[Fantastic Beasts FanFic] Take me home : 2 [Graves x Credence]

Title : Take me home [Part 2]

Pairing :  Graves/Credence


 

ตอนแรก → Again

ตอนสอง → Tremble

ตอนสาม → Smile

ตอนสี่ → Take me home • 1

 

screenshot_2016-11-28-21-05-59-1

 

 

“เขาจะไม่ไปไหนกับใครทั้งนั้น!”

 

เสียงตะโกนดังสอดแทรกพ้นเสียงหวีดของสายลมจนเรียกความสนใจของทั้งสองได้ชะงัด ครีเดนซ์หันไปตามเสียง ขณะที่ทีน่ายังไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เธอทำแค่เหลือบตามอง มือข้างหนึ่งซุกข้างใต้เสื้อโค้ตเหมือนกำลังเตรียมรับมือกับอะไรบางอย่าง

“เอกซ์เปลลิอาร์มัส!”

เงาดำด้านหลังปล่อยดวงแสงสีแดงพุ่งเข้าใส่ทีน่า เป็นวินาทีเดียวกับที่เธอหันไปพร้อมไม้กายสิทธิ์ในมือ ตวัดไม้ปัดลำแสงจนเกิดเป็นประกายสีแดงกับเงินปะทะกันแล้วแตกกระจายไปคนละทิศละทาง เงาดำเดินออกมาจากความมืด เผยให้เห็นร่างเจ้าของไม้กายสิทธิ์ที่ร่ายคาถาปลดอาวุธเมื่อครู่อย่างชัดเจน

“เธอชอบโผล่มาในเวลาที่ไม่ต้องการเสมอเลยสินะ ทีน่า”

ทีน่าคนที่ยืนอยู่ต่อหน้าครีเดนซ์พูดขึ้น แต่คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้เขาประหลาดใจอีกแล้วเพราะการปรากฏตัวของทีน่าอีกคนหนึ่งรวมถึงเกรฟส์ซึ่งเดินตามมายืนประกบข้างเธอไม่นานหลังจากนั้น

“กรินเดลวัลด์ อย่าขัดขืนจะดีกว่า เราจับพรรคพวกของคุณไว้ได้หมดแล้ว”

เกรฟส์ชี้ปลายไม้กายสิทธิ์มาทางหญิงสาวผู้ซึ่งถูกเรียกด้วยชื่อที่นำความทรงจำอันแสนเจ็บปวดมาให้ ขาทั้งสองข้างของครีเดนซ์ก้าวถอยหลัง ในใจร่ำร้องอยากหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ข้อมือกลับถูกคนตรงหน้ายึดไว้ไม่ให้ไปไหน เธอคนนี้ยังมีรูปร่างหน้าตาเหมือนหญิงสาวที่เขารู้จัก แต่ใบหน้าของเธอนิ่งเรียบ เฉยเมย และเย็นชาไม่ต่างจากน้ำแข็งเกาะกัดให้บาดลึกไปถึงหัวใจ

“แล้วถ้านั่นไม่ใช่ทั้งหมดล่ะ คุณจะว่ายังไง”

ริมฝีปากที่เคยยิ้มอย่างอ่อนโยนอยู่เสมอของทีน่าค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นของชายวัยกลางคน ใบหน้าอันน่าหลงใหลมีร่องรอยของความทรุดโทรมเนื่องจากถูกคุมขังมายาวนานกำลังแสยะยิ้มเหมือนผู้เหนือกว่า และเย้ยหยันฝ่ายตรงข้ามที่ไม่อาจไล่ตามเกมของตนได้ทัน

กรินเดลวัลด์ยืนอยู่ต่อหน้าคนทั้งสามอย่างไม่เกรงกลัวว่าฝ่ายตนจะเสียเปรียบ เขาบีบข้อมือของครีเดนซ์ ดวงตาสองสีพิจารณาดูเด็กหนุ่มซึ่งมีรูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างจากเดิมไปมากจนเผลอทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวโดยไม่ตั้งใจ

“เธอเป็นของฉัน ไม่ว่าใครก็เอาเธอไปไม่ได้”

