[Kingsman Fanfic] After Sales Service 2 [end]

Title : After Sales Service 2

Pairing : Lancelot x Percival, Harry x Eggsy

 


 

*เนื้อหาในตอนนี้ไม่แนะนำสำหรับเยาวชนค่ะ

 

……

 

 

**เตือนแล้วนะคะ

 

 

……

 

 

***เตือนอีกทีละกันค่ะ

 

 

……

 

 

 

ass2

 

ค่ำคืนนี้
หรืออาจรวมทั้งหลังจากนี้ เตียงนอนจะไม่ได้มีไว้เพื่อการนอนเพียงอย่างเดียวเหมือนกับคืนก่อนๆอีกต่อไป

 

แว่นตาถูกพับเก็บอย่างเรียบร้อยและวางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะอาหารในตำแหน่งตรงกับเก้าอี้ซึ่งมีเสื้อสูทสีกรมท่าถอดวางไว้กับพนักพิง แต่นอกเหนือจากสองชิ้นที่ว่า ชิ้นส่วนอื่นๆกลับกระจัดกระจายไปตามส่วนต่างๆของห้องตลอดแนวไปจนถึงห้องนอน

 

ลำพังแสงสีส้มอ่อนๆจากไฟหัวเตียงไม่ได้ทำให้ห้องสว่างจนสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดนัก แต่ความสว่างอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นในเมื่อพวกเขาไม่มีเวลามาจดจ้องหรือเก็บรายละเอียดอื่นๆนอกจากมุ่งความสนใจไปกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ยิ่งสลัวหรือมองเห็นกันน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดีมากกว่า อย่างน้อย…ก็มีคนคิดแบบนั้นมากกว่าลานสล็อต

 

เพอร์ซิวัลเริ่มไม่รู้ว่ามีส่วนใดบนร่างกายของเขาที่ยังไม่ได้ถูกแตะต้อง บางส่วนก็ได้รับการสัมผัสอย่างอ่อนโยน แผ่วเบา แต่บางส่วนก็รุนแรงเสียจนทำให้อารมณ์กระเจิดกระเจิงเกินกว่าจะควบคุมอยู่ เสียงครางแผ่วดังขึ้นเป็นระยะ สติที่หลงเหลือแทบจะต้านต่อไปไม่ไหว สิ่งที่เขาพอทำได้ในตอนนี้จึงมีเพียงดึงทึ้งผ้าปูที่นอนจนยับกับมือเมื่อร่างตกอยู่ภายใต้การควบคุมทีละน้อย กระทั่งไม่เหลือช่องว่างระหว่างร่างกายทั้งสองอีกต่อไป

 

ลานสล็อตมองปฏิกิริยานั้นอย่างพอใจ ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังลูบไล่จากต้นขาของคนด้านล่างขึ้นมาถึงสะโพก ก่อนจะรั้งเข้าหาตัวจนมีเสียงเหมือนสะดุดลมหายใจตอบรับกลับมาเบาๆ เขาลดตัวลงประทับจูบบนริมฝีปากที่ร้อนขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า พอๆกับผิวกายสั่นระริกตอบสนองความปรารถนาจนรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้

 

เขารับรู้ถึงสิ่งต่างๆเหล่านั้น ด้วยร่างกายทุกส่วนของตนเองเช่นกัน

 

เสียงสุดท้ายกำลังจะขาดหาย และทุกอย่างกำลังกลับสู่สภาพปกติ แต่ก่อนหน้านั้นลานสล็อตได้ยินอีกฝ่ายเพ้ออะไรบางอย่างออกมาไม่เป็นคำในตอนแรกจนกระทั่งแขนที่โอบรอบคอของเขากดลงให้ข้างหูจรดกับริมฝีปาก

 

“……เจมส์……”

 

ท้ายสุดแล้ว สิ่งที่ทำให้ความอดกลั้นอันเหลืออยู่น้อยนิดปะทุออกจนไร้การยับยั้งชั่งใจ ก็เป็นแค่คำง่ายๆอย่างชื่อของเขาก็เท่านั้นเอง

 

……

 

“ถึงขนาดรู้ชื่อที่เรียกกันเฉพาะในครอบครัวผมด้วยเหรอ”

 

เขาถามขณะกำลังซุกหน้าลงกับศีรษะของคนในวงแขน ไม่มีเสียงตอบกลับ มีแต่ความเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นซึ่งลานสล็อตรู้สึกได้ว่าใบหน้าภายใต้อ้อมแขนแหงนเงยและส่งยิ้มให้เขาในความมืด ก่อนจะค่อยๆผละออกจากอ้อมกอด ลุกจากเตียง และเดินไปหยิบบางสิ่งตรงพื้นหน้าโซฟาไม่ห่างออกไปมากนัก

 

