Fictober : Kingsman Fanfic

fictober

All Kingsman fanfictions

Pairing : Lancelot x Percival

 


 

 

5th Oct 2016 Fictober

 

: เย็บซ่อม

 

เพอร์ซิวัลเพิ่งกลับจากการวิ่งออกกำลังกายยามเช้า วันนี้แสงแดดอ่อนจาง อากาศไม่หนาวแต่เย็นสบายกำลังพอดี บ้านของเขาอยู่ห่างออกไปอีกแค่ไม่กี่ช่วงตึก จังหวะของเท้าจึงค่อยๆลดลงเหลือแค่เดินในระดับความเร็วปกติจนถึงหน้าประตูบ้าน เมื่อเปิดประตูเข้าไปข้างในก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นไฟเปิดสว่างอยู่ในห้องนั่งเล่น

“กลับมาแล้ว—” ภาพเบื้องหน้าทำให้เท้าหยุดกะทันหัน “เจมส์! เกิดอะไรขึ้น!”

เจ้าของชื่อสะดุ้งตกใจกับเสียงเรียกดังเกินเหตุ ของบางสิ่งที่อยู่ในมือจึงปักเข้ากับอกของเจ้าตัวอย่างแรง

“อุ๊บ…” เขาก้มลงมองเข็มเย็บผ้าพร้อมเส้นด้ายสีขาวร้อยตรงปลายจิ้มอยู่กลางอกห่างจากรอยแยกที่ต้องการสมานเข้าด้วยกันไปไกล ลานสล็อตหันไปมองเพอร์ซิวัล ยกแขนยกไหล่ และส่งสายตาตัดพ้อไปให้เบาๆ

“ด้ายตรงอกมันแตก ตื่นมาไม่เห็นคุณผมก็เลยต้องเย็บเอง” เขาว่าแบบนั้น พยายามดึงเข็มออกแล้วเย็บประกบรอยกลับเข้าไปใหม่ แต่เพอร์ซิวัลมองดูแล้วมันช่างห่างไกลจากคำว่าการเย็บเหลือเกิน ถ้าเรียกว่าเป็นศิลปะลายเส้นอาจใกล้เคียงมากกว่า

มองจากตำแหน่งของเพอร์ซิวัล ลานสล็อตซึ่งอยู่ในสภาพเหลือแต่กางเกงขายาวที่ใส่เมื่อคืน กำลังนั่งเอนหลังหงายพิงกับโซฟาจนดูเหมือนกึ่งนอน เขาก้มหน้าลงปลายคางจรดกับอก ดวงตาหลุบต่ำ พยายามเล็งจุดเย็บให้ตรงดูเป็นฝีตะเข็บสวยงาม แต่ก็อย่างที่เพอร์ซิวัลคิดในใจ สิ่งที่ลานสล็อตทำจะเรียกว่าการเย็บได้หรือเปล่าเขาก็ยังไม่มั่นใจนัก

“พอเถอะ เดี๋ยวผมทำเอง” เพอร์ซิวัลหยุดมือที่กำลังจมเข็มลงในทิศทางต่างจากรอยก่อนหน้า หยิบกรรไกรตัดด้ายบนโต๊ะข้างโซฟาตัดด้ายใหม่ทิ้งทั้งหมดแม้ว่ามันจะเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นานก็ตาม จากนั้นก็ร้อยด้ายอีกครั้ง แล้วเย็บแก้ใหม่จากจุดเริ่มต้น

“ฝีมือดีขึ้นเยอะเลย” ลานสล็อตชมจากใจจริง เขากำลังนึกถึงการเย็บครั้งแรกของเพอร์ซิวัล ตอนนั้นฝีมือก็แทบไม่ต่างจากเขาในตอนนี้ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นงานศิลปะแขนงหนึ่งได้พอๆกัน

ฝ่ายถูกชมทำแค่ยิ้มบางๆแล้วมุ่งมั่นกับการเย็บต่อไป เขาเริ่มเย็บย้อนรอยเดิม เลยจากตำแหน่งที่ด้ายขาดไปอีกเล็กน้อยเพื่อให้ยึดด้ายเก่าไว้ เย็บทับซ้ำตรงปลายเส้นด้ายที่ขาดแล้วหยุดพักมืออยู่ครู่หนึ่ง

“นอนลงเถอะ นั่งอย่างนี้เนื้อมันย่น เย็บไม่ถนัด”

“คำพูดที่เหมือนหนังสยองขวัญนั่นมันอะไรกัน” ลานสล็อตย่นจมูก นึกอยากจะขำแต่ก็ขำไม่ออก เขาขยับตัวลงนอนเหยียดยาวบนโซฟา “แบบนี้ใช้ได้มั้ย”

“แบบนี้ดีแล้ว”

อยู่ในท่านี้ ลานสล็อตจึงมองไม่เห็นไปโดยปริยายว่าเพอร์ซิวัลทำอะไรกับร่างกายของเขาบ้างเพราะโดนอีกฝ่ายห้ามไม่ให้ขยับตอนที่พยายามแอบมองดู การขยับตัวแต่ละครั้งทำให้ด้ายผ่อนจนเพอร์ซิวัลต้องบอกให้อยู่เฉยๆ พร้อมกับเอามือแปะหน้าแล้วกดให้นอนลงนิ่งๆ

มีความรู้สึกของการถูกของแหลมแทงเข้าออกเริ่มจากอกช่วงบน ไล่ไปตามรอยแบ่งแยกผิวเนื้อผ่ากลางลำตัว ปลายนิ้วกดตามรอยเมื่อลงเข็มหรือบีบให้รอยประกบกันสนิทแล้วค่อยกดเข็มลงช้าๆ แรงเสียดสีของด้ายที่ลากผ่านชั้นเนื้อใต้ผิวหนังจนกระทั่งเข็มทิ่มทะลุลงไปอีกครั้ง วนเวียนอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า…

…ถ้าไม่คิดว่าเป็นสัมผัสสยดสยองอะไร ในอีกทางหนึ่งก็ชวนให้เสียววาบไปทั้งตัว และลานสล็อตก็คิดถึงอย่างหลังมากกว่าอย่างแรกเสียด้วย

“พ…เพอร์ซี่ อย่าลงต่ำมาก”

“ทำไม”

“ก็มัน… ” สายตาพุ่งไปที่ช่วงล่าง “…ยังเช้าอยู่—เหวอออออ”

