[Fantastic Beasts FanFic] Tremble [Graves x Credence]

Title : Tremble

Pairing :  Graves/Credence


 

*มีการสปอยเนื้อเรื่องค่ะ* ตอนแรก → Again

 

screenshot_2016-11-28-21-05-59-1

 

เกลียด

ทรงผมอันน่ารังเกียจ

ทุกครั้งเมื่อเสียงของกรรไกรเบียดผ่านโสตประสาท ขอบคมของโลหะก็เฉือนเส้นผมให้ขาดออกจากกัน มือหยาบกร้านของแม่หยิบจับเส้นผมสีดำแล้วตัดออกปอยแล้วปอยเล่า สีหน้าของเธอที่ครีเดนซ์แอบลอบมองนั้นนิ่งเรียบ เฉยเมย เขาหันกลับมามองกลุ่มเส้นผมของตนเองค่อยๆร่วงหล่น และสัมผัสได้ถึงความชิงชังในผมทุกเส้นที่กระจัดจายอยู่บนพื้น ทรงผมที่แม่ตัดให้ เขาไม่เคยปริปากบอกว่าเกลียดมันมากยิ่งกว่าสิ่งไหน เพราะมีบางอย่างลึกลงไปในจิตใจบอกว่าสารพัดสิ่งซึ่งแม่แสดงออกถึงความเกลียดชังที่มีต่อเขา แม่ยังรัก ถึงจะน้อยนิด แต่ก็ยังรัก

ครีเดนซ์ปรารถนาจะเชื่อเช่นนั้น แม้ว่าความเป็นจริงจะทรยศหักหลังให้เจ็บปวดแสนสาหัสแค่ไหนก็ตามที

ผมสีดำปล่อยยาวไปตามกาลเวลาเพราะหวังว่าเมื่อมองเห็นตัวเองในกระจกจะไม่ต้องรำลึกถึงความเจ็บปวด ความเกลียดชังในอดีตขึ้นมาอีก เส้นผมสั้นและบางช่วงเว้าแหว่งเริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ บิดม้วนเป็นลอนหลวมๆตรงปลายกลายเป็นผมหยักศกเมื่อเริ่มยาวจนระบ่า สมัยยังพักรักษาและเก็บตัวอยู่ในกระเป๋าของนิวท์ ครีเดนซ์มีเพื่อนช่วยมัดผมให้ทุกเช้า ภาพสะท้อนจากกระจกเคยสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เขา แต่ ณ เวลานั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นภาพบรรดาสัตว์หน้าตาแปลกประหลาดพยายามช่วยกันรวบผมจนเกิดเป็นความวุ่นวายเล็กๆโดยมีศีรษะของเขาเป็นศูนย์กลาง ก่อนจะจบลงด้วยดูกัล เดมิไกส์ที่มีอุปนิสัยชอบทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยจัดการไล่ตัวก่อกวน และทำให้เขาสามารถผูกผมได้สำเร็จในท้ายสุด

มีความสุขเกิดขึ้นมากมายในสถานที่มห้ศจรรย์แห่งนั้น ถึงจะไม่สามารถลบความดำมืดที่หยั่งรากฝังลึกลงในจิตใจออกไปได้ แต่ก็สร้างจุดสว่างเล็กๆซึ่งขยายใหญ่จนกลายเป็นความทรงจำอันแสนมีค่าและเปี่ยมสุขเมื่อยามได้หวนระลึกถึงในทุกๆครั้ง

แต่กับตอนนี้ ครีเดนซ์ลืมเรื่องเหล่านั้นไปชั่วขณะ มือที่กำลังลูบผมยุ่งเหยิงและเก็บเส้นผมหลุดลุ่ยจากการมัดช่างอ่อนโยน เขาก้มหน้า ช้อนตามองเจ้าของมือซึ่งก้มลงเก็บของๆเขาขึ้นจากพื้น ของที่หยิบขึ้นมาเป็นถุงกระดาษ ภายในนั้นมีแก้วสองใบแตกเป็นเศษใหญ่เพราะถูกปัดออกจากมือจนหล่นกระแทกกับพื้นหิน ครีเดนซ์รับถุงใส่เศษแก้วมาถือไว้ หน้าสลดลงจนอีกฝ่ายสังเกตได้

“ไม่เป็นไรใช่ไหม ครีเดนซ์”