แม้สายตาจะเริ่มคุ้นชิน แต่ในความมืดเดียวกันนี้เขาก็ยังไม่สามารถมองเห็นของในมือของเพอร์ซิวัลได้อยู่ดีต่อให้เจ้าตัวเดินย้อนกลับมาที่เตียงแล้วก็ตาม เงาร่างสีดำกดน้ำหนักลงบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เอนตัวลงนอนข้างกายของลานสล็อตเหมือนอย่างเมื่อครู่ แต่ค่อยๆเคลื่อนขึ้นมาทาบทับอยู่บนตัว ใบหน้าขยับเข้ามาใกล้จนเห็นเป็นแค่เงาดำมืด และที่อยู่ระหว่างกลางคือของชิ้นนั้นซึ่งถูกขึงอยู่ในมือจนลานสล็อตพอเดาได้จากเงาของมันว่าคืออะไร

 

ถึงจะถูกย้อมด้วยความมืด แต่สิ่งนี้คือเนคไทของเพอร์ซิวัลไม่ผิดแน่

 

มีเสียงแหวกผ่านอากาศเมื่อเนคไทเส้นยาวถูกดึงให้ตึง ถึงตอนนี้ตัวเขาเองเริ่มไม่มั่นใจว่าจะถูกกระทำแบบไหน อย่างไร จึงเอื้อมมือไปทางหัวเตียง ตั้งใจเปิดไฟเพื่อให้มองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวได้ถนัดขึ้นแต่มือกลับถูกหยุดไว้เสียก่อน

 

“หมดเวลาถามของคุณแล้ว ต่อไปตาผมบ้าง”

 

ทว่าคำถามของเพอร์ซิวัลไม่ได้มาจากการใช้คำพูด แต่มาจากภาษากายซึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่บนร่างอีกร่างหนึ่ง ด้วยจูบชวนร้อนวูบแถวใบหู ด้วยสัมผัสจากมือไล้ไปทั่วผิวกายช่วงบนและลุกลามไปช่วงล่าง จนฝ่ายที่กำลังถูกรุกเร้าเผลอส่งเสียงออกมาเพราะยากเกินจะห้ามได้ มือข้างที่โดนยึดเอาไว้ไม่ได้มีท่าทีแข็งขืนหรือต้องการสะบัดให้หลุด แต่เป็นเพอร์ซิวัลเองต่างหากที่ปล่อยให้เป็นอิสระเพื่อใช้มือของตนทำบางสิ่งกับของที่เก็บมาก่อนหน้านั้น

 

“ถ้าจะใช้ปิดตาผมล่ะก็ไม่ต้องหรอก แค่นี้ก็มืดจนมองไม่เห็นแล้ว” น้ำเสียงตื่นเต้นเก็บไว้ไม่มิดพร้อมกับผ่อนลมหายใจออกเพื่อควบคุมสติหลังจากเป็นฝ่ายถูกสำรวจบ้าง เงาดำหยุดชะงักเล็กน้อยจากคำพูดนั้น มุมปากยกยิ้มเป็นเส้นโค้งอยู่ในความมืด

 

“นี่ไม่ได้เอาไว้ใช้กับคุณ” เมื่อพูดจบ เพอร์ซิวัลก็ทาบเนคไทเข้ากับตาของตนเองแล้วเอื้อมมือไปมัดเป็นปมไว้ทางด้านหลังศีรษะ “ทีนี้ก็เสมอกัน”

 

เหตุผลต่างๆถูกปัดทิ้งจนหมดสิ้น ไม่เหลือไว้อธิบายว่าอย่างไหนทำให้รู้สึกดีมากกว่ากันระหว่างการถูกกระทำทั้งๆที่ตนเองมองไม่เห็น หรือถูกกระทำโดยที่ผู้กระทำมองไม่เห็นกันแน่ แต่บอกได้ว่ายิ่งมองไม่เห็น ประสาทสัมผัสส่วนต่างๆก็ดูเหมือนจะรับรู้ได้ไวกว่าปกติหลายเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามผิวเนื้อเสียดสีกัน รวมทั้งสัมผัสบางเบาจากปลายนิ้วไปจนถึงแรงกดจูบหนักหน่วงตามจุดอ่อนไหวอย่างไร้ทิศทางไปทั่วร่างกาย

 

ริมฝีปากและปลายจมูกค่อยๆเลื่อนผ่านลงต่ำเรื่อยๆ ลานสล็อตคิดอยากจะห้ามอยู่บ้างแต่ปากไม่ทำตามคำสั่งดังใจคิด สัมผัสหยอกเย้าแถวท้องน้อยกระตุ้นให้ร่างกายแอ่นยกขึ้นตอบสนองโดยอัตโนมัติ เขาทำได้แค่เม้มปากเพื่อกดเสียงของตนเอาไว้ เว้นเสียแต่จะทนไม่ไหวจนต้องใช้มือช่วยปิดไว้อีกชั้นหนึ่งเมื่อถูกขบเบาๆในจุดที่เขาคงไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้ไปตลอดชีวิต

 

“อื้มม…”

 