เขารีบยกศีรษะขึ้นมองและเห็นเข็มสีเงินแทงเกือบมิดอยู่ตรงกึ่งกลางสะดือพร้อมด้วยสายตาทิ่มแทงของเพอร์ซิวัล ก่อนเข็มจะถูกดึงออกด้วยการกระชากด้ายที่ร้อยอยู่ตรงรูด้านปลายอย่างเร็วจนเจ้าของร่างสะดุ้งโหยง

“มันเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายนี่นา ผมพูดผิดตรงไหน”

“ผิดตรงที่พูดบ้าๆแต่เช้า” เพอร์ซิวัลมัดซ่อนปมตรงท้ายตะเข็บสองถึงสามครั้งแล้วตัดด้ายเพื่อปิดจบการเย็บซ่อม เขาเหลือบมองกลไกธรรมชาติที่ว่าแล้วส่ายหน้าน้อยๆ “เสร็จแล้ว”

ลานสล็อตลุกพรวดขึ้นนั่งแล้วสำรวจผลงานทันที นิ้วมือกดๆจิ้มๆตามรอยเส้นกลางลำตัวและพบว่าเส้นด้ายที่ยึดสองด้านไว้ด้วยกันนั้นหนาแน่นแข็งแรงดี “ไร้ที่ติ” เขาพูดพร้อมยิ้มกว้างอย่างพอใจ

เพอร์ซิวัลเก็บของทั้งหมดลงกล่องอุปกรณ์เย็บผ้าดังเดิมและกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเอาไปเก็บให้เข้าที่ แต่ข้อมือถูกยึดเอาไว้เสียก่อนจนต้องหยุดค้างอยู่ในท่าเดิม

“ลืมอะไรไปหรือเปล่า”

คนพูดบีบมือที่กำไว้แน่น ยักคิ้วหลิ่วตาพร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์

“งานยังไม่จบซักหน่อย”

 

– + – + – + – + – + – + –

 

9th Oct 2016 Fictober / Drama Sunday

 

: No mission, vacation time

 

ลาพักร้อน…
เขาไม่ได้จงใจหยุดเอง
แต่โดนจับจองวันเอาไว้เพื่อให้หยุดงานโดยไม่ทันได้โต้แย้ง

สถานที่พักร้อน…
เขาก็ไม่ได้เป็นคนเลือกเอง
แต่ถูกเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ร้องขอ

วันครบรอบการจากไปของใครบางคนเวียนมาถึง

ภาพเบื้องหน้าของเขาคือหาดทรายขาวละเอียด ทะเลคลื่นลมแรง ท้องฟ้าสีสดไร้เมฆบดบัง
เพอร์ซิวัลยืนอยู่กลางชายหาดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกกำหนดไว้ให้ถูกส่งตัวมา เป็นที่ที่เขาไม่รู้จัก ไม่มีข้อมูลสถานที่ ไม่มีข้อมูลภารกิจ เหมือนทุกอย่างถูกเตรียมไว้ เพียงเพื่อการพักร้อนจริงๆเท่านั้น
เขายืนอยู่เพียงลำพัง นึกถึงทิวทัศน์ที่เคยมองในความทรงจำพร้อมกับใครอีกคน

..อย่าเหงาหงอย

..เพราะผมโอบบ่าคุณไม่ได้อีกแล้ว

ทรุดตัวลงนั่งกอดเข่า และพบว่ามือสั่นเทิ้ม สะเทือนจนถึงไหล่กว้าง

..อย่าเศร้าสร้อย

..เพราะผมปลอบประโลมคุณไม่ได้อีกแล้ว

ลมทะเลพรากหยดน้ำจากหางตาให้หลุดหายไปกับสายลม ไม่เหลือแม้รอยทิ้งไว้

..อย่าร้องไห้

..เพราะผมเช็ดน้ำตาให้คุณไม่ได้อีกแล้ว

อาจเป็นเพราะความหวังดี แต่เขาคงไม่ปล่อยให้เมอร์ลินเลือกเป็นวันลาพักร้อนให้อีกในปีต่อๆไป

 

– + – + – + – + – + – + –

 

17th Oct 2016 Fictober / Drama Sunday

 

: Earned it

 

ห้องโถงกลางภายในศูนย์บัญชาการใหญ่ถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงเป็นการพิเศษ และวันนี้ก็ถูกเลือกให้เป็นวันที่เจ้าหน้าที่ขององค์กรสายลับคิงส์แมนทุกคนจะหยุดทำการหรือภารกิจทุกอย่างแล้วเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ลานสล็อตนั่งอยู่ตรงโต๊ะจัดเลี้ยงกลางห้องโถงท่ามกลางเก้าอี้ว่างเปล่าที่วางเรียงล้อมเป็นวงกลม มือของเขาแตะอยู่ที่ฐานแก้วไวน์แล้วลากวนไปมาเบาๆ สายตามองเลยผ่านไวน์ขาวในแก้วโปร่งใสและมองเห็นคนๆหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมแก้วไวน์ในมือ หันหน้าออกไปทางหน้าต่าง ไม่สามารถบอกได้ว่าจุดหมายของสายตาอยู่ที่ใด

เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปทางชายคนนั้นช้าๆ จนกระทั่งเกือบจะเข้าใกล้ได้ในอีกไม่กี่ช่วงตัว ก็มีชายอีกคนตัดหน้าแล้วเดินเข้าถึงตัวชายคนแรกเสียก่อน

“เพอร์ซิวัล ออกไปข้างนอกกันเถอะ” ชายคนหลังเอ่ยอย่างนั้น

คนที่ถูกเรียกว่าเพอร์ซิวัลไม่ได้ขานตอบ เขาทำเพียงแค่มอง แต่คำตอบคงอยู่ในนั้นเพราะ ทั้งสองเดินผ่านลานสล็อตแล้วออกจากห้องโถงงานเลี้ยงพร้อมกัน หายไปในที่ที่ไม่มีใครรอบข้างทันสังเกตเห็น

ลานสล็อตเดินตามคนทั้งคู่อยู่ห่างๆ มีแต่ความเงียบและเสียงพื้นรองเท้าหนังเสียดสีกับพรมดังขึ้นเบาๆไปตามทางเดินจนเสียงหยุดลงตรงหน้าประตูกระจกบานใหญ่ แล้วทั้งสามคนก็เดินออกไปยังระเบียงพื้นหินที่เบื้องหน้ามีแต่ต้นไม้ปกคลุมจนมืดครึ้ม ลานสล็อตมองดูรอบๆทิวทัศน์แสนคุ้นตา เป็นเพราะว่าพวกเขาทั้งสามกำลังยืนอยู่ตรงระเบียงแห่งหนึ่งทางด้านหลังของตึกศูนย์บัญชาการนั่นเอง