เขาส่ายหน้า สายตายังมองแก้วในมือด้วยความอาวรณ์ “ไม่เป็นไรครับ คุณเกรฟส์”

“ไม่เป็นไรที่ไหนกัน เงยหน้าขึ้นซิ”

เกรฟส์จับคางของเด็กหนุ่มแล้วดันเฉียงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นร่องรอยการถูกทำร้ายบนใบหน้า มีรอยช้ำสีแดงคล้ำตรงโหนกแก้มแต่ไม่ถึงกับมีเลือดซึมเป็นรอยแตก เขากำลังชั่งใจว่าจะใช้เวทมนตร์รักษาให้ดีหรือไม่เพราะนี่ไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องอาศัยการจัดการด้วยเวทมนตร์แบบปัจจุบันทันด่วน แต่เหตุผลสำคัญก็คือ เกรฟส์แค่ยังไม่อยากเปิดเผยตนกับครีเดนซ์ว่าเป็นผู้วิเศษในเวลานี้ก็เท่านั้นเอง

……

ก่อนหน้านี้เขาแอบตามครีเดนซ์ เพราะแค่นึกสงสัยว่านอกจากเจอกันตอนค่ำหลังเลิกงาน ในระหว่างนั้นครีเดนซ์ใช้ชีวิตและมีความเป็นอยู่อย่างไร วันนี้เขาจึงหาข้ออ้างกับมาคูซาว่าจะออกตรวจตราความเรียบร้อยนอกสถานที่ และหลบอยู่ด้านข้างของตึกฝั่งตรงข้ามจนกระทั่งเห็นครีเดนซ์เดินออกจากอาคารที่พัก มุ่งหน้าสู่ถนนออร์ชาร์ดโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ร้านขนมปังของโควัลสกี้แล้วไม่กลับออกมาด้านนอกอีก เขาจึงเดาว่าครีเดนซ์น่าจะทำงานอยู่ที่นั่นและคงวุ่นอยู่กับงานหลังร้านเพราะไม่เห็นเด็กหนุ่มออกมาหน้าร้านอีกเลยตลอดทั้งวัน

ช่วงเลิกงานตอนเย็น ครีเดนซ์ใช้ประตูหลังร้านเป็นทางออกเพื่อกลับบ้าน ระหว่างทางเขาแวะร้านขายของเก่าๆร้านหนึ่งในมุมมืด และออกมาพร้อมกับอุ้มถุงกระดาษใบใหญ่ไว้ในแขน เกรฟส์เดินตามมาเรื่อยๆจนเห็นว่ามีชายสองคนเข้ามาหาเรื่องเด็กหนุ่มและดึงตัวเขาเข้าไปในซอกตึก จากที่เดินตามอยู่ห่างๆ เกรฟส์สาวเท้าออกวิ่งตามเข้าไปจนพบกับคนทั้งสาม ของข้างในถุงกระดาษแตกหักและกองอยู่กับพื้น ครีเดนซ์อยู่ในสภาพเหมือนถูกผลักจนติดกับกำแพง ใบหน้ามีรอยแดง ผมเผ้าหลุดลุ่ย และมีหนึ่งในผู้ชายคนที่ลากเขาเข้ามาใช้มือข้างหนึ่งดึงคอเสื้อของเขาไว้ ส่วนอีกข้างกำหมัดจ่อใกล้กับใบหน้าพร้อมพูดจาโวยวายเสียงดังจนน่ากลัว

“ปล่อยมือจากเด็กคนนั้นเดี๋ยวนี้”

เกรฟส์ร้องตะโกน มือล้วงเข้าไปใต้เสื้อโค้ตและแตะไม้กายสิทธิ์เอาไว้เผื่อมีเหตุสุดวิสัยให้ต้องใช้มัน แต่ชายทั้งสองคนตกใจเสียงของเขาและผละมือจากครีเดนซ์เพราะคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บังเอิญผ่านมาแถวนั้น ทั้งคู่วิ่งหนีไปทางฝั่งตรงข้าม ทิ้งให้เกรฟส์และครีเดนซ์ยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