สิ้นเสียงพึมพำ ความเคลื่อนไหวทุกอย่างก็หยุดลงกะทันหัน ลานสล็อตรู้สึกถึงการลากปลายนิ้วไล่ขึ้นมาตามร่างกายท่ามกลางความมืด สุ่มหาทิศทางจนกระทั่งเจอสิ่งที่ต้องการค้นหา เขามองเห็นเงาของเพอร์ซิวัลเคลื่อนมาอยู่เหนือร่างของตนเองอีกครั้งและเห็นมือยื่นออกมาดึงแขนข้างที่ปิดแน่นอยู่กับปากของเขาออก

 

“ปิดไว้ทำไม อย่าเอาเปรียบกันสิ” เสียงทุ้มนุ่มสั่งห้ามอย่างแผ่วเบาแล้วก้มลงมอมเมาอีกฝ่ายให้ดื่มด่ำกับริมฝีปากของตนช้าๆ และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่ชวนให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะไม่ได้มีเพียงรสจูบจากเพอร์ซิวัลเท่านั้น มือที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่างนั่นก็ด้วยเช่นกัน 

 

ยิ่งปล่อยให้ทำตามความต้องการมากเท่าใด ก็ยิ่งออกห่างจากขอบเขตของความอดทนอดกลั้นมากขึ้นทุกที

 

เส้นความอดทนขาดลงเมื่อร่างด้านบนค่อยๆกดทับร่างของเขาพร้อมกับส่งเสียงครางกระซิบข้างหู แหบพร่าและต่อเนื่อง แต่ชวนปลุกเร้าจนมืออดเผลอจิกสะโพกที่กำลังขยับอยู่ไม่ได้ ความร้อนและอารมณ์พลุ่งพล่านกำลังกระชากสติให้หลุดออกจากตัว ไม่ว่าสิ่งใดในตอนนี้ ก็ไม่สามารถหยุดหรือฉุดรั้งพวกเขาได้อีกต่อไป

 

สิ่งเดียวที่ลานสล็อตสามารถอธิบายได้หลังจากรู้สึกตัวตื่นอีกทีว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เป็นฝ่ายถูกกระทำแล้วไม่สามารถควบคุมสติเอาไว้ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

 

ครั้งแรก…แต่จะเป็นครั้งเดียวหรือไม่ ทั้งเขาและเพอร์ซิวัลคงไม่มีทางรู้ได้

 

……

 

เสียงปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเพื่อเตือนว่าได้เวลาตื่นเพื่อเตรียมตัวสำหรับการทำงานในวันรุ่งขึ้น ลานสล็อตกางแขนวางลงบนที่นอนข้างตัวและพบว่าทั้งเย็นทั้งว่างเปล่า เขาค่อยๆดันตัวลุกขึ้นนั่ง เสยผมปัดไปมาให้ลดความยุ่งเหยิง แล้วใช้เวลาไม่นานในการมองหาคนร่วมเตียงอีกคนหนึ่ง เพอร์ซิวัลอยู่ในชุดที่ใส่มาเมื่อคืนแต่เสื้อเชิ้ตปล่อยชายออกพร้อมพับแขนเสื้อขึ้นแบบไม่เรียบร้อยนัก เขายืนพิงอยู่ตรงเคาท์เตอร์ครัว ดวงตาใต้กรอบแว่นกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างบานเล็กซึ่งไม่มีวิวทิวทัศน์อะไรนอกจากตึกรามบ้านช่องแบบเดียวกับที่เขาอยู่ในตอนนี้

 

“ไม่ต้องรีบตื่นก็ได้ ยังเช้าอยู่เลย” ลานสล็อตหาวหวอดหลังพูดจบ เขาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งไว้เมื่อคืนขึ้นมาสวมบ้างและเดินตามมาสมทบพร้อมจูบทักทายยามเช้า “นอนไม่หลับเหรอ”

 

“วันนี้คุณต้องไปทำงาน”

 

“ส่วนวันนี้คุณหยุด”

 

ถึงเพอร์ซิวัลจะไม่ได้ตอบคำถามแรกแต่ลานสล็อตก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขาตอบประโยคที่เหมือนเป็นคำพูดลอยๆ ตามด้วยกอดแล้วซุกไซ้ไปตามใบหน้าและซอกคอของอีกฝ่ายจนได้ยินเสียงหัวเราะเล็กๆดังกลับมา

 

“เพราะแบบนี้คุณถึงถูกคนที่บ้านเรียกด้วยชื่อหมาสินะ” เพอร์ซิวัลปล่อยให้กอดและคลอเคลียอยู่อย่างนั้นแต่ยังคงหัวเราะเบาๆ โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงเรื่องชื่อขึ้นมาได้ “คุณกับเจมส์เหมือนกันมากจริงๆนั่นแหละ”

 