เขาเลือกนั่งลงตรงราวระเบียงซึ่งทำจากหินหนาเย็นเฉียบทางด้านใกล้กับประตูกระจก มองอีกสองคนที่เหลือเดินไปทางด้านหน้า ยืนพิงราวระเบียงคุยกันอย่างเงียบๆ

“จริงๆคุณไม่ต้องมางานเลี้ยงก็ได้นะเพอร์ซิวัล เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ” เสียงพูดจากชายอีกคนดังขึ้น ลานสล็อตเห็นแต่ด้านหลังของเขา และเห็นใบหน้าอิดโรยจางๆของเพอร์ซิวัลยิ้มตอบ

เพอร์ซิวัลยกแก้วไวน์ในมือขึ้นเล็กน้อย “ก็ถือว่ามาฉลองที่งานเสร็จทันเวลา”

แก้วไวน์ค่อยๆถูกดึงออกจากมือผู้ถือ ชายคนที่หันหลังให้ยกแก้วขึ้นมองครู่หนึ่ง แล้วยื่นขอบแก้วแตะริมฝีปากของคนฝั่งตรงข้าม หยดน้ำสีอ่อนไหลกระทบให้ลิ้นได้สัมผัสรสไวน์ช้าๆ

ขอบแก้วใสถอยออกห่าง หลงเหลือแต่หยาดหยดไวน์ค้างที่มุมปากจนล้นลงด้านข้างเล็กน้อย ชายคนนั้นวางแก้วไวน์ไว้ตรงราวหิน ใช้นิ้วโป้งเช็ดหยดน้ำออกอย่างเบามือ ก่อนจะจัดการกับส่วนที่ยังเหลืออยู่ด้วยริมฝีปากของตนเอง

ปลายลิ้นวนเวียนไปตามรอยเส้นริมฝีปาก เกี่ยวเก็บรสชาติของไวน์จนไม่เหลือสิ่งใดค้างไว้ แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น จากผิวเผินกลายเป็นโหยหา แขนโอบกอด เกาะเกี่ยวกันและกันราวกับโลกนี้มีเพียงแค่พวกเขาสองคนท่ามกลางความมืดมิดและมวลหมู่ดาวบนท้องฟ้า

ลานสล็อตยังนั่งมองภาพทั้งสองคนอยู่ที่เดิม เขามองเงียบๆอย่างนั้น ในใจหวนนึกถึงจูบที่ครั้งหนึ่งเขายังจำได้ดี

ณ สถานที่แห่งนี้ ทิวทัศน์แบบเดียวกันนี้ รสของไวน์และจูบในวันนั้น ยังติดตรึงอยู่ในใจไม่ลืมเลือน

เขาอาจจูบเพอร์ซิวัลที่ระเบียงหินแบบวันนั้นไม่ได้อีก แต่สิ่งที่เคยเกิดขึ้น ภาพในความทรงจำไม่เคยจางหาย

ในโลกที่เขาอยู่ ภาพเหล่านี้ฉายย้อนไม่จบสิ้น

และเขาจะเป็นเจ้าของมันเพียงคนเดียว

ไปตลอดกาล

 

– + – + – + – + – + – + –

 

23rd Oct 2016 Fictober / Drama Sunday

 

: Shampoo

 

“ตัดทรงเดิมนะครับ เพอร์ซิวัล”

เสียงช่างตัดผมทักขึ้นเมื่อเห็นลูกค้าคุ้นหน้าคุ้นตาเดินเข้ามาในร้าน แต่จะว่าเป็นลูกค้าอาจไม่ถูกต้องเสียทีเดียว  เพราะที่นี่คือร้านตัดผมซึ่งเป็นสาขาหนึ่งขององค์กรสายลับคิงส์แมน เช่นเดียวกับร้านตัดสูท ร้านทำหมวก และอื่นๆอีกมากมาย

สายน้ำอุ่นหยดรดลงบนศีรษะชวนให้รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก นิ้วมือบีบนวดไปทั่วรวมกับยาสระผมกลิ่นหอมจางๆแบบที่เขาชื่นชอบ ถึงขนาดที่ใครบางคนแอบซื้อติดบ้านเก็บไว้ให้ใช้เป็นการส่วนตัว

“สบายใช่มั้ยล่ะ”

เสียงหนึ่งดังขึ้นในความคิด แล้วภาพกลับหัวของใครคนนั้นก็ซ้อนชัดขึ้นมาเหมือนเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนัก

เพอร์ซิวัลค่อยๆกดตัวเองลงกับน้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำจนโผล่พ้นแค่คอ เขากำลังจะหลับ แต่มือที่กำลังสระผมให้ก็รั้งศีรษะของเขาไว้ไม่ให้จมลงไปเสียก่อน

“อย่าเพิ่งหลับสิ นั่งดีๆ”

เสียงเดิมดังซ้ำ ความอ่อนล้าทำให้จำได้แค่ลางๆว่าเขาเหนื่อยกับภารกิจในวันนี้มากแค่ไหน เมื่อกลับถึงบ้าน อ่างน้ำร้อนก็ถูกตระเตรียมไว้แถมด้วยบริการเพื่อช่วยบรรเทาความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน เป็นกรณีพิเศษ

ดวงตาง่วงงุนปรือขึ้นมองใบหน้ากลับหัวที่ยื่นเข้ามา เขาเห็นใบหน้านั้นเคลื่อนเข้าใกล้ช้าๆ และรับรู้สัมผัสของจูบที่หน้าผากได้หลังจากนั้น

“สระผมเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เสียงหนึ่ง ณ ปัจจุบันแทรกทับภาพในความคิด โดยมีเสียงอดีตซ้อนขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน “ลุกได้แล้ว แช่น้ำนานเกินไปเดี๋ยวตัวเปื่อยหมด”

เสียงแห่งความเป็นจริงดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ “เชิญรอที่เก้าอี้ได้เลยครับ”

“แต่งตัวเสร็จแล้วไปที่เตียงเลย เดี๋ยวผมนวดตัวให้” เสียงแผ่วเบาสุดท้ายในห้วงคำนึง ผุดขึ้น และจางไป

เพอร์ซิวัลลืมตาขึ้นมองตนเองนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจก เห็นทั้งภาพสะท้อนของตัวเขาและช่างตัดผมคนเดิมซึ่งกำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับตัดผมหันมายิ้มให้

เขาหลับตาลง ลบภาพความทรงจำที่หวนคืนมาทิ้งไปชั่วขณะ

“ตัดทรงเดิมครับ”

 

– + – + – + – + – + – + –

 

30th Oct 2016 Fictober / Drama Sunday

 