เกือบไปแล้ว

ครีเดนซ์คิดในใจ และนึกขอบคุณเกรฟส์ที่เข้ามาขัดได้ถูกจังหวะก่อนพลังด้านลบจะเผลอหลุดออกมาทำร้ายชายสองคนนั้นโดยไร้ความคิดอยากจะควบคุม ออบสคูรัสยังไหลเวียนอยู่ในตัวเขา พลังของมันติดแน่นและผสานกับร่างกายจนนิวท์ไม่สามารถแยกออกจากเขาได้ แต่เนื่องจากหลังเหตุการณ์ในนิวยอร์ก ออบสคูรัสเริ่มอ่อนกำลังลงจนครีเดนซ์เริ่มควบคุมมันได้บ้าง อาจยกเว้นแค่บางเวลาเมื่อถูกกระตุ้นให้โกรธจนความต้องการควบคุมกลายเป็นเรื่องยากเกินกำลัง

นี่คงเป็นเรื่องเดียวและเรื่องสุดท้ายที่เขาจะปิดบังเกรฟส์ จะยอมให้อีกฝ่ายรู้เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอันขาด

……

นิ้วโป้งลูบไล่ไปตามรอยสีแดงเข้มจนออกน้ำตาลบนใบหน้าซีดอย่างเบามือ สีของผิวช้ำเริ่มจางลง รอยแดงค่อยๆเลือนหายจนไม่เหลืออะไรทิ้งไว้บนผิวขาวใต้ดวงตาปิดสนิท เปลือกตายังคงขยับกะพริบถี่เหมือนขัดเขินกับสัมผัสอ่อนโยนที่อีกฝ่ายมีให้ เกรฟส์ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าการเลือกใช้เวทมนตร์รักษาครีเดนซ์ในเวลาเช่นนี้เป็นเรื่องถูกต้อง เขาเห็นเด็กหนุ่มลืมตาและทำสีหน้าประหลาดใจเมื่อรู้สึกว่าความปวดแปลบบนใบหน้าหายไป ขณะที่เกรฟส์รู้สึกไม่ต่างกันเมื่อเวทมนตร์ถูกใช้ก่อนตัดสินใจได้ว่าควรหรือไม่เสียอีก แต่เขาก็ตัดปัญหาด้วยการคิดว่าคงไม่เป็นไรถ้าจะลบความทรงจำของอีกฝ่ายทันทีเพื่อไม่ให้จดจำการใช้เวทมนตร์กับโนแมจในสถานการณ์ที่ไม่อันควร เพียงแต่ว่าคำพูดของครีเดนซ์หลังจากนิ่งเงียบอยู่พักหนึ่งได้เปลี่ยนความคิดของเขาไปโดยสิ้นเชิง

“คุณต้องลบความจำของผมด้วยใช่มั้ยครับคุณเกรฟส์”

“เธอว่าไงนะ” เกรฟส์พูดเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง เขาค่อยๆดึงมือออกจากแก้มของครีเดนซ์ สีเข้มในดวงตาทั้งสองคู่มองโต้ตอบกันและกัน

ครีเดนซ์หลุบตาหนีเหมือนที่เกรฟส์มักเห็นเป็นประจำ เด็กหนุ่มถอยหลังพิงกำแพง ก้มหน้าลงจนปอยผมหลุดลงมาปรกหน้าปิดตาอีกครั้ง

การใช้เวทมนตร์ของเกรฟส์ทำให้เขาตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่าง หากเขาไม่สามารถบอกคนตรงหน้าได้ว่าตนเป็นออบสคูเรียล อย่างน้อยการเผยตัวว่าเป็นสควิบก็คงไม่เสียหายและอาจทำให้เข้าใกล้อีกฝ่ายได้มากขึ้น แค่อีกนิดก็ยังดี

“ผม…เป็นสควิบ” ครีเดนซ์พูดเหมือนไม่อยากให้เสียงเล็ดรอดออกมา แต่คำพูดสั้นๆแค่นั้นกลับให้ความรู้สึกว่าเป็นการเดิมพันที่สูงยิ่ง “แต่คงไม่สำคัญเท่าไหร่ ทำอย่างที่คุณต้องทำเถอะครับ”

เกรฟส์นิ่งอึ้ง ไม่รู้และไม่สนใจแล้วว่าขณะนี้ตนเองมีสีหน้าอย่างไรเพราะความคิดจดจ่ออยู่กับคำพูดเมื่อครู่ ถ้าฟังไม่ผิดเขาได้ยินคำนั้นจากปากของครีเดนซ์จริงๆ นั่นหมายความว่าเด็กหนุ่มคนนี้สืบเชื้อสายจากผู้ใช้เวทมนตร์แต่ไม่มีพลังเหมือนอย่างพ่อแม่ของตนเอง ซึ่งแปลว่า ครีเดนซ์ไม่ใช่โนแมจ

