่ ฉันไม่รู้ว่าเธอสับสนเรื่องที่ชอบแฮร์รี่ว่าเป็นความชอบแบบไหนกันแน่ แต่อย่างที่พวกเธอทั้งคู่เป็นอยู่มันก้ำกึ่ง เธอควรคิดดูดีๆ แล้วทำให้มันชัดเจนกว่านี้นะ”

 

สีหน้าตกใจของเด็กหนุ่มบนเก้าอี้ที่ค่อยๆหันมามองเขานี่มันช่างน่าขันเสียจริง ลานสล็อตนึกอยากจะแกล้งให้มากกว่านี้เมื่อเห็นเอ็กซี่ทำท่าครุ่นคิดอย่างเอาจริงเอาจังตามคำพูดแหย่เล่นของเขา ถึงแม้ว่าจะสนุกพอๆกับการเอาของตกแต่งหรือไฟสีมาประดับหน้าร้านอย่างที่พวกเขากำลังทำอยู่ แต่ก็กลัวว่าถ้ามัวแต่แกล้งกันต่อไปอย่างนี้ งานก็คงจะยิ่งเสร็จช้ากว่าเดิมเสียมากกว่า

 

ลูกค้าผู้ซึ่งมีสถานะกึ่งเพื่อนบ้านไปโดยปริยายยืนอยู่ด้านหลังของทั้งสองคนอย่างเงียบเชียบพร้อมกับจูงสุนัขตัวเล็กมาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจทราบได้ พวกเขาไม่ทันสังเกตเห็นจนกระทั่งเสียงแหลมเล็กร้องเรียกคนทั้งสอง ในขณะที่เอ็กซี่ไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไรเมื่อหันไปข้างหลังและพบว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น ลานสล็อตเองก็ทำหน้าเหวอออกมาให้เห็นชัดเจนเช่นกัน

 

แล้วความคิดเล็กๆก็แล่นขึ้นมาฉับพลันว่าถ้าคนข้างหลังไม่ทันได้ยินเรื่องเย้าแหย่เมื่อครู่ก็คงจะดี

 

“นี่ก็ค่ำแล้วพวกเธอยังไม่เลิกงานอีกรึ” เพื่อนบ้านในชุดสูทคลุมทับด้วยเสื้อโค้ตเอ่ยถาม เชือกในมือกระตุกอย่างต่อเนื่องเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กกำลังฉุดดึงเพื่อพยายามจะวิ่งเข้าไปหาคนคุ้นเคย “หรือว่าอยู่ทำล่วงเวลา”

 

“ใช่แล้วครับ วันนี้เราต้องรีบแต่งหน้าร้านให้เสร็จจะได้รีบแยกย้ายกันไปเด–“

 

ขดสายไฟจากมือของคนบนเก้าอี้ร่วงใส่ศีรษะคนข้างล่างจนพันกันยุ่งเหยิงพร้อมส่งเสียงเหมือนห้ามไม่ให้พูดมากเกินกว่านั้น เอ็กซี่รีบดึงสายไฟทั้งหมดออกด้วยความตกใจ ตกใจทั้งกับสายไฟ และคำพูดที่ลานสล็อตเพิ่งพูดยังไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ

 

“ไม่ยักรู้ว่าเธอมีนัดหลังจากนี้นะเอ็กซี่” แฮร์รี่ถามด้วยสีหน้าเรียบๆตามปกติ แต่คำถามนั้นกลับทำให้คนฟังทำตัวไม่ถูก ส่วนลานสล็อตกระตุกมุมปากยิ้มแบบมีเลศนัย

 

“ข..เขาก็พูดไปเรื่อยเปื่อย” เอ็กซี่ตอบตะกุกตะกัก “ผมไม่ได้นัดกับใครซักหน่อย” เขาพูดแล้วหันไปถลึงตาใส่คนข้างตัว กลายเป็นว่าปฏิกิริยาแบบนั้นยิ่งทำให้ดูมีพิรุธมากกว่าเดิม และเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากคู่สนทนาได้ไม่น้อย

 

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลย แค่จะบอกว่าถ้ากลับดึกก็ระวังตัวด้วย” แฮร์รี่พูดยิ้มๆ แล้วทำท่าเหมือนจะออกเดินต่อ “ฉันไม่กวนเวลาทำงานของพวกเธอล่ะ ไว้เจอกันใหม่”

 

สายจูงสุนัขถูกดึงตึงเพียงชั่วครู่ คุณพิคเคิลก็ยอมออกเดินตามแต่โดยดีหลังจากเอียงคอมองคนทั้งสามสลับกันไปมา ด้านหลังของแฮร์รี่ค่อยๆห่างออกไปทีละน้อยจนลับตาไปในที่สุด ในระหว่างนั้นเอ็กซี่ก็ดูเหมือนจะคิดอะไรขึ้นได้บางอย่าง เขากระโดดลงจากเก้าอี้แล้วยัดม้วนสายไฟส่งให้ลานสล็อตซึ่งรับช่วงต่อแบบงงๆ