: Reincarnation

 

“ภารกิจเสร็จสิ้น”

หลังเสียงรายงานผลภารกิจสั้นๆระหว่างการเดินทางขากลับจากเมืองดันเฟิร์มลิน เพอร์ซิวัลก็เลือกจอดรถที่ร้าน อาหารของโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อแวะพักและทานมื้อเช้าที่ออกจะสายกว่าปกติอยู่นิดหน่อย จากนั้นก็ตั้งใจว่าจะใช้เวลาที่เหลือเดินเล่นในสวนสาธารณะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก แต่เมื่อเดินมาถึงทางแยก สายตาของเขาก็สะดุดกับยอดอาคารทรงสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่เป็นเสาสูงจากทางตรงเบื้องหน้า เขาหยุดยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง เท้าขยับออกจากทางเดินทางขวาเพื่อไปสวนสาธารณะ แล้วเลือกทางเดินมุ่งตรงสู่ตัวอาคารแห่งนั้นแทน ปัดเรื่องเดินเล่นทิ้งไปอย่างสนิทใจ

ตัวอาคารดังกล่าวเริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น ด้านหน้าประตูรั้วเหล็กและเสาหินซึ่งมีป้ายเขียนบอกว่าสถานที่แห่งนี้คือโบสถ์แอ๊บบี้แห่งดันเฟิร์มลิน เพียงแค่ก้าวแรกจากรั้วประตู ก็จะพบกับป้ายสุสานตามทางเดินเล็กๆไปทั่วบริเวณ เพอร์ซิวัลเลือกเดินดูรอบๆอย่างไม่รีบร้อนเพราะบรรยากาศของสุสานไม่ได้ชวนให้เศร้าโศกแต่อย่างใด แถมกลับกันตรงที่เป็นเพราะทิวทัศน์โล่งโปร่งแบบนี้ต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก

ความหนาวเย็นทำให้แสงแดดจัดในช่วงสายของเดือนมกราคมไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพอร์ซิวัลซุกมือทั้งสองไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ตแล้วเดินตามทางมาเรื่อยๆ พื้นที่ที่เป็นสุสานในโบสถ์แห่งนี้ไม่ได้มีมากอย่างที่คิดแต่กระจายไปตามส่วนต่างๆรอบตัวโบสถ์ เขาเลือกหย่อนตัวพิงกับกำแพงหินที่อยู่ตรงสุดเขตของโบสถ์แอ๊บบี้โดยหันหน้าไปทางสุสาน มีบันไดเล็กๆอยู่ด้านข้างเชื่อมต่อกับทางเดินลงไปยังสนามหญ้าขนาดย่อมทางด้านหลังซึ่งมีบรรยากาศร่มรื่นไม่ต่างกัน

“ว่าไง เจ้าหนู” เสียงร้องทักมุ่งตรงไปยังเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มเหมือนลูกปัดกลมลูกใหญ่ ไม่มีคำตอบยกเว้นเสียงหายใจและไอควันสีขาวระบายออกมาเป็นระยะ

“เจ้าของแกไปไหนซะล่ะ” เพอร์ซิวัลสังเกตเห็นสายไร้ผู้จูงวางระอยู่กับพื้น จึงมองซ้ายมองขวาและไม่เห็นใครอยู่ในละแวกนั้นแม้แต่คนเดียว

เจ้าของดวงตากลมโตคือสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ขนสีน้ำตาลมันเงากำลังนั่งสะบัดหางเป็นพู่น้อยๆอยู่ตรงหน้า โครงร่างสมกับเป็นสุนัขสายพันธุ์ขนาดใหญ่แต่เหมือนยังโตไม่เต็มที่เมื่อดูจากความสูงของมัน ซึ่งถ้าให้กะประมาณด้วยสายตาคงอายุแค่ราวๆหนึ่งปีเท่านั้นเอง

เจ้าหมาน้อยทำท่าผุดลุกผุดนั่งแล้วส่ายหน้าไปมาแต่ดวงตายังจ้องไปยังฝ่ายตรงข้าม ทำท่าเหมือนอยากเข้าไปเล่นด้วยเต็มแก่แต่ต้องอดทนรอให้ได้รับคำอนุญาตเสียก่อน ท่าทางอย่างนั้นทำให้เพอร์ซิวัลอดหัวเราะและเอามือลูบหัวของมันแรงๆไม่ได้

“มานี่มา เจ้าหนู” เขาย่อตัวลงนั่งแล้วเกาไปตามข้างหูและลำคอของมัน น่าแปลกที่เจ้าหมาน้อยยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิมทั้งๆที่ตัวสั่นเหมือนอยากพุ่งกระโจนเข้าใส่แต่มันก็ทำเพียงแค่ใช้จมูกปัดดมไปมาที่ใบหน้าของเขาเท่านั้น “แกนี่แปลกหมา” เขาพูดแล้วหัวเราะอีกครั้ง

“บิสกิต!” เสียงแหลมเล็กดังขึ้นจากทางด้านหน้า ปรากฏว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาตามทาง เดินพร้อมทำเสียงดุใส่สุนัขที่คาดว่าเธอน่าจะเป็นเจ้าของ

“เดี๋ยวเถอะ วิ่งหนีมาแบบนี้ได้ยังไง เดี๋ยวให้อดข้าวเย็นเลยนี่” เธอใช้ข้อนิ้วเคาะกลางหัวเบาๆหนึ่งทีแล้วก้มลงหยิบสายจูงขึ้นมาถือไว้ “ขอโทษนะคะ ไม่โดนมันทำอะไรใช่ไหม”

“ไม่เลยครับ ผมกำลังจะบอกอยู่เชียวว่าหมาของคุณสุภาพดีจริง นั่งเรียบร้อยไม่ขยับเลย” เขาว่าแบบนั้นแล้วลุกขึ้นยืน “ชื่อบิสกิตเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ เพิ่งขวบเดียวกำลังซนเลย แต่แปลกมาก ปกติมันไม่เรียบร้อยขนาดนี้นะ เจอใครเป็นต้องกระโดดเข้าใส่ให้เจ็บตัวตลอด”

ใช่แล้ว เพราะว่าเขาคนนี้ต่างออกไปยังไงล่ะ

“ดูไม่เหมือนอย่างนั้นเลยนะครับ” เพอร์ซิวัลลูบขนสีน้ำตาลไปมา และสบกับดวงตากลมที่เงยหน้าขึ้นมองพอดี

ด้วยเงื่อนไขบางอย่าง มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่ทำไม่ได้