“ทำไมเธอ…” เขาพูดแล้วหยุดอยู่แค่นั้น มีคำถามผุดขึ้นมามากมายอย่างเช่น ทำไมครีเดนซ์ไม่เคยบอกเขา ทำไมไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย รวมถึงเรื่องที่ว่าเด็กหนุ่มรู้ว่าเขาเป็นพ่อมดอยู่ก่อนแล้วหรือไม่

คำถามเหล่านั้นถูกเก็บกลับเข้าที่เดิมเพราะมันฟังดูไม่เข้าท่าเอาเสียเลยหากจะถามออกไป อย่างแรก ในเมื่อเขาไม่เคยแสดงตัวว่าเป็นพ่อมด ครีเดนซ์เองก็คงไม่ทำอย่างนั้นด้วยเหตุผลเดียวกันถึงแม้ว่าตัวเองจะเป็นสควิบก็ตาม แล้วถ้าต่างคนต่างพยายามเก็บความลับเอาไว้และใช้ชีวิตเหมือนโนแมจทั่วๆไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกรฟส์ไม่สามารถสัมผัสถึงพลังเวทมนตร์ในตัวครีเดนซ์ด้วยแล้ว ก็เป็นเรื่องถูกต้องถ้าทั้งสองจะไม่มีทางล่วงรู้ความลับที่ถูกปิดซ่อนของกันและกันได้

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน ครีเดนซ์” เกรฟส์ถอนหายใจหลังจากหาคำพูดได้ในที่สุด

“มากับฉัน”

……

โต๊ะอาหารว่างเปล่าเพราะจานชามและเครื่องครัวอื่นๆถูกเก็บล้างหมดแล้ว

ช่วงเวลาระหว่างมื้อค่ำที่บ้านของเกรฟส์ เขารู้สึกสะดวกใจกับการใช้เวทมนตร์ต่อหน้าเด็กหนุ่มมากขึ้น ส่วนครีเดนซ์ แม้เขาจะเคยเห็นการใช้เวทมนตร์หลากหลายรูปแบบมาแล้วเมื่อครั้งอาศัยอยู่กับนิวท์ แต่ก็ยังอดทึ่งไม่ได้กับท่วงท่าการวาดไม้กายสิทธิ์ไปมาในอากาศของฝ่ายเจ้าบ้าน ช้อนส้อม แก้วน้ำ จานชาม แม้กระทั่งเชิงเทียนต่างล่องลอยอย่างนุ่มนวลผ่านหน้าของเขาไป ยังไม่นับเครื่องปรุงและส่วนประกอบของอาหารต่างๆที่ผสมผสานปรุงแต่งกลางอากาศราวกับมีงานเลี้ยงเต้นรำอยู่เหนือศีรษะของเขาก็ไม่ปาน

เมื่อปลายไม้วาดผ่านอากาศเป็นครั้งสุดท้าย ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับคืนสู่ที่ทางของพวกมัน พวกเขาย้ายจากโต๊ะอาหารมาอยู่ในห้องนั่งเล่นหลังจบมื้อค่ำ เกรฟส์เลือกนั่งตรงโซฟาเดี่ยวและทำมือบอกให้ครีเดนซ์นั่งโซฟาตัวยาวที่อยู่ด้านข้าง เขาเห็นเด็กหนุ่มโค้งตัวลงนั่งช้าๆ ทำสีหน้าท่าทางเหมือนกำลังจะถูกสอบสวนเพราะกระทำความผิดร้ายแรงบางอย่าง

เกรฟส์เลือกคำถามอย่างใจเย็น และไม่บีบคั้นให้อีกฝ่ายต้องตอบโดยไม่เต็มใจอย่างเรื่องของพ่อแม่ที่ครีเดนซ์เคยบอกไว้ว่าเสียไปหมดแล้วเป็นต้น เขาแค่อยากรู้ว่าเด็กที่เป็นสควิบ ไม่มีพ่อแม่คอยดูแลเอาตัวรอดในชุมชนผู้วิเศษของอเมริกาซึ่งมีกฏเกณฑ์เข้มงวดเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับโนแมจได้อย่างไร ซึ่งคำถามประเภทนั้นครีเดนซ์ก็ตอบอย่างระมัดระวังตามที่นิวท์และทีน่าได้กำชับไว้เป็นพิเศษ พวกเขารู้ว่าวันหนึ่งครีเดนซ์จะต้องถูกถามด้วยคำถามเหล่านี้จึงได้ช่วยกันเตรียมคำตอบให้เหมาะสม และเพื่อให้แน่ใจว่าความลับที่สำคัญที่สุดอย่างเรื่องของออบสคูรัสจะไม่หลุดรอดออกมาได้