เจมส์ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของชื่อตัวจริงนั้นเป็นสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์สีน้ำตาลทองน่ากอดไม่ต่างกับตุ๊กตามีชีวิตตัวใหญ่ยักษ์ ภายนอกของมันดูเป็นสุนัขฉลาด สุภาพ และเรียบร้อย แต่ที่จริงแล้วมันช่างขี้อ้อนขี้ประจบ ชอบเข้ามาคลอเคลียได้ถูกจังหวะ และช่างเรียกร้องความสนใจอย่างร้ายกาจ จุดนี้เองที่ทั้งพ่อและแม่ของลานสล็อตซึ่งรับดูแลเจมส์เนื่องจากเขาไม่สามารถพามาอยู่ด้วยกันในห้องแคบๆของเขาได้ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทั้งหมาทั้งเจ้าของ เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

 

“ผมก็คิดอย่างนั้น” คราวนี้เป็นฝ่ายลานสล็อตหัวเราะบ้าง “แต่ผมชอบนะ ถ้าคุณอยากเรียกชื่อนั้นก็ตามใจเลย”

 

แม้ไม่เห็นสีหน้าแต่เขาคิดว่าเพอร์ซิวัลอาจกำลังยิ้มอย่างพอใจอยู่ก็เป็นได้ ลานสล็อตรู้สึกถึงการขยับข้างแก้มที่แนบอยู่กับไหล่ของเขา รวมทั้งมือที่กำลังลูบศีรษะไปมาเหมือนแสดงความรักกับสุนัขตัวใหญ่อย่างไรอย่างนั้น

 

แต่จู่ๆก็รู้สึกว่าคนในอ้อมกอดนิ่งไปลานสล็อตจึงคลายแขนแล้วมองด้วยความสงสัย ดูเหมือนเพอร์ซิวัลกำลังคิดอะไรบางอย่างจนใจเริ่มไม่อยู่กับตัว เขาก้มศีรษะลง กดหน้าผากกับบ่าของอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจยาว

 

“วันนี้เลยได้มั้ย เรื่องที่ผมขอให้คุณช่วยเมื่อคืนน่ะ”

 

ลานสล็อตค่อยๆดึงตัวอีกฝ่ายออกแล้วสบตาตรงๆ “ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วยล่ะ ยังไงผมกับเอ็กซี่ก็ไม่ได้หยุดไปไหนช่วงนี้อยู่แล้ว”

 

“เรื่องนั้นผมรู้” เพอร์ซิวัลมองตอบกลับไปตรงๆเช่นกัน “แต่เป็นเพราะพรุ่งนี้ผมจะไม่อยู่ลอนดอนแล้วน่ะสิ”

 

คำพูดของเพอร์ซิวัลไม่ได้แค่ทำให้เกิดความเงียบเท่านั้น แต่ยังขยายระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองเพิ่มอีกเล็กน้อย

 

ใจจริงเพอร์ซิวัลก็อยากให้มีเวลามากกว่าที่เป็นอยู่ แต่เป็นเพราะเขาเหลือเวลาอีกแค่วันเดียวก็ต้องออกเดินทางไปต่างเมืองในวันรุ่งขึ้นเนื่องจากเรื่องงานอีกเช่นเคยและคงอยู่โยงไม่ได้กลับลอนดอนไปจนถึงหลังปีใหม่ เขาจึงคิดแต่เพียงว่าคงดีกว่าถ้าจัดการเรื่องที่ค้างคาให้เสร็จเสียแต่ตอนนี้ อย่างน้อยที่สุด ก็มีปัญหาหนึ่งได้ถูกคลี่คลายเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืน

 

ลานสล็อตดูทั้งข้องใจและหนักใจในเวลาเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรับปากว่าจะช่วยพูดกับเอ็กซี่ให้ก่อน รวมถึงจะอยู่ช่วยคุยด้วยถ้าเพอร์ซิวัลจะนัดอีกครั้งหลังเวลาเลิกงาน เพียงแต่สาเหตุแท้จริงที่ทำให้ลานสล็อตหนักใจนั้นเป็นคนละเรื่องกับที่เพอร์ซิวัลเข้าใจโดยสิ้นเชิง

 

ไม่ใช่เป็นเพราะเขากังวลว่าเอ็กซี่จะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับเรื่องนี้ แต่ความกังวลที่แท้จริงของลานสล็อตก็คือต้องพูดอย่างไรจึงจะไม่ทำให้เพอร์ซิวัลดูกลายเป็นคนไม่ดีหลังจากที่เอ็กซี่ได้ฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นแล้วต่างหาก

 

ใครจะอยากให้คนรักของตนเองดูเหมือนพวกโรคจิตในของสายตาคนอื่นกันเล่า

 

แต่แววตาอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่ปิดบังคู่นั้นทำให้ลานสล็อตทำตัวไม่ถูก เขาเล่าด้วยความระมัดระวังและจงใจเว้นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างตนเองกับเพอร์ซิวัลเมื่อคืนนี้ ไม่ยอมหลุดปากแพร่งพรายออกไปแม้แต่นิดเดียว

 