 

“จะไปไหนน่ะ”

 

“เดี๋ยวผมมา”

 

เอ็กซี่ทิ้งคำตอบไว้แค่นั้น เขาวิ่งเหยาะๆไปตามทางจนมองเห็นหลังของคนที่เดินนำหน้าได้ชัดมากขึ้นแล้วเร่งฝีเท้าอีกเล็กน้อย มือกำลังเอื้อมออกไปคว้าแขนแต่กลับชะงักไว้ด้วยเหตุผลใดแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจบอกได้ ระยะห่างเพียงนิดเดียวจะสัมผัสถึงตัวช่วยบีบให้เอ็กซี่สลัดความลังเลและความไม่มั่นใจทั้งมวลทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาไม่มีเวลาให้คิดมากนอกจากทำตามสิ่งที่ผุดขึ้นมาในใจเป็นอันดับแรกซึ่งก็คือ

 

“มีอะไรหรือ เอ็กซี่” แฮร์รี่ถามพลางมองด้วยความสงสัยเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนขวางทางกะทันหันพร้อมอาการหอบเล็กน้อย ทว่าเอ็กซี่ไม่ได้ตอบคำถามตามที่เขาคิดไว้ แต่กลับถามด้วยประโยคที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจ

 

“คืนวันคริสต์มาสคุณว่างรึเปล่า”

 

“คิดว่าว่างนะ ทำไมล่ะ”

 

“งั้นเราไปเดทกันเถอะ”

 

สีหน้าเรียบเฉยเป็นปกติของแฮร์รี่เปลี่ยนเป็นงงงันในทันทีหลังคำเชิญชวนด้วยใบหน้าจริงจังของเด็กหนุ่มจบลง

 

ตั้งแต่ได้รู้จักกับเอ็กซี่เขาต้องยอมรับว่าเด็กคนนี้ชอบทำอะไรเกินความคาดหมายอยู่บ่อยครั้ง ตอนแรกเขาคิดว่าอาจเป็นเพราะด้วยความต่างของวัยทำให้ความคิดอ่านหรือมุมมองในหลายๆเรื่องไม่เชื่อมถึงกันเสียทีเดียว แต่หลังๆมานี้แฮร์รี่เริ่มสงสัยว่าบางทีอาจจะไม่เป็นอย่างที่เขาคิดก็เป็นได้

 

ไม่ใช่เฉพาะแต่กับอีกฝ่าย แม้แต่กับตัวเอง เขาก็สงสัยเช่นกัน

 

ถึงจะไม่ค่อยแน่ใจนักแต่แฮร์รี่ก็ตั้งใจจะตอบรับคำชวนจากเอ็กซี่ ทั้งสองเช็คเบอร์โทรศัพท์ที่เคยแลกกันไว้อีกครั้งเผื่อสำหรับการติดต่อในคืนวันนัดจนกระทั่งเอ็กซี่นึกขึ้นได้ว่าคืนนั้นเขาคงจะต้องเลิกงานดึกอีกเช่นเคย เวลานัดหมายคร่าวๆจึงถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งรับปากเป็นมั่นเหมาะว่าจะจัดการงานให้เสร็จและมาให้ตรงเวลาที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

แฮร์รี่มองตามเด็กหนุ่มค่อยๆเดินถอยหลังแล้วกลับตัววิ่งไปยังทิศทางที่จากมาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขยิ่งกว่าครั้งใดที่เคยเห็น และภาพนั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกข้องใจมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับเรื่องภายในจิตใจของตนเอง

 

……

 

ตลอดเวลาตั้งแต่เข้างานตอนเช้า เอ็กซี่คิดอยู่แค่เรื่องเดียวคือเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วหลังจากอยู่ช่วยงานที่ร้านจนดึก ทุกอย่างดูจะเข้าที่เข้าทางและไม่ยุ่งวุ่นวายเหมือนช่วงหัวค่ำมากนัก งานสุดท้ายสำหรับคืนนี้จึงเหลือเพียงการตรวจสอบรายการสินค้าในห้องเก็บของให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อสินค้าทั้งหมดถูกตรวจเช็คเรียบร้อยและส่งผ่านให้ชาร์ลี เพื่อนที่ทำงานกะกลางคืนของเอ็กซี่แล้ว ตอนนี้ทั้งเขาและลานสล็อตเปลี่ยนชุดกลับมาเป็นชุดธรรมดา ร่ำลาเพื่อนๆที่อยู่ช่วงกะกลางคืนแล้วออกมาสัมผัสกับความหนาวเย็นยามค่ำของวันคริสต์มาสพร้อมกัน ขณะที่ลานสล็อตต้องเดินกลับไปยังต้นทางถนนเซวิล โรว์ เอ็กซี่แตะสองนิ้วที่ปีกหมวกแก็ปเป็นการบอกลา ก่อนจะหันหลังออกเดินในทิศตรงข้ามเพราะนัดกับใครบางคนซึ่งลานสล็อตรู้ดีอยู่แล้ว เขาจึงทำแค่โบกมือกลับและมองเด็กหนุ่มเดินจากไป