จากการเป็นลูกเลี้ยงของแมรี่ ลู แบร์โบน ผู้นำแห่งเซเล็มรุ่นที่สอง เรื่องราวของครีเดนซ์จึงเหลือแค่เขาถูกส่งตัวไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของโนแมจหลังพ่อแม่เสียชีวิต แต่ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควรจนกระทั่งมีพ่อมดคนหนึ่งซึ่งเป็นคนรู้จักของพ่อกับแม่ได้ช่วยเหลือไว้และบอกความจริงเกี่ยวกับตัวเขา โดยเฉพาะเรื่องที่เด็กหนุ่มไม่มีพลังพิเศษเหมือนที่พ่อแม่ของเขามี

“ถ้าเธอบอกฉันแต่แรกว่าทำงานที่ร้านขนมปังของโควัลสกี้ เราอาจได้คุยเรื่องพวกนี้กันเร็วกว่านี้นะ” เกรฟส์วางข้อศอกไว้บนที่เท้าแขนของโซฟา นิ้วชี้และนิ้วกลางนวดขมับวนไปมาเบาๆ “เพราะเจ้าของร้านเป็นญาติกับลูกน้องของฉันที่ชื่อทีน่า โกลด์สตีน ควีนนี่น้องสาวของเธอแต่งงานกับเจคอบ โควัลสกี้เจ้าของร้าน”

เกรฟส์เว้นจังหวะแล้วทิ้งน้ำเสียงอย่างมีนัยยะแอบแฝงก่อนจะเอ่ยประโยคท้ายสุด

“คงรู้ว่าพวกเธอเป็นอะไรใช่ไหม”

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเพ่งพินิจไปที่คู่สนทนา ปล่อยความเงียบให้เวลาในการตอบคำถามกับอีกฝ่าย

……

เธอรู้ว่าพวกเขาเป็นแม่มดใช่ไหม?

แล้วรู้จักฉันซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกับพวกเธอไหม?

รู้ว่าฉันเป็นพ่อมดอยู่แล้วใช่ไหม?

……

ผู้ฟังพยักหน้าตอบรับเบาๆแต่ในใจกำลังหวั่นวิตกกับคำถามที่อาจมีขึ้นหลังจากนี้ซึ่งจะทำให้การกลับไปเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้งของเขาพังทลายในพริบตา เขาไม่อยากพูดว่ารู้จักเกรฟส์รวมถึงรู้ว่าเกรฟส์คือใครพอๆกับการโกหกว่าไม่รู้จัก และไม่ว่าจะเป็นคำถามที่บีบบังคับให้ตอบแบบไหน เขาก็ไม่อยากพูดทั้งนั้น

ไหล่ของครีเดนซ์ห่อลู่ลงอีกหลายเท่าจนร่างกายแทบจมดิ่งลงกับโซฟา ท่าทางแบบนั้นทำให้เกรฟส์รู้สึกว่าเผลอตัวต้อนให้จนมุมแบบที่มักใช้ในการสอบสวนผู้กระทำความผิด เขาจึงคิดจะหยุดคำถามแต่เพียงเท่านี้ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าเด็กหนุ่มอาจฝังตัวเองจมหายลงไปทั้งตัวแล้วไม่กลับขึ้นมาอีกเลยก็เป็นได้

“ช่างมันเถอะ ครีเดนซ์”

แววตาของเกรฟส์อ่อนลง เอนหลังทิ้งน้ำหนักพิงกับพนักโซฟาพร้อมกับแหงนเงยศีรษะวางลงบนนั้น เขาหลับตา หยุดทุกความคิดและปล่อยสมองให้โล่งโดยไม่เห็นว่าเด็กหนุ่มยันตัวขึ้นนั่งตัวตรง ทำท่าลังเลก่อนจะเริ่มต้นพูดอะไรบางอย่างออกมา

“ผ…ผมรู้” มือประสานกันตรงหน้าตักบิดม้วนด้วยความกังวล “แต่กับคุณ…ถ้าบอก แล้วคุณรู้ว่าผมเป็นอะไร ผมกลัว…”