และคำถามแรกจากเอ็กซี่สำหรับเรื่องทั้งหมดที่ได้ฟังมาก็เป็นคนละเรื่องกับที่เขาคาดคะเนไว้เช่นกัน

 

“คุณทำไปแล้วใช่มั้ย” เอ็กซี่ใช้ไม้ปัดฝุ่นชี้หน้าแล้วลดเสียงลงจนเหลือแค่เสียงกระซิบ “นอนกับเขาแล้วใช่มั้ยบอกมาเลย”

 

ลานสล็อตแย่งไม้ปัดฝุ่นจากมือแล้วหันด้ามพลาสติกเคาะหัวอีกฝ่ายจนมีเสียงดังป๊อก “มันใช่ประเด็นที่ไหนเล่า ฉันจะทำหรือไม่ทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน ตกลงเธอว่ายังไง”

 

“ว่ายังไงอะไรอีกล่ะ จะว่ายังไงก็ได้ เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว ผมไม่ได้คิดอะไรแล้ว” เอ็กซี่ถูกลางศีรษะตรงจุดที่โดนเคาะแล้วแย่งไม้ปัดฝุ่นคืนกลับมา “ดีซะอีกที่อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทั้งคนของพ่อเลี้ยงผมหรือโจรขโมยแถวบ้าน แม่จะได้สบายใจ”

 

นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ลานสล็อตรู้สึกอดห่วงไม่ได้เกี่ยวกับคนในครอบครัวของเอ็กซี่ว่าจะมีความเห็นอย่างไร เพราะคนที่ลำบากไม่ได้มีแค่เอ็กซี่เท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบไปถึงคนอื่นในครอบครัวอีกด้วย ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้เขาก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะบอกกับแม่ของเอ็กซี่ดีหรือไม่ ถ้าบอก ควรจะบอกอย่างไรดี และทำให้เริ่มเข้าใจความรู้สึกของเพอร์ซิวัลขึ้นมาทีละนิดว่าทำไมถึงใช้เวลานานนักกว่าจะยอมเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด ดังนั้นถ้าเป็นอย่างที่อีกฝ่ายบอกว่าไม่คิดอะไร ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เขาก็พอจะเบาใจลงได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

“แล้วเขาบอกคุณรึเปล่าว่าจะนัดคุยอะไรที่ไหน รู้ใช่มั้ยว่าช่วงนี้พวกเราเลิกงานดึกนะ”

 

ลานสล็อตชูกระดาษโน้ตสี่เหลี่ยมสีขาวเล็กๆที่หนีบอยู่ระหว่างนิ้วของตนแล้วยิ้มน้อยๆ “ยังไม่ได้คุยรายละเอียดแต่ได้เบอร์มาแล้วนี่ไง เมื่อวานยุ่งๆกันอยู่ก็เลยลืมขอ”

 

กระดาษโน้ตพร้อมตัวเลขและข้อความบางอย่างที่สะบัดไปมาอยู่บนนิ้วรวมถึงใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องนั้นทำให้เอ็กซี่นึกถึงตอนคิดเงินขึ้นมาได้ แค่ครู่เดียวที่เขาเห็นทั้งสองแลกบางสิ่งกับเงินทอนในมือของกันและกัน สิ่งนั้นคือเจ้ากระดาษที่กำลังสะบัดใส่หน้าของเขาอยู่ในตอนนี้นี่เอง

 

“ยุ่งๆงั้นเหรอ กะไว้แล้วเชียว คุณนี่มันตัวอันตรายชัดๆ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตาโตเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอแง้มข้อมูลบางอย่างออกมาโดยไม่ตั้งใจ เอ็กซี่ก็ตบข้างแขนเบาๆแล้วพูดกระเซ้าต่อ “ไอ้เสืออย่างคุณคงไม่ปล่อยให้เหยื่อหลงเข้าถ้ำแล้วหลุดออกไปง่ายๆอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ”

 

เสียงหัวเราะของเอ็กซี่นั้นน่าหมั่นไส้แต่ลานสล็อตก็ปล่อยให้อีกฝ่ายหัวเราะต่อไป ถึงในใจจะนึกสงสัยว่าใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อตัวจริง บางที ทั้งเขาและเพอร์ซิวัลอาจเป็นทั้งฝ่ายเสือหรือเหยี่อสลับกันไปก็ได้

 

……

 

เทศกาลใหญ่ประจำปีทั้งวันคริสต์มาสและต่อด้วยวันขึ้นปีใหม่ผ่านไปในที่สุด

 

การเปลี่ยนเวลาเข้างานเป็นกะกลางคืนเริ่มต้นขึ้นเมื่อเข้าสู่เดือนแรกของปีและงานในร้านก็ยังคงวุ่นวายไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะไม่มากเท่ากับการทำงานกะเช้าของสองเดือนก่อน แต่ก็พอทำให้สัปดาห์ที่สองของเดือนจบลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว

 