“ถึงได้บอกว่าผิดปกติไงคะ สงสัยก่อนหน้านี้จะวิ่งเก็บบอลจนเหนื่อยเลยยอมทำตัวเรียบร้อยได้” หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของพูดแล้วนั่งลงเกาคอของมันเบาๆ แต่มันกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างปกติจนทำให้เธอแปลกใจ บิสกิตยังคงมองไปที่คนฝั่งตรงข้าม ทำจมูกฟุดฟิดและทำเสียงครืดในลำคอ

นึกให้ออกสิ จำได้หรือเปล่า

ทั้งสองคนยืนคุยกันอยู่อีกครู่ใหญ่โดยไม่ได้เข้าใจสายตาและท่าทางของสุนัขที่นั่งอยู่ข้างๆเท่าไรนัก มันสะบัดหาง หันไปหันมาบ้าง ร้องขัดเบาๆระหว่างการสนทนาบ้าง แต่ไม่มีใครสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งแสงแดดเริ่มอ่อนแรงลงเพอร์ซิวัลจึงมองนาฬิกาข้อมือของตนเองและเห็นสมควรแก่เวลาต้องเดินทางกลับเสียที

“เดี๋ยวผมคงขอตัวกลับก่อนนะครับ ต้องขับรถอีกไกลเลย” เขาพูดแล้วก้มลงมองสุนัขที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม “ไว้มีโอกาสเราคงได้พบกันอีกนะบิสกิต”

จะไปแล้วเหรอ

จำผมไม่ได้…จริงๆเหรอ

เขาเอ่ยลาเจ้าของสุนัข แล้วนั่งลงใช้มือขยี้ไปทั่วทั้งศีรษะของบิสกิตอีกหลายครั้ง “ลาก่อน บิสกิต”

ทั้งๆที่ผมกลับมาหา แต่การกลับนั้นก็มาพร้อมกฏบางอย่างที่ไม่อาจฝ่าฝืน ผมจึงไม่สามารถทำให้คุณจำได้เลย

เพอร์ซิวัลเดินจากมาโดยทิ้งสุนัขและเจ้าของไว้เบื้องหลัง แต่เพียงไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงร้องแหลมหยุดเขาเอาไว้

“งี้ด…งี้ดด…”

เขาหันกลับไปมองตามเสียงเรียกเหมือนอาวรณ์อย่างยิ่งของบิสกิตและเห็นเจ้าหมาน้อยกระดิกหางพร้อมสายตาอาลัยอย่างที่สุด เพอร์ซิวัลยิ้มให้มันแล้วหันกลับกำลังจะเดินหน้าต่อ แต่ปลายเท้าก็หยุดอีกครั้งเหมือนยังติดใจอะไรบางอย่าง

บิสกิตจ้องมองด้านหลังของเพอร์ซิวัลซึ่งหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว ก่อนจะเห็นร่างนั้นก้าวเท้าเดินต่อไปตามทางจนไกลเกินกว่าสายตาของมันจะมองเห็น

ผมไม่มีทาง…ทำให้คุณจำได้อีกแล้ว

ไม่ว่าทางใดก็ตาม

 

– + – + – + – + – + – + –

 

31st Oct 2016 Fictober

 

: Happy Halloween or not?

ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้มีมวลความรู้สึกแปลกประหลาดหลายอย่าง เริ่มจากท้องฟ้าขมุกขมัว อากาศไม่แจ่มใสเท่าอาทิตย์ก่อนหน้าอย่างที่ควรจะเป็น บรรยากาศรอบๆบ้านดูอึมครึมไม่น่าไว้วางใจ ผู้คนเดินสวนไปมาให้ความรู้สึกต่างจากทุกที แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อบรรยากาศต่างๆที่ว่า เป็นผลพวงเนื่องจากวันนี้เป็นวันฮาโลวีน หรือวันปล่อยผีที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นเอง

เสียงลากรองเท้าเสียดสีกับพื้นดังก้องกังวานอย่างเดียวดายท่ามกลางความเงียบสงัดของยามดึกในคืนวันฮาโลวีน ตลอดทางเดินมีแสงไฟสีส้มพร้อมด้วยผลฟักทองแกะสลักวางไว้ตามบันไดหน้าบ้านให้เห็นเป็นระยะๆ เพอร์ซิวัลไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับเทศกาลเหล่านี้มากนัก เขาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น ใจนึกอยากรีบกลับให้ถึงบ้านเพื่อจะได้พักผ่อนหลังจากวุ่นอยู่กับภารกิจอันหนักหน่วงมาตลอดทั้งวัน

ระหว่างกำลังเดินอยู่นั้น เขาได้ยินเสียงเท้าอีกหลายคู่เดินตามมาจากทางด้านหลัง ตอนแรกก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรจนกระทั่งเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เสียงก้าวเท้าบอกชัดว่ากลุ่มคนข้างหลังเริ่มเร่งความเร็วเขาจึงขยับเท้าเร่งบ้าง มือซ้ายสอดเข้าไปใต้เสื้อสูทและจับอยู่ที่ด้ามปืนพกในซองปืน กะว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดจะได้เตรียมรับมือได้ทันท่วงที

เพอร์ซิวัลหันหน้ากลับไปเล็กน้อยเพื่อมองดูว่าใครกันที่กล้าสะกดรอยตามสายลับเช่นเขา แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่เห็นใครแม้แต่คนเดียว เขาหยุดยืนนิ่งและไม่เห็นแม้เงาใครซักคนเมื่อมองไปรอบๆตัว แล้วเสียงเดินที่ยังได้ยินอย่างชัดเจนอยู่นั้นมันคืออะไรกัน

โคมไฟถนนเหนือศีรษะกะพริบไม่เป็นจังหวะเหมือนไฟตก เพอร์ซิวัลเงยหน้าขึ้นมองเพียงครู่เดียวแสงไฟก็กลับมาสว่างเป็นปกติ แต่ทว่าสิ่งไม่ปกติกลับปรากฏอยู่เบื้องหน้า มีคนเดินเข้ามาในระยะของแสงไฟให้เห็นตัวชัดเจน เขาเหล่านั้นมีทั้งชายหญิงปะปนกันไป และสิ่งที่ทำให้เพอร์ซิวัลมั่นใจว่าคนพวกนี้ไม่ใช่ทั้งพวกสะกดรอยหรือใครก็ตามที่ถูกส่งมาเล่นงานเขา นั่นก็คือทุกคนมีสภาพไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดาๆ โดยส่วนใหญ่เสื้อผ้าขาดวิ่น หลายคนมีเลือดคล้ำจนดำเลอะเปรอะตามเสื้อผ้า บางคนมีอวัยวะบางส่วนขาดหาย ความเหมือนเพียงอย่างเดียวก็คือคนเหล่านี้กำลังก้าวเดินช้าๆเข้าหาบุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพวกเขา

ปืนถูกดึงออกมาจากซองด้วยความไม่แน่ใจ เพอร์ซิวัลไม่มั่นใจเอาเสียเลยว่ากลุ่มคนที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่นี้คืออะไร หรือถ้าจะเป็นแค่พวกวัยรุ่นเล่นคึกคะนองในคืนวันปล่อยผี แต่บางคนก็อาจบอกได้ว่าแต่งหน้าแต่งตัวได้สมจริงมากเกินกว่าจะเป็นแค่การแต่งแฟนซีตามเทศกาลเท่านั้น เขาร้องเตือนให้หยุดแต่ก็ไม่เป็นผล คนพวกนั้นยังคงเดินเข้ามาจนถึงกลางระยะแสงไฟถนน และนั่นทำให้เขามองเห็นคนอีกกลุ่มใหญ่เดินตามคนกลุ่มแรกไม่ห่างกันมากนัก

ถึงตอนนี้ขาของเขาเริ่มขยับถอยหลัง ในใจกำลังคิดถึงซีรี่ย์ชื่อดังเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับศพเดินได้ทั้งๆที่อีกใจก็คิดว่าเขาอาจจะเหนื่อยจนสายตาเริ่มมองอะไรผิดเพี้ยนไป หรืออย่างแย่ที่สุด เขากำลังฝัน

“ทุกคนหยุดอยู่ตรงนั้นแหละ” ยิ่งถอยหลังเร็วขึ้น ฝีเท้าก็ยิ่งก้าวตามเร็วขึ้น “ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน” เพอร์ซิวัลลดปืนจากการเล็งศีรษะแต่ทีแรกลงเล็กน้อยแล้วยิงผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่หน้าสุดบริเวณหัวไหล่เป็นการเตือน ชายคนนั้นหยุดชะงักเพราะแรงกระสุนและหันไปมองจุดที่ถูกยิงก่อนจะหันมาแล้วแสยะยิ้มให้เขา

นอกจากจะไม่หยุดแล้ว ทั้งหมดยังเร่งความเร็วขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย

ลูกกระสุนสาดใส่ทั้งคนกลุ่มหน้าและหลังอย่างไม่ยั้งมือ บ้างถูกกลางลำตัว บ้างถูกยิงศีรษะจนเนื้อกระเด็นหลุดหายไปทั้งแถบ บ้างถูกยิงแขนจนหลุดขาดออกจากร่าง แต่เขาเหล่านั้นก็ยังไม่ชะลอความเร็วลงแม้แต่น้อย
เพอร์ซิวัลรีบเปลี่ยนซองกระสุนเมื่อนัดสุดท้ายเจาะเข้าบริเวณท้องของหญิงร่างท้วมทางด้านซ้ายจนท้องระเบิด เลือดและลำไส้ไหลทะลักลงมากองกระจายไปทั่วพื้นพร้อมด้วยเสียงหัวเราะแหบพร่าลอดออกมาเหมือนไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ

เมื่อกระสุนชุดใหม่ถูกเปลี่ยน เพอร์ซิวัลก็ยกปลายกระบอกปืนขึ้นเล็งอีกครั้ง แต่คราวนี้ภาพเบื้องหน้าถูกบดบังด้วยหลังกว้างของชายคนหนึ่ง ชุดสีเหลืองน้ำตาลของเขาดูคุ้นตาจนกระทั่งใบหน้าที่หันมาก็ยิ่งทำให้แน่ใจ

“หนีไป” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆแต่หนักแน่น “ผมจะถ่วงเวลาให้ รีบกลับบ้านไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“ลานสล็อต…เอ่อ..เจมส์” เพอร์ซิวัลพูดทั้งๆที่แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง คนที่กำลังยืนขวางระหว่างเขาและศพเดินได้เหล่านั้นคือลานสล็อตจริงๆหรือ

เจ้าของชื่อหันกลับมายิ้มให้ก่อนจะพุ่งเข้าใส่คนกลุ่มนั้นด้วยมือเปล่า แต่คนแค่คนเดียวจะสู้กับคนจำนวนมากย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบ สุดท้ายลานสล็อตก็ถูกยึดแขนทั้งสองข้างและถูกจับให้คุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าของเขาซีดเกือบขาว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงเป็นใบหน้าที่คุ้นเคยไม่เปลี่ยนแปลง

“มัวรออะไรอยู่ รีบหนีไป รีบ….”

เสียงสุดท้ายขาดหายพร้อมกับภาพโหดร้ายที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เพอร์ซิวัลยืนมองดูผู้ชายร่างใหญ่แต่งกายด้วยชุดขุนนางโบราณถือชะแลงเดินออกมาแล้วเงื้อมือฟาดที่ด้านหลังศีรษะของลานสล็อตเต็มแรงหลายครั้ง ศีรษะแตกทะลุถึงกะโหลกสีขาวจนเห็นเนื้อสมองกระจายไปทุกทิศทางเมื่อถูกฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เลือดไหลเปรอะไปทั่วใบหน้า ร่างกายโอนเอนจนเกือบล้มถึงพื้น ลานสล็อตเงยหน้าชุ่มเลือดและเศษก้อนเนื้อขึ้นพูดด้วยกำลังทั้งหมดที่มีก่อนชะแลงเหล็กจะหวดลงมาเป็นครั้งสุดท้าย

“ไปซะ! หนีไป!”

ท่อนเหล็กฟาดลงตรงกลางผ่าศีรษะของเขาออกเป็นสองซีก แล้วร่างของลานสล็อตก็ฟุบลงกับพื้นพร้อมชะแลงยังปักคาอยู่ระหว่างเบ้าตาทั้งสอง

ความโกรธเกรี้ยวพุ่งขึ้นมาในทันใด ปืนที่ซ่อนไว้อีกกระบอกถูกดึงขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับกระบอกแรก แล้วปืนจากทั้งสองมือก็กระหน่ำยิงใส่ชายในชุดขุนนางผู้นั้นจนพรุนไปทั่วร่าง จากนั้นเพอร์ซิวัลยังยิงใส่คนที่เหลือด้วยกระสุนอีกหลายนัดก่อนจะกลับตัววิ่งหนีตามคำบอกของลานสล็อต เขาเร่งฝีเท้าเต็มความเร็ว และได้ยินเสียงเท้าอีกหลายคู่กำลังวิ่งตามหลังมาห่างๆจนกระทั่งถึงหน้าประตูบ้าน