 

เอ็กซี่เดินกึ่งวิ่งเพื่อให้ถึงร้านของแฮร์รี่ได้เร็วขึ้น ลมหายใจพ่นออกมาเป็นควันสีขาวตลอดทางพร้อมๆกับร่างกายที่อุ่นขึ้นทุกขณะ จนกระทั่งร้านคิงส์แมนซึ่งอยู่เลยช่วงกลางถนนไปเล็กน้อยปรากฏให้เห็นชัดขึ้นและพบว่าเจ้าของร้านยืนรออยู่ก่อนแล้ว แฮร์รี่ยังคงใส่ชุดสูทตามปกติแต่เตรียมตัวพร้อมเผชิญสภาพอากาศที่อาจยาวนานในคืนนี้ด้วยถุงมือและโค้ตตัวหนาเพิ่มอีกหนึ่งชั้น แถมด้วยใบหน้าเริ่มออกสีเรื่อๆซึ่งเอ็กซี่เดาว่าคงเป็นเพราะออกมายืนรอท่ามกลางความหนาวได้ซักพัก เวลาในขณะนี้เหลืออีกไม่กี่นาทีก็จะห้าทุ่ม เขาขยับปีกหมวกแก็ปเล็กน้อยแล้วรีบเดินเข้าไปหา ขอโทษขอโพยที่มาช้ากว่าเวลานัด จากนั้นก็พากันออกเดินชมเมืองตามความตั้งใจจริงๆเสียที

 

เริ่มต้นจากร้านของแฮร์รี่ พวกเขาตัดสินใจว่าจะเลือกเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศในค่ำคืนวันคริสต์มาสไปจนสุดถนนเซวิล โรว์ ตัดผ่านถนนเส้นเล็กอย่างวิโกเพื่อออกสู่ถนนรีเจนท์ แล้วเดินตามแนวโค้งของถนนใหญ่ไปเรื่อยๆ ผ่านร้านรวงต่างๆและตึกอาคารซึ่งยิ่งสวยงามมากขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงเทศกาลและบรรยากาศของคริสต์มาสอย่างคืนนี้เป็นต้น

 

“แล้ววันนี้ไม่กลับไปฉลองกับคนที่บ้านรึ?” แฮร์รี่ถามเมื่อพวกเขาเดินตามทางมาจนใกล้จะถึงพิคคาดิลลี เซอร์คัสซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของถนนสายหลักหลายสายในลอนดอน ฝั่งตรงข้ามถนนห่างออกไปไม่ไกลจากสายตา มีรูปปั้นของเทพเจ้ามีปีกในมือถือคันธนูตั้งเด่นอยู่เหนือฐานน้ำพุพร้อมด้วยผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่ที่นั่นเพื่อชื่นชมบรรยากาศและแสงไฟที่งดงามของคืนงานเทศกาล

 

“เพราะผมต้องทำงานดึก ยังไงก็คงกลับไปไม่ทัน แม่กับน้องเลยไปค้างและฉลองกันที่บ้านคุณตา”

 

“แล้วปล่อยให้เธอเฝ้าบ้านในคืนวันคริสต์มาสอย่างนี้น่ะหรือ”

 

เอ็กซี่หัวเราะเบาๆแล้วยักไหล่ “ผมอยู่เฝ้าบ้านคนเดียวได้ ไม่ใช่เด็กๆแล้วนี่นะ”

 

คราวนี้แฮร์รี่เป็นฝ่ายหัวเราะบ้าง “แต่เธอก็ชวนฉันออกมาเพราะไม่อยากเฝ้าบ้านคนเดียวใช่ไหม” เขาหันไปมองด้วยสายตาที่เอ็กซี่รู้สึกได้ว่าหมายความว่าอย่างไร

 

เด็กเอ๋ย…

 

“ผมไม่ได้ชวนคุณออกมาเพราะเหงาซะหน่อย” เอ็กซี่พ่นลมหายใจเป็นไอออกมายาวเหยียดแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อจนผู้รอฟังหันไปมอง

 

“ถ้าไม่ใช่อย่างที่ว่า…” แฮร์รี่ถามระหว่างรอคำตอบพลางคิดว่าอีกฝ่ายคงมีอะไรในใจมากกว่านั้น”…หรือเธอกลัวว่าฉันจะเหงางั้นสิ”

 

ทั้งเอ็กซี่และแฮร์รี่เดินคุยกันมาเรื่อยๆจนสุดถนนรีเจนท์แล้วหยุดยืนรอสัญญาณไฟเพื่อข้ามถนนโดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่เดียวกับผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยวอีกมากมายที่ต้องการมายังที่แห่งนี้ เมื่อคำถามของแฮร์รี่จบลงพร้อมกับสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว ทั้งสองก็รวมกลุ่มกับคนอีกจำนวนหนึ่งข้ามถนนและเดินตรงไปยังจุดที่เป็นที่ตั้งของน้ำพุพร้อมๆกัน