ทว่าลำพังแค่เรื่องงานยังไม่ชวนให้หงุดหงิดเท่ากับเสียงบ่นของลานสล็อตที่เอาแต่พร่ำเพ้อคิดถึงใครบางคนตลอดเกือบครึ่งเดือนที่ผ่านมา จะให้บอกว่าเอ็กซี่รู้สึกโล่งอกที่เขาไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายในการถูกบ่นจุกจิกใส่เหมือนทุกครั้งก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะเสียงคร่ำครวญหาเพอร์ซิวัลเมื่อมีจังหวะว่าง โดยเฉพาะเรื่องบ่นเกี่ยวกับเวลาเข้างานซึ่งทำให้โอกาสเจอกันยิ่งน้อยลงกว่าเดิมนั้น ก็ไม่ได้ทำให้ความน่ารำคาญลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว

 

นับตั้งแต่หลังวันคริสต์มาสเป็นต้นมาจนถึงตอนนี้ พวกเขาได้แต่คุยกันผ่านโทรศัพท์เพราะอีกฝ่ายต้องเดินทางไปธุระต่างเมือง จนกระทั่งเมื่อวันหยุดของสุดสัปดาห์ที่สองมาถึง เช้าตรู่วันเสาร์เสียงบ่นก็สงบลงเมื่อลูกค้าคุ้นหน้าคุ้นตาคนนั้นแวะมาที่ร้านตอนช่วงใกล้เลิกงาน เอ็กซี่ถึงได้รู้ว่าคนที่ลานสล็อตเฝ้ารอกลับมาแล้ว

 

“คุณไม่รู้หรอกว่าผมลำบากแค่ไหนที่ต้องฟังเขาบ่นไร้สาระเป็นอาทิตย์ๆน่ะ” เอ็กซี่รีบฟ้องขณะทำงานไปด้วย ในมือของเขากำลังถือนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจเล่มหนึ่งซึ่งเขาคงไม่มีทางสนใจเนื้อหาในนั้นนอกจากรีบจ่อมันเข้ากับเครื่องสแกนบาร์โค้ดเพื่อคิดเงิน ซึ่งพอลานสล็อตหยิบมารับช่วงต่อ เจ้าตัวก็ส่งให้ลูกค้าด้วยรอยยิ้มและดวงตาฉ่ำเยิ้มที่สุดเท่าที่เอ็กซี่เคยเห็นมา

 

“รับหัวใจเพิ่มมั้ยครับ ช่วงนี้มีโปรโมชั่น ไม่ลดราคา แต่ให้ฟรี” จบประโยค คนถูกพูดใส่ก็รีบเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไรดี ส่วนเอ็กซี่หันกลับไปในทิศตรงข้ามแล้วทำท่าอาเจียนใส่ชั้นวางของด้านหลัง

 

ลานสล็อตทำเป็นไม่สนใจปฏิกิริยาของคนรอบตัว เขาส่งเงินทอนให้แล้วจับมือที่ยื่นมารับไว้ไม่ยอมปล่อย “ถึงไม่สนก็จะให้ครับ ไม่ต้องแลกแต้ม ให้ได้เลยทั้งตัวและหัวใจ”

 

จะว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ได้ที่มีลูกค้าคนอื่นเข้ามาขัดจังหวะชวนเลี่ยนนี่เสียก่อน ซึ่งคนใหม่ที่เข้ามาก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน แต่เป็นแฮร์รี่ซึ่งหยุดฝีเท้าทันทีเมื่อเข้ามาทันได้ยินประโยคสุดท้ายจนคนพูดเกิดอาการหน้าชาไปไม่น้อย

 

“ร้านนี้มีโปรโมชั่นแปลกดี” เขาพูดยิ้มๆ “คุณต้องพูดแบบนี้กับลูกค้าทุกคนเลยสินะ”

 

เอ็กซี่พยักหน้าทะเล้นๆและยกนิ้วโป้งทั้งสองมือส่งให้ ส่วนลานสล็อตก็รีบโบกมือปัดไปมาเป็นการปฏิเสธเมื่อเห็นสายตาหลังเลนส์ใสของคนฝั่งตรงข้ามทิ่มแทงจนรู้สึกเสียววูบแปลกๆ

 

บรรยากาศระหว่างแฮร์รี่กับเพอร์ซิวัลชวนให้ทั้งลานสล็อตและเอ็กซี่รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เป็นเพราะนี่ถือเป็นการพบกันพร้อมหน้าอย่างเป็นทางการครั้งแรกโดยไม่ได้ตั้งใจ สองคนหลังมองหน้ากันจากหลังเคาน์เตอร์ แล้วมองอีกคู่ทางฝั่งตรงกันข้ามซึ่งคล้ายกับกำลังดูเชิงกันด้วยสายตานิ่งๆ ต่างคนต่างนิ่งจนกระทั่งแฮร์รี่เป็นฝ่ายทักทายขึ้นก่อน

 