ประตูเปิดและปิดลงอย่างรวดเร็ว กลอนทั้งหมดถูกล็อกได้ทันเวลาเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกและเสียงทุบปึงปังจากด้านนอก เพอร์ซิวัลหอบหายใจขณะเดินเข้าไปในบ้าน เขาเปิดไฟในห้องนั่งเล่นแล้วยืนนิ่งนึกทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ และยังสับสนว่าสิ่งที่เห็นนั้นคืออะไรกันแน่

“เพราะว่าวันนี้เป็นวันฮาโลวีน เป็นวันที่พวกผีจะมีพลังมากที่สุดแค่หนึ่งวันในรอบปี”

เขาหันไปตามเสียงพูด แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเห็นบางสิ่งยืนอยู่ในบ้านตรงหน้าประตู

“เจมส์…นั่นคุณเหรอ”

คำถามของเพอร์ซิวัลไม่ได้รับคำตอบ ใบหน้าซีดไร้เลือดโชกเหมือนเมื่อก่อนหน้านั้นส่งยิ้มให้และเดินเข้ามาในบ้านช้าๆ เขาเดินเข้ามาจนถึงห้องนั่งเล่นตรงที่ๆเพอร์ซิวัลยืนอยู่ หยิบผ้าเช็ดหน้าสีแดงออกมาจากกระเป๋าตรงอกเสื้อ ซับหยดเหงื่อตามหน้าผากและข้างแก้มจนกระทั่งลมหายใจของเพอร์ซิวัลค่อยๆสงบลง จึงปล่อยให้อีกฝ่ายซึ่งหยุดมือของเขาเอาไว้และดึงผ้าเช็ดหน้าจากมือเพื่อพิจารณาดูว่าสามารถจับต้องได้จริงๆ

“วิญญาณอาฆาตจะเล่นงานใครก็ตามที่พวกมันเจอ เว้นแต่ว่าเมื่อคุณอยู่ในบ้านหลังนี้ ผมจะปกป้องคุณ”

“แต่ถ้าพวกนั้นเข้ามาได้ เราคงไม่รอดทั้งคู่” เพอร์ซิวัลประเมินสถานการณ์หลังจากเห็นว่าลานสล็อตถูกทำอะไรไปบ้าง และเดาว่าถ้าถูกจับได้อย่างนั้นตนเองคงถูกกระทำไม่ต่างกัน

“พวกนั้นไม่มีวันเข้ามาได้ เพราะนี่เป็นเขตของผม เป็นบ้านของเรา”

“เข้ามาไม่ได้งั้นเหรอ…ทำไม ผมไม่เข้าใจ”

“ที่ๆวิญญาณอย่างเราผูกพันที่สุด จะทำให้พลังของเราแข็งแกร่งมากที่สุด” ลานสล็อตใช้หลังมือเกลี่ยใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยน “ผมจะไม่ยอมให้พวกมันเข้ามาที่นี่ได้”

สายตาแฝงความข้องใจ กังวลใจ ยังคงหลงเหลืออยู่ ลานสล็อตจึงเลื่อนมือขึ้นลูบข้างศีรษะของเพอร์ซิวัลเบาๆ

“พักผ่อนซะ คืนนี้ผมจะดูแลคุณเอง”

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่เพอร์ซิวัลจำได้ก่อนจะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับเสียงตั้งปลุกจากโทรศัพท์มือถือ เพอร์ซิวัลค่อยๆลืมตาแล้วยืดแขนจนสุดเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้าและความง่วงที่ยังตกค้างออกไป เขายังอยู่ในห้องนั่งเล่น นอนเหยียดกายบนโซฟาโดยมีเสื้อสูทและเนคไทถอดวางอยู่บนโต๊ะกลาง เมื่อขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วคิดทบทวนถึงความฝันเรื่องวิญญาณต่างๆที่ประสบพบเจอเมื่อคืนนี้ ก็สรุปได้ว่าเขาอาจจะเหนื่อยกับการทำงานมากเกินไป ประกอบกับวันฮาโลวีนชวนให้คิดถึงเรื่องผีและปีศาจอยู่เป็นทุนเดิม ความฝันของเขาถึงได้พิศดารเช่นนั้น

เพอร์ซิวัลหัวเราะออกมาเบาๆ กำลังจะยกมือขึ้นกุมหน้าผากแต่ก็มีบางสิ่งหยุดความคิดทั้งมวลไว้

ผ้าเช็ดหน้าสีแดงอยู่ในมือของเขา

หมายความว่า…นั่นไม่ใช่ความฝัน

 

– + – + – + – + – + – + –

 

31st Oct 2016 Fictober

 

:Happy Halloween or not…?

 

ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้มีมวลความรู้สึกแปลกประหลาดหลายอย่าง เริ่มจากท้องฟ้าขมุกขมัว อากาศไม่แจ่มใสเท่าอาทิตย์ก่อนหน้าอย่างที่ควรจะเป็น บรรยากาศรอบๆบ้านดูอึมครึมไม่น่าไว้วางใจ ผู้คนเดินสวนไปมาให้ความรู้สึกต่างจากทุกที แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อบรรยากาศต่างๆที่ว่า เป็นผลพวงเนื่องจากวันนี้เป็นวันฮาโลวีน หรือวันปล่อยผีที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นเอง

เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักค่อยๆห่างออกไปจากหน้าบ้าน เพอร์ซิวัลลอบมองจากทางหน้าต่างเห็นเด็กน้อยสองคนแต่งกายด้วยชุดแฟนซีแบ่งลูกอมที่เพิ่งได้รับมาแก่กันและกันแล้วมุ่งสู่บ้านเป้าหมายต่อไป

“ปีนี้รู้สึกจะแต่งตัวหลากหลายขึ้นนะ ไม่ค่อยเน้นผีหรือปีศาจเหมือนก่อนแล้ว” เขาเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น และเห็นใครบางคนยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าโซฟากลางห้อง “ยืนทำหน้าประหลาดแบบนั้นทำไม” เขาพูดแล้วหยุดฝีเท้า ถลึงตามองอีกฝ่ายด้วยความสงสัยอย่างยิ่ง

สาเหตุที่หยุดไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าเป็นผู้ร่วมอาศัยซึ่งตนเองคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ใช่เป็นเพราะรอยเส้นผ่ากลางลำตัวตั้งแต่ศีรษะเบื้องบนเรื่อยไปจนถึงเบื้องล่าง และไม่ใช่เพราะเส้นด้ายเย็บสมานรอยดังกล่าวให้ประกบเข้าหากัน แต่เป็นเพราะมีดคัตเตอร์ที่เขาคนนั้นกำลังถืออยู่ในมือต่างหาก