หลังจากนั้นครีเดนซ์ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อกรินเดลวัลด์ย้ายตัวเขาและตนเองจากดาดฟ้าตึกเดิม หนีการไล่ล่าของมือปราบมารแห่งมาคูซาที่ตามมาสมทบพร้อมกับร่ายเวทย์ปัดป้องการโจมตีจากตึกหนึ่งไปอีกตึกหนึ่ง ระหว่างการหลบหนีอันวุ่นวายก็มีกลุ่มคนแต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำไม่ทราบฝ่ายกลุ่มใหญ่ปรากฏตัวขึ้นเป็นระยะๆ ครีเดนซ์รู้ว่าพวกเขาเป็นคนของกรินเดลวัลด์เพราะเป้าหมายการโจมตีอยู่ที่กลุ่มมือปราบมารเป็นตัวบอกอย่างชัดเจน แสงวาบจากปลายไม้กายสิทธิ์ของทั้งสองฝ่ายปะทะกันสว่างจ้าจนเด็กหนุ่มไม่สามารถจ้องมองตรงๆได้ เขาเสียหลักล้มลงเมื่อเท้าสัมผัสพื้น สมองมึนงง ความคิดสับสน จนกระทั่งรู้สึกตัวว่าข้อมือของตนเป็นอิสระก็ตอนที่มองเห็นมือทั้งสองข้างกำลังวางอยู่บนพื้นปูนแข็งและเย็นเฉียบนั่นเอง

ครีเดนซ์พยายามทรงตัวลุกขึ้นยืนและเห็นว่ารอบด้านยังคงเป็นดาดฟ้าของตึกซักแห่งที่ไม่รู้จักเช่นเดิม ด้านหลังของเขามีโครงเหล็กสำหรับตั้งถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ นอกเหนือจากนี้ก็มีแต่ความมืดปกคลุมทุกสิ่งเสียจนมองไม่ออกว่าเป็นที่ใด เสียงเหมือนฟ้าคำรามจากการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ยังไล่หลังตามมาและค่อยๆเงียบสงบในที่สุด การต่อสู้คงใกล้จบลงแล้ว แต่ครีเดนซ์ไม่อาจเดาได้ว่าฝ่ายไหนเป็นผู้ชนะ สิ่งที่เขามองเห็นมีเพียงด้านหลังของกรินเดลวัลด์ในสภาพเสื้อผ้ามีรอยบาดขาดหลายแห่ง มือที่เคยฉวยจับมือของเขามีเลือดไหลและหยดลงพื้นเป็นทางยาว เบื้องหน้าของกรินเดลวัลด์คือเกรฟส์และทีน่าซึ่งมีอาการบาดเจ็บจากการต่อสู้อย่างชุลมุนเมื่อครู่จนมีสภาพไม่แตกต่างกันมากนัก

ไม้กายสิทธิ์จากคนทั้งสามยกขึ้นแล้วฟาดฟันใส่กันอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แสงที่ถูกปัดป้องจากการทำลายคำสาปและคาถาทำให้พื้นที่บริเวณนั้นสว่างขึ้นมาเหมือนไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาค่ำคืน ถึงแม้ว่าจะเป็นการต่อสู้ที่มีฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบเนื่องด้วยจำนวนคนน้อยกว่า แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งเกรฟส์และทีน่ากำลังถูกไล่ต้อนอย่างหนัก เพราะถึงกรินเดลวัลด์จะบาดเจ็บแต่ก็ยังมีพลังและความเก่งกาจเหนือกว่าทั้งสองคนอย่างเห็นได้ชัด

“หยุด! พอได้แล้ว พอเสียที”

ครีเดนซ์ตะโกนร้องห้ามแต่เสียงของเขาไม่ดังพอจะทำให้ใครได้ยินและหยุดทุกอย่างเพื่อหันมาสนใจได้ เวทย์คาถาที่ถูกทำลายก่อให้เกิดแรงสะบัดกระแทกทั่วบริเวณรวมถึงเสียงดังสนั่นจากด้านหลัง เด็กหนุ่มหันกลับไปเห็นถังเก็บน้ำเอนตัวลงมาช้าๆ ฐานตั้งบิดหักอย่างน่ากลัว ส่วนตัวถังเหล็กถูกเจาะด้วยเวทมนตร์จนเป็นรูเหมือนถูกฉีกกระชาก น้ำที่เก็บไว้ภายในค่อยๆไหลล้นจากทางออกเพียงทางเดียว และทั้งหมดกำลังมุ่งตรงมาหาเขา

“ครีเดนซ์!”