“เธอกลัวอะไร”

อุณหภูมิในดวงตาสูงขึ้นจนครีเดนซ์คิดว่าอาจห้ามความอัดอั้นและน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ เขาเคยร้องไห้ต่อหน้าเกรฟส์มาแล้วครั้งหนึ่ง ร่ำไห้ อ้อนวอนหวังให้อีกฝ่ายช่วยแต่กลับกลายเป็นว่าเด็กหนุ่มได้เห็นพ่อมดอีกคนซึ่งสวมรอยด้วยหน้ากากอ่อนโยน เอาใจใส่ และมองเห็นความพิเศษในตัวของเขา พ่อมดผู้หมดความอดทนกับคนไร้ประโยชน์ สลัดทิ้งอย่างไม่ใยดี และพลิกลิ้นปลิ้นปล้อนเมื่อพบว่าพลังของเขาคือสิ่งที่ตนเองตามหา

เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ชื่อของคนที่เขาทั้งรักทั้งเกลียด เขารักเพอร์ซิวัล เกรฟส์ ของกรินเดลวัลด์ แต่แสนเกลียดชังกรินเดลวัลด์ในคราบของเกรฟส์

คำพูดของกรินเดลวัลด์ยังคงฝังใจจนทุกวันนี้ เขาเป็นสควิบ และคำนั้นก็ทำลายความหวังจะมีอิสระ ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าไม่นับออบสคูรัสในร่างกาย ครีเดนซ์ก็เป็นแค่คนธรรมดาและไม่มีค่าอะไรกับใครทั้งสิ้น ดังนั้นหากถามว่าเขากลัวอะไรมากที่สุด สิ่งนั้นก็คงจะเป็นความผิดหวังจากการคาดหวัง เขาหวังว่าเกรฟส์ตัวจริงจะไม่คิดเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไม่มีพลังเวทมนตร์หรือเรื่องที่เขาทำก่อนหน้านั้นก็ตาม

เด็กหนุ่มเหลือบมองคนด้านข้างด้วยดวงตาแดงช้ำ หยาดน้ำเอ่อคลอเบ้าอย่างห้ามไม่ได้ เขาก้มหน้าลง ตัวสั่นราวกับความหวาดกลัวกำลังกัดกินไปทั่งทั้งร่างให้แหลกสลาย

“กลัวว่าคุณจะไม่อยากยุ่งกับผมอีก เพราะถึงจะสืบเชื้อสายจากผู้มีเวทมนตร์แต่ก็ไม่มีพลัง” เขาตอกย้ำคำพูดของกรินเดลวัลด์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ปล่อยน้ำตาหยดทิ้งโดยไม่สนใจอีกต่อไป “เพราะผมมันไร้ประโยชน์ เป็นพวกเพี้ยน เป็นตัวประหลาด เป็นแค่คนไร้ค่า…”

เสียงของครีเดนซ์จบลงแค่นั้นเพราะสัมผัสร้อนจัดแนบประคองใบหน้าทั้งสองข้างช่วยให้เขาหันเหจากน้ำตาและความเศร้าชั่วขณะ เกรฟส์ลุกขึ้นย้ายมานั่งข้างๆ ค่อยๆดึงให้หันหน้ามาหาแล้วใช้นิ้วโป้งเช็ดหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสอง

“ชู่ว…เงียบเถอะ อย่าร้องไห้” เสียงทุ้มแผ่วของเกรฟส์ช่วยทำให้ครีเดนซ์สงบลงได้ทันที “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เธอเห็นฉันเป็นคนแบบนั้นหรือ”

ครีเดนซ์กะพริบตาถี่เพื่อไล่น้ำค้างตามขอบและขนตายาวออกไป เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ กำลังจะก้มลงเพราะติดเป็นนิสัยแต่มือของเกรฟส์ยังรั้งใบหน้าของเขาไว้ทำให้ต้องเงยขึ้นสบกับดวงตาคู่ตรงข้ามโดยไม่มีทางเลี่ยง ก่อนจะถูกแรงดึงให้โน้มตัวลง และดันศีรษะจนซบกับบ่ากว้าง

“ฉันจะไม่ถามอีก เธอไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว” มือของเกรฟส์ลูบหลังศีรษะอย่างอ่อนโยน ส่วนอีกข้างกำลังตบหลังของเด็กหนุ่มเบาๆเหมือนปลอบประโลม