“ลานสล็อต เอาคัตเตอร์มาทำอะไร มันอันตรายนะ” เพอร์ซิวัลเตือนเมื่อใบมีดสีเงินค่อยๆเลื่อนยาวออกมาให้เห็นความคมของมัน

“เพราะว่าวันนี้เป็นวันฮาโลวีน เป็นวันที่พวกผีจะมีพลังมากที่สุดแค่หนึ่งวันในรอบปี” ลานสล็อตเฉลยพร้อมยิ้มกว้าง

“แล้ว?” เพอร์ซิวัลส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วขมวดคิ้ว “จะเอาคัตเตอร์กรีดตัวเองโชว์ รึไง”

“ไม่ใช่อย่างนั้น เพอร์ซิวัลที่รัก” เขาหัวเราะหึอย่างไม่ถือสาความไม่รู้ของอีกฝ่าย “หมายถึงว่าคืนนี้ผมจะมีพลังมากพอเพื่อทำให้ตัวไม่แยกจากกันอีกต่อไป เท่ากับว่าด้ายพวกนี้ก็ไม่จำเป็นอีกแล้ว” ว่าดังนั้นเขาก็กรีดเส้นด้ายแล้วดึงมันออกตั้งแต่กลางศีรษะไปจนตลอดกลางตัวด้านหน้าโดยที่เพอร์ซิวัลก็ยังร้องห้ามไม่ทันเสียด้วยซ้ำ

“ดูสิ เป็นไง เยี่ยมไปเลยใช่มั้ยล่ะ” ลานสล็อตกดเลื่อนใบมีดเก็บไว้ตามเดิมแล้วโยนคัตเตอร์ลงบนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ

เพอร์ซิวัลเดินเข้าไปพิจารณาใกล้ๆพลางเอามือเท้าคางไล่มองไปตามรอยเส้นตรงกลางลำตัว จากนั้นก็ลองใช้นิ้วกดแรงๆตั้งแต่หน้าผาก สันจมูก ปลายคาง ลำคอ จนถึงขนาดแหวกเสื้อเชิ้ตลายตารางเพื่อดูผิวหนังที่อยู่ข้างใต้ และพบว่าเส้นแบ่งนั้นประกบติดแนบสนิทดีราวกับว่าแผลสมานตัวจนไม่น่าขาดออกจากกันอีก เห็นทีคราวนี้เขาคงต้องยอมรับว่าสิ่งที่ลานสล็อตพูดคงจะเป็นอย่างที่เจ้าตัวยืนยันได้จริงๆเสียที

“ไม่แยกจริงๆด้วย ไม่น่าเชื่อเลย” น้ำเสียงแฝงความทึ่งทำให้ลานสล็อตหัวเราะเสียงดังจนเพอร์ซิวัลเผลอผงะถอยด้วยความตกใจและจ้องมองในระหว่างเสียงหัวเราะร่วนว่าร่างจะแตกเหมือนเคยหรือไม่ แต่ครั้งนี้เพอร์ซิวัลเริ่มคิดว่าตนคาดการณ์เกินกว่าเหตุเพราะว่ามันไม่ได้เป็นไปตามนั้น ลานสล็อตซึ่งมองปฏิกิริยาของเขาอยู่ตลอดกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างรู้ทัน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มอ่อนโยนแล้วอ้าแขนออกทั้งสองข้าง เชิญชวนให้อีกฝ่ายเดินเข้าหาอ้อมแขนของตนเอง

มาสิเพอร์ซิวัล เข้ามาสู่อ้อมอกที่เป็นหนึ่งเดียวกันแล้วของผม…

แคว่ก………

อ้าว…ขาด

เพอร์ซิวัลคิดว่าคืนนี้เขาอาจจะไม่ต้องดูหนังหรือซีรี่ย์สยองขวัญที่มักฉายเป็นประจำตามเทศกาลแล้วก็ได้ เพราะเพียงแค่ภาพสยดสยองที่เห็นอยู่นี้ก็ให้ความรู้สึกของคืนวันปล่อยผีได้ดีพอๆกัน เขายืนกอดอกมองร่างซึ่งแยกขาดแค่ครึ่งหน้า เนื่องจากลานสล็อตไม่ได้ดึงด้ายด้านหลังออกด้วย ด้านหน้าแต่ละซีกจึงขยับไปมาเหมือนบานประตูที่ถูกยึดไว้ด้วยบานพับไม่มีผิดเพี้ยน

ใบหน้าแยกเป็นสองส่วนของลานสล็อตซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่กล้ามองแววตาเชือดเฉือนเสียยิ่งกว่าใบมีดคัตเตอร์ของฝ่ายตรงข้ามเพราะรู้ว่าถ้าพูดอะไรออกไปแม้คำเดียวคงจะต้องโดนต่อว่าอย่างแน่นอน

“ข..ขอโทษ”

สุดท้ายเขาก็พูดได้เท่านี้ เพราะคิดว่าคงเป็นคำเดียวที่พูดไปแล้วอีกฝ่ายจะไม่โกรธที่ตัดด้ายทิ้งอย่างไร้ประโยชน์เช่นนั้น และผิดคาดที่คนฝั่งตรงข้ามไม่ได้มีทีท่าว่าโมโหหรือโกรธเคืองอะไรเลย แต่ขยับตัวหันไปอีกทาง ทำท่าเหมือนจะเดินออกจากห้องนั่งเล่นด้วยสายตาเรียบเฉยเป็นที่สุด

“เดี๋ยวสิ จะไปไหนล่ะ” ลานสล็อตร้องถาม มือข้างหนึ่งดึงเสื้อเชิ้ตตรงอกทั้งสองฝั่งเข้ามาจนชิดแล้วจับค้างไว้เพื่อให้ร่างทั้งสองประกบกันชั่วคราว

“ช่วย…เย็บให้หน่อยได้มั้ย”

“วันนี้มีพลังมากที่สุดไม่ใช่เหรอ อย่าเพิ่งยอมแพ้สิ” มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยพร้อมน้ำเสียงราบเรียบ

“พยายามหลายๆครั้งเข้าเดี๋ยวมันต้องติดกันซักครั้งแหละ”

แล้วคนพูดก็เดินขึ้นชั้นบนไปหาหนังสืออ่านแก้เบื่อโดยไม่สนใจเสียงร้องตัดพ้อดังขึ้นแว่วๆจากชั้นล่างเลยแม้แต่นิดเดียว…

 

– + – + – + – + – + – + –

 

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s