เจ้าของชื่อไม่มีเวลาสนใจเสียงร้องเรียก เขายกแขนทั้งสองขึ้นป้องโดยไม่ทันนึกว่าสิ่งที่ทำมันช่างไร้ประโยชน์ แต่ทุกสิ่งยังคงเหมือนเดิมและปกติดีจนเด็กหนุ่มแปลกใจ เขาค่อยๆลดแขนลง มองเห็นน้ำปริมาณมหาศาลเทลงมาเกือบถึงตัวพร้อมด้วยถังเหล็กหลุดออกจากฐานลอยค้างอยู่กลางอากาศ

แค่เสี้ยววินาทีที่สิ่งต่างๆเกิดขึ้น ทุกอย่างหยุดนิ่ง เสียงรอบด้านเงียบลงกะทันหัน ไม้กายสิทธิ์ของกรินเดลวัลด์และเกรฟส์ต่างก็ชี้ไปยังทิศทางของถังเก็บน้ำ พวกเขาใช้เวทมนตร์หยุดเอาไว้ พวกเขาปกป้องครีเดนซ์

กรินเดลวัลด์หันไปมองเกรฟส์พร้อมกับยิ้มหยัน เขายกมือข้างที่ยังว่างขึ้นแล้วใช้เวทมนตร์ดันร่างของฝ่ายหลังกระเด็นออกไปไกลจนกระแทกกับขอบตึกอีกฟาก จากนั้นก็ตวัดไม้ร่ายเวทย์ผลักน้ำและถังเก็บให้ลอยตกไปทางด้านข้างตึกอย่างรวดเร็ว ส่วนทีน่าซึ่งยังคงตกใจกับสิ่งที่เกือบจะเกิดขึ้นกับครีเดนซ์ถูกปลดอาวุธด้วยคาถาแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งไม้กายสิทธิ์ของเธอและเกรฟส์ถูกดึงออกจากมือ เปลี่ยนผู้ถือเป็นกรินเดลวัลด์โดยไม่มีใครต้านได้ทัน

“ดูสิ ครีเดนซ์”

กรินเดลวัลด์พูดพลางยกร่างเกรฟส์และทีน่าขึ้นด้วยพลังอันกล้าแข็ง มือของทั้งคู่เกาะกุมลำคอที่ถูกบีบกดจนเป็นรอยเหมือนพยายามจะคลายแรงรัดแต่ก็ไร้ผล

“เธอทำให้เขาเป็นแบบนี้ได้ยังไง เธอทำอะไรกับเพอร์ซิวัล”

เสียงหัวเราะเยือกเย็นทำให้ครีเดนซ์สมเพชตัวเองอย่างบอกไม่ถูก เด็กหนุ่มส่ายศีรษะ ความรู้สึกจุกตันในอกกลั่นหยดน้ำร่วงจากดวงตาสีน้ำตาลอย่างเงียบงัน ในขณะที่กรินเดลวัลด์ทั้งแปลกใจทั้งคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะต้องการเพอร์ซิวัล เกรฟส์มากถึงเพียงนี้ มากจนถึงกับเข้าใกล้ตัวจริงเพื่อใช้เป็นตัวแทนของเขาเชียวหรือ

แต่กรินเดลวัลด์กำลังเข้าใจผิด

“เขา…ไม่ได้…ทำอะไร” เกรฟส์กัดฟันเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “…ไม่…จำเป็น…”

ความเจ็บปวดใจพุ่งขึ้นเหนือความเจ็บทางกายเพราะภาพที่ไม่ต้องการเห็นปรากฏขึ้นมาตรงหน้า ทั้งๆที่เคยสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอีก

เขาไม่อยากเห็นครีเดนซ์ต้องร้องไห้อีกแล้ว

“อย่าโง่ไปหน่อยเลยเพอร์ซิวัล คุณมันก็แค่ตัวแทนของผมเท่านั้น” กรินเดลวัลด์ส่งเสียงหัวเราะเบาๆแล้วหันมาหาครีเดนซ์ “เพอร์ซิวัล เกรฟส์ที่เธอรักคือฉัน ไม่ใช่เขา ฉันรู้ว่าเธอไม่มีทางลืมฉันได้หรอก เด็กน้อยของฉัน”