เพอร์ซิวัลตอบรับเพียงสั้นๆด้วยท่าทางและน้ำเสียงซึ่งยังดูเกร็งๆอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงอย่างที่คนหลังเคาน์เตอร์วิตกกังวล ทั้งสองคุยกันเรื่องอื่นอีกเล็กน้อย ไม่นานหลังจากนั้นผู้อ่อนกว่าก็เป็นฝ่ายขอตัว นิตยสารที่ใช้เป็นข้ออ้างในการมาเยือนถูกส่งต่อให้ถึงมือผู้รับซึ่งพึมพำตอบอะไรบางอย่างที่เอ็กซี่ได้ยินไม่ถนัด แต่เขามั่นใจว่าลานสล็อตคงเข้าใจเนื้อหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม เพราะตอนที่เพอร์ซิวัลเดินออกจากร้าน สายตาเยิ้มๆก็กลับมาอีกครั้งแถมดูน่าหมั่นไส้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

 

“วันนั้นคงคุยกันด้วยดีใช่ไหม” แฮร์รี่ถามขณะเดินกลับกับเอ็กซี่และห่างออกมาจากร้านได้ซักระยะหนึ่ง พวกเขาแยกกับลานสล็อตซึ่งเดินไปทางสุดถนนเซวิล โรว์ในทิศทางตรงข้ามเพื่อกลับบ้านเหมือนเช่นเคย

 

“ก็ไม่มีอะไรมาก เขาอธิบายเรื่องนั้นแล้วก็ขอโทษผม แต่เรื่องมันนานจนผมไม่ติดใจอะไรแล้ว” เอ็กซี่หันไปยิ้มให้ “ผมไม่ค่อยสนเรื่องนั้นเท่าไหร่ เรื่องของคู่นั้นน่าสนกว่าเยอะ”

 

แฮร์รี่หันไปมองแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆแล้วหันกลับมายังทิศทางเดิม “เอาเวลามาสนใจเรื่องของตัวเองบ้างเถอะ”

 

แรงกระแทกที่แขนเบาๆทำให้เขาต้องหันมองอีกครั้งและเห็นใบหน้าแป้นแล้นกับยิ้มกว้างจากคนข้างตัว เอ็กซี่สอดมือเข้าใต้เสื้อโค้ตของเขาหวังจะซุกมือเพื่อหลบความหนาว และถือโอกาสที่อีกฝ่ายไม่ว่าอะไรโอบรอบเอวแล้วเอียงศีรษะซบไหล่ไปด้วยในคราวเดียวกัน

 

“ผมก็มีคุณคอยสนเรื่องของผมแล้วไง”

 

จะว่าคำพูดนั้นทั้งน่าขันทั้งน่าเอ็นดูก็ไม่เชิง แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าเอ็กซี่เข้าใจความหมายของเขาไปในทางใดแต่ก็ไม่ได้คิดอยากจะแก้ไขให้ถูกต้อง เขายกแขนขึ้นโอบบ่าแล้วดึงคนข้างๆเข้ามาให้แนบชิดกับตัวยิ่งขึ้น เพื่อไล่ความหนาวเย็นแล้วแทนที่ด้วยไออุ่นระหว่างร่างกายของคนทั้งสอง

 

“อย่าเลียนแบบลานสล็อต”

 

แฮร์รี่ทิ้งท้ายโดยมีเสียงหัวเราะคิกดังตามมาจากด้านข้าง แล้วทั้งคู่ก็เดินเคียงกันจนหายเข้าไปในช่วงกลางถนนเซวิล โรว์

 

……

 

Overtime

 

ณ จุดเดิม

 

ด้านข้างของป้ายโฆษณาเล็กๆติดกำแพงหน้าป้ายรถประจำทางมีชายคนหนึ่งกำลังยืนกอดอกรอใครบางคนอยู่ตรงนั้น เขาขยับกรอบแว่นบนใบหน้าพร้อมแย้มยิ้มบางๆเมื่อเห็นคนที่เฝ้ารอเดินตามมาสมทบ และหยุดยืนพิงกำแพงอยู่ข้างกัน

 

“ผมมีคำถาม”

 

ดวงตาเบื้องหลังเลนส์เจือความสงสัย “คำถามอะไร”

 

“พวกเราอยู่ในสถานะไหนกัน”

 

“คุณอยากให้เป็นแบบไหนล่ะ”

 

“เป็น…เอ่อ…” คนถามกล้าทำได้แค่เหลือบตามอง “คนรักได้มั้ย”

 

เขาหัวเราะเบาๆกับคำถามนั้นแล้วหันไปตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง “ถ้าคุณไม่ถาม ผมก็ว่าจะถามแบบนั้นอยู่พอดี”

 

 


 

 