เกรฟส์ตั้งใจเอาไว้อย่างนั้น เขาคิดว่าครีเดนซ์ผ่านเรื่องเศร้ามามากและสมควรใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามประสาเด็กหนุ่มในวัยเดียวกันได้เสียที แต่ถ้าหากสิ่งที่ครีเดนซ์ขาดคือคนคอยปกป้องดูแลทั้งในฐานะคนธรรมดาและในฐานะของคนในชุมชนผู้วิเศษไม่ว่าจะมีพลังหรือไม่ก็ตาม ถ้าครีเดนซ์ต้องการ เขาก็พร้อมจะเป็นคนๆนั้นให้ด้วยความยินดี

……

สัมผัสจากมือของเกรฟส์ทำให้ครีเดนซ์อดคิดถึงเรื่องในอดีตไม่ได้ มันไม่ยุติธรรมหากจะบอกว่าความอ่อนโยนของเกรฟส์และกรินเดลวัลด์แทบไม่แตกต่างกัน เพราะยังมีบางสิ่งต่างกันโดยสิ้นเชิง สิ่งที่กรินเดลวัลด์ไม่มีทางมีเหมือนเกรฟส์คือความจริงใจ เขารับรู้ได้ เขารู้ว่ากรินเดลวัลด์เข้าหาและหลอกใช้เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการแต่เกรฟส์จะไม่ทำเช่นนั้น เขาไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับเกรฟส์ ไม่มีพลังและเป็นเหมือนโนแมจธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเกรฟส์ก็เต็มใจรับฟัง ยอมให้เข้าใกล้ และยอมเข้ามาในอาณาเขตของเขาโดยไม่หวังผลเหมือนเช่นที่กรินเดลวัลด์เคยทำเมื่อครั้งก่อน

ครีเดนซ์ยังคงโหยหาสัมผัสที่เคยได้ และยอมรับว่าตนเองไม่สัตย์ซื่อที่คิดใช้ความเห็นใจของเกรฟส์เพื่อสิ่งเหล่านั้น เด็กหนุ่มค่อยๆขยับตัวเข้าหาแล้วสอดแขนโอบคนที่มอบความอบอุ่นให้พร้อมกับหวังว่าเขาจะลืมสัมผัสจากเกรฟส์คนเก่า และเริ่มต้นเก็บบันทึกความทรงจำกับเกรฟส์คนใหม่นับต่อจากนี้เป็นต้นไป

น้ำตาที่กรินเดลวัลด์ไม่เคยเช็ด คำพูดเสียดแทงและอ้อมกอดจอมปลอมที่หลงละเมอเพ้อพกไปกับมันเหมือนคนดวงตามืดบอด ต่อไปนี้จะไม่มีอีกแล้ว

 


 

เรามาถึงจุดนี้เสียแล้ว…

จุดที่เรานั่งขุดคุ้ยรูป จิ๊บ คลิป บลาบลาบลา ของเอซร่าและคอลินแล้วเราก็หยุดมันไม่ได้ ตอนนี้สถาปนาเอซเป็นลูกไปแล้ว โอ่ย เด็กอะไร รั่ว ร่าเริง พูดเป็นต่อยหอย แถมซนเป็นลิง อยากได้ลูกชายอย่างงี้ยยย

กลับมาฝ่าฟันความลวกและความเพ้อเจ้ออีกรอบ รอบนี้ก็ยังใสๆเหมือนเดิมค่ะ และขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านตอนแรกด้วยนะคะ ไม่คิดว่าจะมีคนอ่านเยอะขนาดนี้เลย ดีใจ T T

 

 

 

Advertisements

13 thoughts on “[Fantastic Beasts FanFic] Tremble [Graves x Credence]

  1. ชอบจังเลยค่าา ชอบที่แยกเกรฟส์ออกเป็นกรินเดลวัลด์ และเกรฟส์ที่เป็นเกรฟส์จริงๆ เราอยากให้ครีเดนซ์มีคนดูแลและเป็นห่่วงเขาจริงๆ คุณเกรฟส์ช่างดีเหลือเกินค่ะ
    เป็นกำลังใจให้แต่งต่อไปนะค้า สู้ๆ