กรินเดลวัลด์ค่อยๆเลื่อนมือที่ใช้เวทมนตร์พันธนาการเกรฟส์และทีน่า เคลื่อนร่างของทั้งสองคนให้ลอยอย่างหมิ่นเหม่เหนือขอบไร้รั้วของดาดฟ้า เขายิ้มพอใจกับปฏิกิริยาของครีเดนซ์ ความหวาดหวั่นท่วมท้นขณะจ้องมองไปยังร่างทั้งสอง ใบหน้าพร้อมรอยน้ำตาอ้อนวอนร้องขอต่อพ่อมดผู้กอบกำชีวิตของคนสำคัญไม่ต่างจากคนหมดสิ้นหนทาง เหลือเพียงแค่กรินเดลวัลด์ยังไม่คิดให้ตามคำขอนั้นเว้นแต่เขาจะได้ในสิ่งที่ต้องการ และความต้องการของเขาก็มีเพียงสิ่งเดียว

“ฉันจะปล่อยพวกเขาถ้าเธอมากับฉัน” น้ำเสียงขณะพูดราบเรียบ ไม่สะทกสะท้านต่อท่าทีแทบยอมสยบและพร้อมทำตามทุกอย่างของอีกฝ่าย กรินเดลวัลด์หมุนตัวกลับ เปลี่ยนร่างให้เป็นภาพของคนที่ครีเดนซ์รู้จัก รักและเทิดทูนยิ่งกว่าสิ่งไหน เพอร์ซิวัล เกรฟส์อีกคนกำลังยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่วงท่าสง่างามและน้ำเสียงอ่อนโยนดุจเดิมไม่เปลี่ยนแปลง “จำที่ฉันเคยบอกเธอได้หรือเปล่า พวกเราจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของผู้วิเศษ ด้วยพลังนั้นทุกคนจะยกย่องเชิดชูเธอ ครีเดนซ์ จะไม่มีความเจ็บปวด ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีกต่อไป”

“อย่า…ฟังเขา…” ทีน่าพูดพลางพยายามสูดลมเข้าเพราะแรงกดบีบบริเวณลำคอทำให้หายใจได้ยากยิ่ง เธอไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องชี้แจงสิ่งต่างๆให้กับสายตาขุ่นข้องใจของเกรฟส์ เพราะที่อันตรายและน่าหวั่นเกรงยิ่งกว่าการอธิบายเรื่องทั้งหมดในเวลานี้ก็คืออารมณ์ที่ถูกกระตุ้นอาจทำให้ออบสคูรัสภายในร่างของครีเดนซ์ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งต่างหาก

ร่างกายภายในปั่นป่วน ความรู้สึกหม่นมืดถาโถมเข้าใส่ไม่หยุดยั้งเหมือนถูกกดให้จมลึกลงไปในโคลนสีดำ ความคิดของครีเดนซ์สับสนยุ่งเหยิง เขาได้ยินแต่เสียงสะอื้นไห้ของตนเองและมองเห็นภาพสีหน้าเต็มไปด้วยคำถามมากมายของเกรฟส์สะท้อนเข้ามา แววตานั้นทำลายตัวตนของเขาทีละน้อย กล่องใส่ความลับสุดท้ายกำลังแตกออก และสิ่งที่อยู่ในนั้นก็จะถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี

“ครีเดนซ์…เด็กดี” กรินเดลวัลด์ยื่นมือข้างที่ยังถือไม้กายสิทธิ์มาทางครีเดนซ์ รอรับมือของอีกฝ่ายเพราะรู้ว่าไม่มีทางขัดขืนนอกจากยอมทำตามเงื่อนไขของเขาเท่านั้น

ครีเดนซ์จำต้องเอื้อมมือออกไปหา ถึงอยากจะยื้อเวลานับถอยหลังหวนกลับไปสู่ความเจ็บปวดเช่นในอดีตเอาไว้ให้นานที่สุดแต่ก็ทำไม่ได้ กรินเดลวัลด์กำลังล่อลวงด้วยรอยยิ้มของเกรฟส์ มันช่างอบอุ่นเหมือนเมื่อหลายปีก่อนสมัยที่เขาไร้ที่พึ่งและแบกความทุกข์ทรมานจนเกินกว่าเด็กหนุ่มอย่างเขาจะทนไหว