 

“เพราะคุณบอกว่าวันคริสต์มาสต้องอยู่ที่ร้านและไม่ได้ไปฉลองที่ไหน…”

 

แฮร์รี่ยกคิ้วแล้วยิ้มให้กับคำพูดนั้น และสังเกตเห็นใบหน้าเก้อเขินเล็กๆของเด็กหนุ่มที่เดินเคียงข้างซึ่งหันไปมองทางอื่นอย่างรวดเร็ว แต่ที่หันไปไม่ได้เป็นเพราะความเขินแต่เพียงอย่างเดียว เอ็กซี่ชี้ไปยังรั้วเหล็กกั้นทางลงสถานีรถไฟใต้ดินที่ห่างออกไปทางขวามือของน้ำพุเพราะคงเหลือแค่จุดนั้นที่ยังมีที่พอให้ทั้งคู่ยืนพักอยู่บ้าง เนื่องจากจุดหมายแท้จริงมีคนจำนวนมากนั่งกระจัดกระจายตามบันไดเรื่อยขึ้นไปจนถึงฐานล่างของน้ำพุจนแทบไม่มีที่ให้แทรกเข้าไปชื่นชมใกล้ๆเสียด้วยซ้ำ

 

ทั้งสองคนผ่อนหลังลงพิงกับราวเหล็ก ให้ขาสองข้างที่เดินอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เซวิล โรว์จนถึงวงเวียนพิคคาดิลลีได้พักบ้างนิดหน่อย ถึงแม้ระยะทางแค่ไม่ถึงครึ่งไมล์จะไม่ใช่ทางไกลอะไรมากนัก แต่การเดินไปพร้อมๆกับฝูงชนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการดื่มด่ำกับบรรยากาศเทศกาลเหมือนกันกับพวกเขาก็พอจะทำให้รู้สึกเพลียตามไปด้วยได้ง่ายๆ

 

“ขอบใจนะ” แฮร์รี่พูดขอบคุณเพียงสั้นๆ และเอ็กซี่สังเกตได้ว่ารอยยิ้มของเขาค่อยๆจางไปจากใบหน้า

 

ในแววตาที่ผ่านประสบการณ์และเรื่องราวในชีวิตมามากมายนั้นช่างยากจะหยั่งถึง ลำพังตัวเขาเองซึ่งเด็กกว่าแฮร์รี่มากนักคงไม่มีทางเข้าใจได้ เว้นเสียแต่สิ่งที่เขามีอาจไม่ใช่การพยายามทำตัวเสมอเหมือนว่าเข้าใจในสิ่งที่ตนไม่มีวันเข้าใจ แต่เป็นแค่การที่เขาอยู่ที่นี่ ตอนนี้ ที่ๆตัวของเขาและแฮร์รี่อยู่กับเวลา ณ ปัจจุบัน

 

“ผมถามได้มั้ยว่าทำไมคุณถึงอยู่ตัวคนเดียว”

 

เอ็กซี่เกือบเก็บคำถามนี้ไว้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ไม่ควรถามถ้าไม่ใช่เพราะปากสวนทางกับความคิดไปเสียก่อน และกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินห้ามเสียแล้ว เขาจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วสบตากับฝ่ายตรงข้ามตรงๆที่สุดท้ายของคำถาม

 

มีแต่เสียงถอนหายใจกลับมาในคราแรก สีหน้าของแฮร์รี่ดูเหนื่อยล้าเมื่อต้องคิดถึงเรื่องใดก็ตามที่เขากำลังคิดในเวลานี้ และไตร่ตรองว่าจะตอบอย่างไรดี

 

“ฉันคิดว่าตัวเองคงเหมาะจะอยู่คนเดียวมากกว่า” เขาตอบในท้ายสุด และหันไปมองด้วยสายตาหม่นๆเหมือนนึกถึงเรื่องที่ไม่ชวนให้นึกถึง แต่แล้วเขาก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นแววตาสลดของเอ็กซี่ก่อนจะพูดโดยไม่รอให้อีกฝ่ายขัดจังหวะ

 

“เธอจำวันที่เธอเข้ามาทักฉันในร้านได้มั้ย”

 

“จำได้ครับ”

 

“วันนั้นเป็นวันที่…” แฮร์รี่ถอนหายใจอีกครั้ง “คนที่ฉันเข้าใจว่ารัก…ตัดสินใจเลือกแต่งงานกับภรรยาของเขา”

 

ตอนแรกเอ็กซี่คิดว่าตนเองหูฝาด ดวงตาของเขาเบิ่งกว้าง แต่พอหันไปเห็นแฮร์รี่ซึ่งกำลังหัวเราะสายตาของเขา ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเรื่องจริงหรือแค่หยอกเล่นกันแน่