มัน จบ แล้ว…

เป็นการลากฟิคที่ยาวนานมาก ตั้งแต่เอาบางส่วนไปลองลงใน TwitLonger เมื่อตอนนู้นนน จนบัดนี้เพิ่งได้ฤกษ์แต่งให้จบ ส่วนเหตุที่ทำให้บังคับตัวเองได้ก็เพราะทำงานเครียดค่ะ อยากเขียนอะไรที่มันแหววๆรักษาตัวเอง แต่ก็พบว่าทรมานกว่าเดิม /เอ๋า

ที่ดีใจนอกจากเขียนเรื่องแหววของเรือหลักก็คือ ใส่มุกเสี่ยวให้แลนเล่นได้แล้ว 5555 แถมเลิฟซีนที่สงสัยว่าตัวเองยังไหวรึเปล่า ก็คิดว่า…พ..พอได้มั้ง มีคุ้นๆว่าเคยพูดเรื่องแลนพอนๆแค่กๆ อะไรเนี่ยแหละค่ะ ส่วนจะแลนพอนพอมั้ยก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ถือว่าทำตามที่พูดแล้วนะคะ^^

ถึงจะไม่ค่อยมีอะไร แต่พอคิดว่าถ้ามีคนอ่านก็ดันอายขึ้นมาเฉยเลย บ้าจริง

ถ้าอ่านแล้วสะดุดหรือติดขัดๆ(รวมฉากนั้น..ด้วยค่ะ55) ก็ต้องขอโทษด้วยและขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ

 

ขอบคุณอย่างยิ่งกับทุกๆ view สำหรับฟิคเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ m( _  _ )m

 


 

 

Overtime x2 (ของแถมค่ะ)

 

แดดยามสายส่องเข้ามาในห้องซึ่งมีบรรยากาศไม่คุ้นชินอย่างที่สุด นับตั้งแต่วันที่มีแขกมาค้างคืนหลังจากไม่ได้มีมานานหลายปี ผ่านไปไม่กี่อาทิตย์ แขกคนเดิมกลับมาอีกครั้ง แต่ลานสล็อตก็ยังรู้สึกขัดเขินกับการมาเยือนถึงห้องของเขาอยู่นั่นเอง

 

เพอร์ซิวัลเพิ่งกลับมาถึงลอนดอนตอนเช้ามืด เขาแวะกลับไปเก็บของก่อนมาหาลานสล็อตที่ร้านและรอจนกระทั่งอีกฝ่ายเลิกงาน จากนั้นทั้งคู่ก็แวะร้านอาหารข้างทางเพื่อรองท้องด้วยอาหารเช้าแบบง่ายๆก่อนกลับบ้าน

 

แน่นอน บ้านของลานสล็อต

 

“นั่งก่อนสิ เดี๋ยวผมชงชาให้” เจ้าของบ้านเดินไปที่เคาน์เตอร์ครัวเพื่อเตรียมอุปกรณ์สำหรับชงชา แต่ยังไม่ทันจะเดินถึงจุดหมาย เขาก็รู้สึกว่ามีแรงดันหนักๆที่หลังเหมือนกำลังโดนใครบางคนยืนพิงอยู่เสียก่อน

 

“ไม่ได้เจอกันตั้งหลายอาทิตย์เลยนะ”

 

เสียงแว่วมาจากคนข้างหลังพร้อมๆกับลงน้ำหนักมากขึ้น ลานสล็อตพยายามสงบสติอารมณ์ไม่ให้หันไปกระชากตัวมากอดให้หายคิดถึง เขารู้ว่าเพอร์ซิวัลคงเหนื่อยจากการเดินทาง และอาจจะดีกว่าถ้ายืนอยู่นิ่งๆแล้วปล่อยให้อีกคนทำอย่างที่อยากทำ

 

“คุณเพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ” เขาหันกลับมาช้าๆ วางมือลงบนใบหน้าอิดโรยแล้วลูบเบาๆ “ไปนอนพักก่อนเถอะ”

 

ลานสล็อตทำท่าพยักพเยิดไปทางเตียงนอนและกำลังจะหันหลังกลับเพื่อเตรียมชาต่อจากเมื่อครู่ แต่มือของเพอร์ซิวัลยึดกับบ่าห้ามเขาไว้

 

จูบแรกหลังจากห่างเหินมานานเป็นเหมือนแค่จูบทักทายเบาๆ ความใกล้ชิดและสัมผัสเย็นเฉียบของกรอบแว่นทำให้ลานสล็อตไม่อยากผละจากริมฝีปากอุ่นๆที่โหยหามาตลอดหลายอาทิตย์ที่จากกัน ถึงตอนนี้มือของเขาเป็นฝ่ายเกาะเกี่ยวบ้าง และมือของเพอร์ซิวัลที่ยึดอยู่กับบ่าก่อนหน้านั้นก็เปลี่ยนตำแหน่งย้ายมาโอบรอบคอแทน

 

“คุณก็เพิ่งเลิกงาน” เพอร์ซิวัลสูดหายใจเข้าหลังจากต้องหยุดไปครู่หนึ่ง “งั้นเราไปนอนพักด้วยกันเถอะ”

 

 

……

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s