“…อย่าไป…กับเขา” เสียงแหบแห้งตะโกนห้ามอย่างสุดกำลัง หวังปลุกครีเดนซ์ให้กลับคืนสู่ความเป็นจริงเบื้องหน้า “เขาคือ…กรินเดลวัลด์…ไม่ใช่ฉัน”

ฝ่ายผู้ถูกเอ่ยถึงแค่นเสียงหัวเราะแล้วหันไปให้ความสนใจผู้พูด เขาทำเสียงจุ๊ปากมองฝ่ายที่กำลังดิ้นทุรนทุรายในกำมือของตนเองด้วยความเวทนา “แล้วจะให้เขาอยู่กับคุณ เป็นสควิบไร้ค่าไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ” พูดจบก็เปล่งเสียงหัวเราะจนดังก้องทำลายความเงียบของค่ำคืนอันดำมืด “จะให้พลังออบสคูรัสในตัวของเขาเสียเปล่า แล้วจมปลักอยู่ในโลกที่ผู้วิเศษต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆเหมือนหนูสกปรกเช่นนี้น่ะรึ”

เกรฟส์เบิ่งตากว้าง ตกตะลึงกับความจริงที่ถูกเปิดเผยให้รับรู้โดยไม่ทันตั้งตัว เขาเห็นท่าทางของครีเดนซ์ หรือแม้แต่สายตาของทีน่าก็ทำให้เข้าใจได้ว่า กรินเดลวัลด์ไม่ได้พูดโกหก

หลังจากได้รับการช่วยเหลือ เกรฟส์รู้เรื่องราวของออบสคูรัสแค่บางส่วนและไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเด็กผู้เป็นเจ้าของร่างคือใคร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นคดีเก่าในเวลาต่อมาซึ่งจบลงด้วยกรินเดลวัลด์ถูกจับได้ ออบสคูรัสถูกทำลาย ไม่มีการรื้อฟื้น ไม่มีการสืบเบาะแสเพิ่มเติมและปิดจบคดีอย่างสมบูรณ์

แต่ใครจะรู้ได้

ว่าออบสคูเรียลที่เคยทำลายนิวยอร์กจะยังมีชีวิตอยู่ และอยู่ใกล้ตัวเขาแค่ระยะห่างระหว่างประตูหน้าห้องเท่านั้นเอง

มือทั้งสองข้างที่พยายามคลายแรงรัดตรงลำคอค่อยๆลดกำลังลงเมื่อเห็นเด็กหนุ่มทรุดตัวคุกเข่าลงนั่ง ร่างกายสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น ผมยาวสีดำหลุดลุ่ยปรกปิดหน้าแต่ไม่อาจปิดบังเม็ดน้ำจากดวงตาในยามร่วงหยดกระทบกับพื้น เสื้อโค้ตตัวหนาไม่ได้ทำให้เขารับรู้ถึงความอบอุ่นทางกาย มีแต่ความเย็นเยือกเข้าครอบครอง แช่แข็งจิตใจจนเหมือนกับจะแตกร้าวได้ด้วยแรงกระทำเพียงนิดเดียว

หากความรู้สึกเหมือนร่างถูกบิดให้หักแตกเพราะเกราะกั้นชั้นสุดท้ายได้ถูกทำลายลงยังเลวร้ายไม่มากพอ ปฏิกิริยาและสายตาของคนที่ไม่ต้องการให้ล่วงรู้ความลับมากที่สุดคงสามารถเชือดเฉือนให้ถึงชีวิตได้โดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย คำพูดของกรินเดลวัลด์กรีดลงไปในจิตใจสร้างบาดแผลให้คนทั้งคู่ โดยเฉพาะกับออบสคูเรียลที่ถูกต้อนจนไม่เหลือทางใดให้หนีและอาจเปลี่ยนร่างกลับเป็นออบสคูรัสให้สมกับความตั้งใจของเขาในไม่ช้า

“…เธอ…จะเป็นอะไรก็ช่าง…แต่…ได้โปรด…อย่าไปกับเขา…อย่า”