 

“เธอคิดว่าฉันพูดเล่นล่ะสิ” เสียงหัวเราะและรอยยิ้มเมื่อครู่ค่อยๆจางลง “วันนั้นฉันรู้สึกแย่จริงๆ และเป็นเพราะเธอเข้ามาช่วยวันแย่ๆของฉัน”

 

“ผมจำได้แล้วที่คุณบอกว่าเจอเรื่องแย่ๆมา ตอนนั้นผมไม่ทันคิดจริงๆ”

 

“ไม่เป็นไรหรอก วันนั้นฉันคิดว่าอย่างน้อยฉันอาจเริ่มต้นวันได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะทั้งหมด”

 

ใบหน้าของแฮร์รี่ก้มต่ำเล็กน้อยพร้อมทั้งอมยิ้มเหมือนกับนึกถึงเรื่องชวนให้มีความสุขขึ้นมาได้ เขาทิ้งน้ำหนักพิงเหมือนอยากให้ทั้งจิตใจและร่างกายได้ผ่อนคลาย ซุกมือทั้งสองข้างที่ประสานกันอยู่ข้างหน้าเมื่อครู่ลงในกระเป๋าเสื้อโค้ตเพื่อหาความอบอุ่น แล้วเงยหน้าขึ้นมองอาคารฝั่งตรงข้ามรอบๆวงเวียนพิคคาดิลลีที่มีดวงไฟหลากสีสันส่องสว่างราวกับดวงดาวมากมายประดับประดาอยู่บนท้องฟ้าเพื่อค่ำคืนอันแสนพิเศษ

 

เอ็กซี่มองใบหน้าด้านข้างที่กำลังอมยิ้มด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เป็นความรู้สึกแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เขานึกถึงคำพูดหนึ่งซึ่งย้อนกลับมาย้ำอีกครั้งว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อแฮร์รี่เป็นแบบใด และควรทำให้มันชัดเจน

 

ใช่แล้ว…ทำให้ชัดเจน

 

หมวกแก็ปถูกดึงออกจากศีรษะแล้วเหน็บไว้กับกระเป๋าข้างของเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาว ดวงตาสีเขียวเป็นประกายและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นซึ่งอาจเป็นเพราะบรรยากาศในคืนนี้ช่วยหนุนนำให้พร้อมจะทำในสิ่งที่เป็นความปรารถนาของตน เอ็กซี่ยืดตัวยืนขึ้น มือข้างหนึ่งยื่นออกไปจับราวเหล็กใกล้กับหลังของแฮร์รี่ ขณะเดียวกันคนข้างๆก็รู้สึกได้ถึงความผิดแปลกบางอย่างและกำลังหันกลับมามองทางเขาพอดิบพอดี

 

เอ็กซี่ถอนลมหายใจออกมาเป็นไอจางๆสีขาวเพื่อผลักเอาความตื่นเต้นออกไปให้หมดสิ้น ภาพตรงหน้าของเขายังชัดดีทุกอย่างแม้ว่าจะเห็นใบหน้าของแฮร์รี่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนกระทั่งไม่สามารถมองเห็นอย่างชัดเจนได้อีกต่อไป

 

แรกสัมผัสนั้นเย็นเฉียบแต่เพียงไม่นานก็ค่อยๆอุ่นขึ้น เอ็กซี่รู้ตัวดีว่าริมฝีปากของตนเองอาจจะกำลังสั่นต่างจากของอีกฝ่ายที่ยังคงนิ่งเหมือนกับไม่ได้ตกใจมากนัก ลึกๆแล้วเขาไม่ได้คาดหวังและพร้อมรับผลที่ตามมาหากแฮร์รี่จะมีปฏิกิริยากับสิ่งที่เขาทำในแง่ลบ แต่มันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น หลังจากริมฝีปากค่อยๆถอยห่างออกจากกัน เอ็กซี่เห็นความประหลาดใจบนใบหน้าของแฮร์รี่แต่ไม่ได้มีความหมายแฝงว่ารังเกียจแต่อย่างใด

 

และสิ่งที่ช่วยเขาเอาไว้ก็คือรอยยิ้มของแฮร์รี่ที่ตอบกลับมานั่นเอง

 

ไม่มีคำพูดหลังจากนั้นอยู่พักใหญ่ ทั้งสองมองไปรอบตัวท่ามกลางผู้คนเดินผ่านไปมา ท่ามกลางแสงไฟที่ล้อมรอบกาย ทั้งๆที่ในใจไม่ได้จดจ่ออยู่กับภาพเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย

 

“เธอ…”

 

“ค…ครับ”

 

นานทีเดียวกว่าจะมีคำพูดหลุดออกมาซักคำ แต่ก็เป็นแค่คำสั้นๆแถมวนไปเวียนมาอยู่อย่างนี้อีกหลายครั้ง จนเหมือนจะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตัดสินใจพูดอย่างจริงจังในที่สุด