    Like

    1. ขอบคุณมากๆเลยค่ะ><
      เรื่องคุณเกรฟส์นี่มโนหนักมากจริงๆ มีแอบคิดต่อจากหนังว่าถ้าเป็นคนที่ทีน่านับถือมากๆ ตัวจริงก็น่าจะเป็นพ่อมดที่ดีน่ะค่ะ อยากให้ครีเดนซ์เจอเกรฟส์คนนี้จะได้ลืมๆว่ากรินเดลวัลด์ทำอะไรไว้ ให้น้องมีความสุขเต็มที่บ้างค่ะ

      Liked by 1 person

  2. เราเคยคิดแบบนี้เหมือนกันว่าถ้าเครเดนซ์เจอกับคุณเกรฟส์ตัวจริงจะเป็นยังไง ฮรืออออออ ดีเหลือเกินค่ะ น้องควรจะได้รับการถนุถนอมแบบนี้บ้าง เราชอบที่แยกคุณเกรฟส์ของกรินเดลวัลออกมาด้วย เราเคยแอบสงสัยว่าถ้าน้องเจอคุณเกรฟส์ตัวจริงน้องจะยังมีความรู้สึกรักมั้ย หรือมองเป็นภาพทับซ้อนของเกรฟส์ที่ตัวเองเคยรัก พอมาได้อ่านฟิคเรื่องนี้แล้วมันเหมือนเติมเต็มจินตนาการเราได้ อยากให้แต่งต่อไปเรื่อยๆนะคะ เรายังอยากรู้ต่อไปเรื่อยๆว่าถ้าคุณเกรฟส์รู้ว่าจริงๆแล้วน้องมีออปสคูเรียสในตัวจะเป็นยังไง

    Like

    1. ขอบคุณนะคะ>< ดีใจที่มีคนคิดเหมือนกันเรื่องให้ครีเดนซ์ได้เจอเกรฟส์จริงๆ(ลุ้นภาคสองตัวโก่งเลยค่ะ) ซึ่งเราว่าความรู้สึกของทั้งสองคนโดยเฉพาะน้องคงจะสับสนทีเดียว แต่สุดท้ายก็ให้คุณเกรฟส์รับช่วงดูแลน้องต่อดีกว่า อยากให้ครีเดนซ์แฮปปี้ค่ะ^^

      จริงๆแล้วไม่ได้คิดว่าจะแต่งตอนสองเลยไม่ได้คิดพล็อตเผื่อไว้ว่าเรื่องจะไปยังไงต่อ แต่ถ้ามีเวลาแต่งอีกก็จะลองดูค่ะ

      Like

  3. ชอบจังเลยค่ะ ในที่สุดเครเดนซ์จได้เจอคุณเกรฟตัวจริงสักที หวังว่าจะเห็นน้องเห็ดมีความสุขมากขึ้น คุณเกรฟส์ตัวจริงดูอบอุ่นมากๆ แถมยังดูปกป้องน้องเห็ดได้อีก น่ารักจังเลยค่ะ😀😀

    Like

    1. ขอบคุณค่ะ^^ คุณเกรฟส์นี้เป็นแบบที่อยากเห็น+อยากให้เป็นคนดูแลน้องเลยค่ะ ดีใจที่ชอบนะคะ😊

      Liked by 1 person

  4. พล็อตแบบนี้ช่วยชีวิตและจิตใจของคนอ่านขึ้นมาได้เยอะเลยค่ะ ฮือ T v T อ่านน้องโดนทำร้ายก็ก๊าว แต่ก็แอบสงสารอยู่เหมือนกัน ให้น้องได้มาเจอคุณอาจริงๆสักที ถึงแม้จะต้องเก็บๆซ่อนๆบางอย่างเอาไว้ แต่ก็น่าจะมีความสุขมากกว่าโดนหลอกใช้ก็ดีแล้วค่ะ แงง บรรยายลื่นไหลดีมากๆเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ

    Like

    1. ขอบคุณค่ะ😊 คนเขียนก็เขียนเยียวยาตัวเองเหมือนกัน>< เห็นครีเดนซ์ในหนังแล้วสงสาร ปวดใจแทนเลยต้องระบายออกทางฟิคนี่ล่ะค่ะ55
      แงงเรื่องบรรยายนี่ก็กลัวๆอยู่เพราะปั่นลวกมากจริงๆค่ะ กลัวอ่านแล้วงงๆ ทำไมดูรีบๆ55 /แอบในเวลางานเลยรีบค่ะorz

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s