กรินเดลวัลด์ยิ้มกว้างให้กับความพยายามอีกครั้งของเกรฟส์ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเพราะใกล้หมดความอดทนเต็มที “เงียบได้แล้ว เพอร์ซิวัล มองดูให้ดีสิ” เขาหมุนปลายไม้กายสิทธิ์อย่างเหนื่อยหน่ายชี้ไปทางคนทั้งสองสลับกับเด็กหนุ่ม “ยังคิดจะยืดเวลาออกไปอีกรึ ไม่เห็นหรือว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว”

“ไม่ ผมยังมี” ครีเดนซ์ยั้งเสียงสะอื้นของตนแล้วรวบรวมความเข้มแข็งทั้งหมดพูดออกไปด้วยเสียงมั่นคง “ปล่อยพวกเขา แล้วผมจะไปกับคุณ”

ใบหน้าชวนหลงใหลของเกรฟส์ผ่านการแสดงออกของกรินเดลวัลด์กำลังพึงพอใจอย่างไม่ปิดบังและไม่สนใจเสียงร้องห้ามจากทั้งสองคนทางด้านหลัง เขายื่นมือออกไปรับมือของครีเดนซ์แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง

ถ้าไปกับคุณแล้วต้องทนทุกข์เหมือนก่อน สู้ทำลายคุณเสียตรงนี้ยังดีกว่า

เรือนผมดำหยักศกปลิวสะบัดขึ้นเหมือนมีลมกรรโชก ดวงตาสีน้ำตาลกลายเป็นสีขาวสว่างเหลือบขึ้นจ้องมองกรินเดลวัลด์ ชั่วเวลาแค่ไม่กี่วินาที ครีเดนซ์ปลดสลักปล่อยออบสคูรัสเข้าจู่โจมร่างของอีกฝ่ายทั้งที่ยังจับมือของเขาเอาไว้ ภายในหมอกควันทมิฬอันเกรี้ยวกราด เด็กหนุ่มได้ยินกรินเดลวัลด์พ่นเสียงลอดไรฟันออกมาปะปนกับสายลมสีดำ

“เด็กโง่…จงดูพวกเขาตายเสียเถอะ”

เมื่อเวทย์พันธนาการคลายออก สองร่างก็พลันลอยร่วงตกจากดาดฟ้า ทั้งเกรฟส์และทีน่าไม่มีไม้กายสิทธิ์หรือสิ่งอื่นใดเพื่อช่วยตนเองให้รอดได้อีก พวกเขามองดูภาพออบสคูรัสและกรินเดลวัลด์ค่อยๆห่างออกไปจนเหลือแต่ท้องฟ้ากับความรู้สึกวูบแล่นไปทั่วกาย สัมผัสแรงดึงจากพื้นโลกดิ่งสู่เบื้องล่างโดยไม่มีโอกาสปกป้องตัวเองแต่อย่างใด

ออบสคูรัสเปลี่ยนทิศทางกะทันหันเมื่อร่างของเกรฟส์และทีน่าร่วงพ้นอาคารสูง ส่วนกรินเดลวัลด์ซึ่งถูกพลังด้านลบจึงเล่นงานให้บาดเจ็บได้เพียงครู่เดียวก็หลบหลีกหนีหายอย่างรวดเร็วทันทีที่เป็นอิสระ กลุ่มควันไล่ตามถึงตัวคนทั้งสองทันก่อนร่างกายกระแทกถึงพื้น ห่อหุ้มทั้งคู่ไว้ด้วยลมหมอกแล้วเคลื่อนย้ายให้พ้นจากตำแหน่งเดิมให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้มีใครติดตามมาทำร้ายพวกเขาได้อีกในภายหลัง

เหนือตึกร้างสูงที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นที่ไหนหรืออยู่ตรงส่วนใดของนิวยอร์ก ออบสคูรัสหอบหิ้วเกรฟส์และทีน่าจนกระทั่งถึงดาดฟ้าชั้นบนสุดของตึกได้อย่างปลอดภัย ทีน่าทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น มองควันสีดำต้องแสงส้มเจือจางของยามใกล้รุ่งรวมตัวกันกลายเป็นร่างของครีเดนซ์ ใบหน้าของเขาเจือรอยยิ้ม แต่เป็นยิ้มเศร้าหมองที่สุดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