 

“แน่ใจแล้วหรือ” แฮร์รี่เป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน

 

“ถ้าคุณตั้งใจจะพูดเรื่องอายุก็ตัดเรื่องนั้นออกไปก่อนเลยครับ” อาการประหม่าทำให้เอ็กซี่พูดเรื่องที่เป็นกังวลว่าจะต้องโดนถาม และตอบแฮร์รี่อย่างที่ควรจะตอบจริงๆในตอนท้าย “ผมแน่ใจที่สุดแล้ว”

 

“ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่แน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นเพราะเธอแค่สับสน”

 

แฮร์รี่รู้ตัวดีเช่นกันว่าเขาควรทำอย่างไรเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเอ็กซี่ รวมถึงการไม่ทำให้เด็กหนุ่มข้างๆเข้าใจผิดว่าความรู้สึกที่มีนั้นเป็นเพราะแค่คิดถึงคนในครอบครัวที่จากไปหรือเป็นความรู้สึกพิเศษในรูปแบบอื่น ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังนั้น แม้แต่แฮร์รี่เองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะรับมือกับสิ่งนี้อย่างไรดี

 

“เรื่องสับสนนั่นตอนแรกอาจจะใช่” เอ็กซี่มองตาคนข้างๆและพูดตามความจริง “ผมคิดว่าคงเป็นเพราะผมอาจจะคิดถึงพ่อ แต่พอนานๆเข้าผมเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ได้คุยกัน ทำอะไรหลายๆอย่างด้วยกัน สิ่งเหล่านั้นนั่นแหละที่ทำให้ผมมั่นใจ”

 

“มั่นใจว่าอะไร”

 

“มั่นใจว่าผมชอบคุณ” เสียงของเขาเริ่มดังขึ้นโดยไม่รู้ตัวจนคนที่ยืนอยู่รอบข้างหันมามอง “เราอาจจะไม่ได้รู้จักกันนานเท่าไหร่ แถมผมยังเด็กกว่าคุณมากแล้วก็เป็นผู้ชายเหมือนกันด้วย แต่ความรู้สึกที่ผมมีคือผมมีความสุขเวลาที่อยู่กับคุณ”

 

การถูกจู่โจมเข้าใส่แบบนี้แฮร์รี่ต้องยอมรับว่าเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายที่พุ่งเข้าหาเป็นคนหนุ่มอายุห่างจากเขาถึงเท่าตัว ทำให้ยิ่งต้องหวนกลับมาเป็นฝ่ายทบทวนตัวเองอย่างรีบด่วนว่า แล้วความรู้สึกของเขาเป็นแบบใดกันแน่

 

ดวงตาสีเขียวอันแน่วแน่บีบให้แฮร์รี่ต้องซื่อสัตย์ต่อตนเองตามไปด้วยโดยไม่อาจเลี่ยงได้ แต่ครั้งนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามในการค้นหาคำตอบมากเท่าครั้งก่อนๆ ดูเหมือนว่าเขาจะรู้อยู่แล้ว และรู้มาตลอด

 

ประสบการณ์ชีวิตนับเป็นข้อได้เปรียบหลายอย่าง อย่างน้อยในกรณีนี้ก็ช่วยให้ไม่ต้องคิดมากจนปวดหัว ถ้าเขากับเอ็กซี่อายุพอๆกันก็อาจจะต้องใช้เวลาซักพักในการไตร่ตรองและคิดให้ถี่ถ้วน แต่สำหรับตัวเขาในเวลานี้ สิ่งสำคัญกลับไม่ใช่ความรู้สึกที่มีต่อเอ็กซี่เพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายเรื่องให้คำนึงถึงโดยเฉพาะเรื่องของคนในครอบครัวซึ่งเด็กหนุ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากยิ่งกว่าเรื่องของตนเองเสียอีก

 

“ฉันรู้ว่าเธอมั่นใจเรื่องนั้นนะ ที่ฉันอยากขอจากเธอมีอยู่เรื่องเดียว”

 

คำพูดของแฮร์รี่เหมือนดึงเอ็กซี่ให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงกะทันหัน “เรื่องที่อยากจะของั้นเหรอ…เรื่องอะไรครับ”

 

“ถ้าเธอทำให้คนในครอบครัวของเธอยอมรับเรื่องนี้ได้ ฉันจะให้คำตอบอีกทีนะ”

 

ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่เอ็กซี่คาดการณ์ไว้แล้ว สีหน้าของเขาผ่อนคลายลงและยิ้มได้อีกครั้งจนแฮร์รี่ประหลาดใจ

 

“เรื่องนั้นคงไม่ต้องมั้งครับ” เอ็กซี่ตอบกลับพร้อมยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม “คนอื่นๆรู้ก่อนผมอีกละมั้ง มีแต่ผมนี่แหละที่ซื่อบื้อไม่รู้ตัวเอง”

 

“หมายความว่า…”

 

“หมายความว่านี่เป็นอีกเหตุผลที่แม่พาน้องไปค้างบ้านคุณตาไงครับ”

 

คำตอบของเด็กหนุ่มทำเอาแฮร์รี่อยากจะใช้มือตบหน้าผากดังๆเสียทีสองที แน่นอนว่าเขาเคยเจอมิเชลผู้เป็นแม่และเดซี่น้องสาวในวันหยุดของเอ็กซี่อยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้พบปะกันด้วยสถานะอื่นนอกจากเป็นคนรู้จักของลูกชายและไม่ได้พบกันด้วยรูปแบบอื่นนอกจากการพาสุนัขไปเดินเล่น บางครั้งแม่และน้องของเขาก็จะออกไปด้วยกันเมื่อเอ็กซี่มีโอกาสเลือกวันหยุดตรงกับสุดสัปดาห์ และนั่นก็คงพอจะถือว่าสนิทกันในระดับหนึ่งเพราะเขาสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าครอบครัวนี้มีลักษณะนิสัยคล้ายๆกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ็กซี่ซึ่งถอดแบบมาจากแม่ไม่มีผิดเพี้ยน ด้วยนิสัยร่าเริง เข้ากับคนง่าย ช่างคุยช่างเจรจา และเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกดีที่ได้เจอกับครอบครัวของเอ็กซี่ก็คืออยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกสบายใจ

 

แต่กับเรื่องบางเรื่องก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งต้องแยกกันให้ชัดเจน

 

แฮร์รี่ไม่รู้ว่าเขาทำหน้าแบบใดเมื่อเห็นเด็กหนุ่มตอบคำถามด้วยสีหน้าร่าเริงเหมือนไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลเอาเสียเลย

 

“ขอบคุณครับที่เป็นห่วง แต่ผมเคยพูดกับแม่เรื่องนี้แล้วและเธอดูไม่ตกใจเท่าไหร่ แถมยังบอกด้วยว่าไม่แปลกใจเลยเพราะผมเอาแต่พูดเรื่องของคุณตลอดเวลา” เสียงหัวเราะเบาๆหลังจากพูดจบประโยค ใบหน้ายิ้มแป้นเริ่มมีสีออกแดงซึ่งไม่รู้ว่าเพราะความหนาวเย็นหรือเป็นจากความรู้สึกภายในกันแน่ เอ็กซี่ขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด หวังให้ไออุ่นจากร่างของคนข้างกายช่วยบรรเทาความหนาวจนแขนสัมผัสถึงกัน “แม่ก็เป็นห่วงเหมือนคุณนั่นแหละครับ เธอคงกลัวว่าผมจะเข้าใจผิดไปเองเหมือนกัน แต่เราก็คุยกันนานทีเดียว ยิ่งคุยกับแม่ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่ามันชัดเจนมากขึ้น”

 

“แล้วมิเชลไม่ค้านเธอบ้างหรือ” คำถามนี้คงเป็นสิ่งที่แฮร์รี่อยากรู้มากที่สุด อาจจะมากกว่าเรื่องความรู้สึกของเขาเสียด้วยซ้ำ

 

“ก็ไม่นะครับ แม่แค่ห่วงว่าผมจะอกหักถ้าคุณคิดกับผมเหมือนลูกเหมือนหลานมากกว่า” นอกจากเสียงหัวเราะของคนพูด คราวนี้มีเสียงหลุดหัวเราะเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเสียง

 

เอ็กซี่ก้มลงมองมือเย็นจัดของตนแล้วถูไปมา พลางนึกย้อนกลับไปถึงวันที่ลานสล็อตพูดชี้นำให้คิดและตรึกตรองถึงเรื่องในจิตใจของตนเอง และในคืนวันเดียวกันที่เขาตัดสินใจปรึกษาเรื่องนี้กับมิเชล ไม่เพียงแต่แม่จะทำให้เขาประหลาดใจว่าเธอไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย แต่ยังให้คำปรึกษาเพื่อให้เขาทำความเข้าใจตนเองได้ดีขึ้น และไม่หลงคิดไปว่าความรู้สึกนั้นซ้อนทับกับเรื่องอื่นจนไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าความจริงคือสิ่งใด

 

เรื่องซ้อนทับที่ว่านั้นคือความรู้สึกของการโหยหาความรักในรูปแบบพ่อกับลูก และเพื่อใคร่ครวญเรื่องนี้ให้ดีนั้น จำเป็นต้องใช้เวลา

 