เกรฟส์ยืนนิ่งไม่ห่างจากทีน่ามากนัก ในใจของเขามีคำถามมากมายแต่กลับพูดอะไรไม่ออกแม้ซักคำเดียว เขาผ่อนลมหายใจเบาบาง ปากขยับเหมือนยังลังเลก่อนจะพูดออกมาได้ในที่สุด

“ฉัน…ไม่เคยคิดมาก่อนเลย” เกรฟส์รู้แค่ว่าไม่ควรเอ่ยคำนั้น คำที่เขาเห็นได้ชัดว่าครีเดนซ์ดูเจ็บปวดแค่ไหนเมื่อกรินเดลวัลด์พูดถึงมัน “ว่าเธอ…มีพลัง”

ทางน้ำตารอยเก่าเหือดแห้งไปแต่รอยใหม่กำลังจะหวนทับกลับคืนอีกครั้ง ครีเดนซ์กะพริบตาถี่เพราะภาพพร่ามัวด้วยม่านน้ำราวกับกำลังมองตนเองโดนโอบล้อมด้วยมหาสมุทรไร้จุดสิ้นสุด แต่ทว่าในใจจริงๆกลับไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่นอกจากภาพความทรงจำเมื่อครั้งเด็กหนุ่มขนสัมภาระพะรุงพะรังจนต้องวางกระเป๋าและข้าวของทั้งหมดลงพื้น ถอนหายใจหนักเพื่อเรียกความกล้าแล้วเคาะประตูห้องฝั่งตรงข้าม จนกระทั่งใบหน้าแสนคิดถึงลอดผ่านบานประตูที่ค่อยๆแง้มเปิดออกพร้อมกับแววตาสงสัยในตัวผู้มาเยือนไม่คุ้นตา

ครีเดนซ์ไม่รู้สึกเสียดายเวลาปีกว่าที่ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ยิ่งรู้จักเกรฟส์ตัวจริงก็ยิ่งเข้าใจอย่างชัดเจนว่ามีหลายสิ่งที่เกรฟส์ของกรินเดลวัลด์ไม่อาจเทียบเท่า กายสัมผัสและความอ่อนโยนอันแห้งแล้ง ถ้อยคำหวานหูไร้ความจริงใจที่เกี่ยวพันเขาไว้ให้หลงทางมาเนิ่นนาน ไม่มีความหมายใดสำหรับครีเดนซ์อีกต่อไปแล้ว

เสียดายแค่เวลาแห่งความสุขนั้นมีให้เขาน้อยจนเกินไป ถ้านานกว่านี้ มากกว่านี้ อีกแค่ซักนิดเดียว ก็คงจะดี

ริมฝีปากพร้อมรอยยิ้มแสนเศร้าเอื้อนเอ่ยอะไรบางอย่างแต่ถูกกลบด้วยเสียงหวีดแหลมของแรงลม เกรฟส์ได้ยินทีน่าตะโกนปนสะอื้นร้องเรียกครีเดนซ์จนสุดเสียง เธอรู้ว่าเด็กหนุ่มคิดจะทำสิ่งใดและดูเหมือนว่านั่นเป็นความตั้งใจแน่วแน่ของฝ่ายหลัง ออบสคูรัสปรากฏร่างอีกครั้งแล้วจากไปพร้อมกับเสียงลมคร่ำครวญ เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบเชียบของยามเช้า และคนสองคนบนตึกร้างว่างเปล่า

เสียงแว่วสุดท้ายยังคงวนเวียนอยู่ในหัว คือคำบอกลาที่เกรฟส์ไม่มีโอกาสตอบอีกเลยนับจากเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นเป็นต้นมา

 

“ลาก่อนครับ คุณเกรฟส์”

 

 


 

 

คือ…ห่างจากตอนที่แล้วหนึ่งเดือนเต็ม…..

มันยาวขนาดนี้ได้ไงก็ไม่รู้ orz  แต่…ตอนหน้าก็จบแล้วค่ะ จะพยายาม…ไม่ตายก่อนค่ะ เอิ้ก

 

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมนะคะ

 

 

 

 

Advertisements

2 thoughts on “[Fantastic Beasts FanFic] Take me home : 2 [Graves x Credence]

  1. ทำไมเป็นแบบนี้้้้้้ คนแต่งทำร้ายจิตใจเราาาาาาาาาาาา

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s