ก่อนถึงวันคริสต์มาสเขายังมีเวลาคิดอีกหลายวัน การชวนแฮร์รี่ในคืนวันคริสต์มาสที่ใกล้มาถึงนั้นเอ็กซี่ยอมรับว่าเป็นความพลั้งเผลอนิดหน่อย ซึ่งถ้าจะให้โทษใครได้ก็คงต้องเป็นลานสล็อตที่ทำให้อยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง แต่หลังจากกลับบ้านและนั่งคิดดูให้ดีแล้ว เขามองเห็นความต้องการของตนเองจากส่วนลึกของจิตใจและสิ่งนี้เองที่ทำให้เขาเป็นกังวล เอ็กซี่รู้ว่าตนไว้ใจและอุ่นใจเวลาอยู่กับแฮร์รี่ ซึ่งเป็นความก้ำกึ่งอย่างที่ลานสล็อตเคยบอกเอาไว้ แต่ที่ต่างออกไปก็คือ ถ้าเขาคิดกับแฮร์รี่แค่เพียงเท่านั้น ทำไมถึงมีความรู้สึกว่าอยากอยู่ใกล้ๆ อยากทำให้อีกฝ่ายมีความสุข รวมถึงอยากเป็นคนที่ได้รับความห่วงใยและใส่ใจแค่คนเดียวเท่านั้นรวมอยู่ด้วย

 

การเลือกปรึกษากับแม่เรื่องนี้จึงนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิตของเขาเลยทีเดียว เพราะการที่ลูกชายมาขอคำปรึกษาว่าอาจชอบเพศเดียวกัน แถมอีกฝ่ายอายุมากกว่าลูกชายเป็นเท่าตัวคงไม่ใช่เรื่องที่คนเป็นพ่อแม่อยากได้ยินเท่าไรนัก

 

แต่เขาโชคดีอย่างยิ่งที่มิเชลเข้าใจ อาจเป็นเพราะครอบครัวของเขาได้ใช้เวลาทำความรู้จักกับแฮร์รี่จนรู้แน่ชัดว่าอีกฝ่ายเป็นคนไว้ใจได้ และมีความปรารถนาดีต่อครอบครัวของเขาอย่างจริงใจ

 

คืนวันนั้นพวกเขาแม่ลูกใช้เวลาคุยกันจนดึกดื่น และการบ้านที่เธอฝากไว้ก็ไม่ได้ต่างจากคำพูดของลานสล็อต ว่าให้เขาทำในสิ่งที่ใจต้องการ ทำให้ชัดเจน และใช้โอกาสในคืนวันคริสต์มาสให้คุ้มค่า

 

หลังจากผ่านไปหลายวันจนถึงวันคริสต์มาส และถึงตอนที่เขาเห็นแฮร์รี่ยืนรออยู่หน้าร้านคิงส์แมน ความสับสน ความไม่ชัดเจน หรือเรื่องอะไรก็ตามที่ซ้อนทับกับความรู้สึกของเขาก็ไม่หลงเหลืออีกต่อไป

 

สิ่งที่ทับซ้อนกันจึงคงเหลือแต่สัมผัสอุ่นๆเคลื่อนมาเกาะกุมมือของเขาหลังจากนั้น แฮร์รี่ดึงมือออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ตแล้วรวบมือเย็นเฉียบของเอ็กซี่ไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของตนเอง ขับไล่ความหนาวเย็นออกไปจนมือเริ่มอุ่นขึ้นทีละน้อย พร้อมๆกับใบหน้าของเจ้าของมือเริ่มยิ้มกว้างและออกสีแดงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

 

แฮร์รี่จูบเบาๆที่ข้างศีรษะ แล้วเลื่อนริมฝีปากลงมากระซิบอะไรบางอย่างที่พวกเขาจะได้ยินกันเพียงสองคน ก่อนจะปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุม และให้บรรยากาศของเทศกาลแห่งความสุขโอบล้อมรอบกายไปตลอดทั้งคืน

 

……

 

TBC.

 

 


 

 

 

จบส่วนของเรือหลักแล้วววว /สลบเหมือด

เป็นฟิค (ดองเปรี้ยว) ที่เขียนโดยมีความคิดว่าอยากได้อะไรที่มันสาวน้อยค่ะ แล้วมันก็ออกมาสาวน้อยเกินจนกุมขมับเลย อย่างที่เคยบอกว่าจริงๆเราชอบคู่ฮาร์ทวินแบบใสๆนะ แต่นี่อาจจะใสไป ใสจนไม่มีอะไรเลย ก๊ากกก

…เหมือนจะลืมอะไรไปอย่างนึง

ไม่ได้ลืมค่ะ แต่มันยังไม่จบ แค่ตอนต่อจะเน้นที่คู่แลนเพอ (หรือเพอแลนก็ไม่รู้) เป็นหลักค่ะ เพราะงั้นก็ถ้ายังไม่เบื่ออะไรใสๆก็ขอฝากตอนต่อไว้อีกนิดนะคะ

*อีกเรื่องที่อยากบอกว่าตั้งใจทิ้งไว้ให้ผิดคือคำว่า เดท ค่ะ (ไม่รวมที่พิมพ์ผิดเพราะเบลอ) ตอนแรกก็ใช้ เดต แต่รู้สึกว่าแปลกมากค่ะ orz เลยยอมให้ผิดเหมือนเดิมดีกว่า😂

 

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมค่ะ

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s