[Kingsman Fanfic] Once Upon A Time In Kingsman

Title : Once Upon A Time In Kingsman

Pairing : HartWin & Percilot


 

 

2_Into-The-Woods

 

 

จากดินแดนอันไกลโพ้น

 

สู่ผืนป่าอันมืดมิดไร้แสงสว่างของความงดงามใดๆบนพื้นพิภพ ซากไม้ยืนต้นตายจนเนื้อกลายเป็นสีดำราวกับถูกสาปแช่งด้วยความเกลียดชังจากคำของผู้พยาบาทปกคลุมไปทั่วบริเวณ กินอาณาเขตแห่งความหม่นหมองนับร้อยไมล์คือสถานที่ที่มนุษย์ผู้กล้าทั้งสองกับอาชาคู่ใจกำลังฟันฝ่าเพื่อหาหนทางออกไปให้ได้ โชคดีที่โชคร้ายไม่ได้คิดตามติดตลอดเวลากว่าสัปดาห์ที่หลงอยู่ในป่าซับซ้อนวกวนยิ่งกว่าเขาวงกตแห่งนี้ พวกเขาใกล้หลุดพ้นจากป่าต้องสาป และกำลังจะก้าวล่วงจนถึงชายป่าในไม่ช้า

 

หนามแหลมคมของเถาไม้ขูดเนื้อเถือหนังจนเลือดซิบทั้งคนทั้งม้า เมื่อได้ออกมาสัมผัสแสงอีกครั้ง แม้จะเป็นแสงลอดจากหมอกควันอันน่าหดหู่ แต่ก็นับว่ายังดีกว่าป่าทึบที่พวกเขาจมปลักอยู่นานจนเกือบลืมไปแล้วว่าความหวังมีหน้าตาเป็นเช่นไร

 

“หลุดจากมันมาได้ ข้าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่” เด็กหนุ่มซึ่งเป็นผู้ติดตามเอ่ยขึ้น เขาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกราวกับได้ชีวิตคืนมาอีกครั้ง แต่ทว่าก็โดนขัดโดยชายหนุ่มอีกคนที่เป็นฝ่ายนำหน้าทันที

 

“เจ้าอยู่ห่างจากคำว่าตายอีกยาวไกล เอ็กซี่”

 

“โธ่เอ๋ย ข้านึกว่าที่เหลืออยู่นี้เป็นเพียงวิญญาณจริงๆนะขอรับ” เด็กหนุ่มผู้ถูกเรียกขานว่าเอ็กซี่ตอบเหมือนตัดพ้อ “ข้าบอกแล้วว่าเราไม่ควรเข้ามา ท่านก็ไม่เชื่อ”

 

“ถ้าเราไม่ใช้เส้นทางผ่านป่า ก็มีอีกทางคือต้องล่องเรืออ้อมแผ่นดินเพื่อไปให้ถึงอาณาจักรคิงส์แมน จงอย่าลืมว่าเป็นเพราะเจ้าปฏิเสธเสียงแข็งว่าเป็นตายร้ายดีก็จะไม่ลงเรือ” ชายหนุ่มข้างหน้ากระตุกบังเหียนบังคับม้าให้เดินตรงทางอีกเล็กน้อย “หากรู้ว่าเจ้าขี้บ่นเช่นนี้ ข้าคงไม่พามาด้วย”

 

เอ็กซี่ส่งเสียงครางในลำคอ เขาดึงบังเหียนให้ม้าของตนเดินตามในทิศทางเดียวกัน “ไม่ว่าท่านไปทางไหน ข้าก็จะตามไปด้วยอยู่ดี ปล่อยให้ท่านมาเพียงลำพังตามความประสงค์ที่ได้แจ้งพระราชาพระบิดาของท่าน ข้าจะทำได้อย่างไร เจ้าชายเพอร์ซิวัล”

 

เจ้าชายหันไปยิ้มให้เด็กหนุ่มทางด้านหลัง เขาไม่เคยนึกสงสัยความจงรักภักดีของเอ็กซี่เลยแม้แต่น้อย ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันจนเป็นเหมือนพี่น้องเหตุเพราะเอ็กซี่ถูกนำตัวเข้ามาอยู่ในรั้ววังตั้งแต่ยังเล็กเนื่องจากบิดาผู้เป็นอัศวินองครักษ์ได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ พระราชาจึงรับบุตรชายให้มาอยู่ในความดูแลเพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีในครั้งนั้น เจ้าชายซึ่งเป็นบุตรคนเดียวดีใจอย่างยิ่งและดูแลราวกับน้องแท้ๆ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องเล่น หรือแม้กระทั่งฝึกวิชาการต่อสู้ พวกเขาก็ฝึกฝนมาด้วยกันจนมีฝีมือเก่งกาจไม่แพ้อัศวินคนใดในอาณาจักรเลยทีเดียว

 

“ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าอาณาจักรคิงส์แมนที่เล่าลือกันนั้นจะมีเจ้าหญิงผู้โชคร้ายอยู่จริง” เอ็กซี่ถามขึ้นอีกครั้งเมื่อพวกเขาขี่ม้าเลยชายป่าออกมาไกลมากพอจนมองเห็นธารน้ำเล็กๆอยู่ข้างหน้า เสียแต่ว่ามันเป็นได้แค่ เคยเป็น ธารมาก่อนเพราะบัดนี้ไม่มีน้ำหลงเหลือซักหยด มีแต่หมอกสีเทาปกคลุมเหนือก้อนกรวดจนมองทางได้ยากลำบากเอาการ

 

“เพราะไม่แน่ใจจึงต้องพิสูจน์ไม่ใช่หรือ” เพอร์ซิวัลบังคับม้าผ่านธารหมอกอย่างระมัดระวัง “อาณาจักรนั้นถูกควบคุมด้วยคำสาปมานานหลายปีจนไม่มีใครนึกว่าจะมีผู้ใดรอดชีวิต แต่เมื่อเดือนก่อนมีคนจากอาณาจักรใกล้เคียงได้ยินเสียงกรีดร้องแปลกประหลาดดังมาจากปราสาท จึงคาดการณ์กันว่าน่าจะยังมีผู้คนรอการช่วยเหลือจากภายนอกอยู่”

 

เอ็กซี่พยักหน้าช้าๆ เขาเข้าใจเหตุผลหลักดีอยู่แล้ว และเหตุผลรองก็รวมอยู่ในนั้นด้วย “อาจรวมถึงเจ้าหญิงด้วยใช่มั้ยขอรับ”

 

“เจ้ารู้ดีเกินไปแล้ว”

 

เพอร์ซิวัลยิ้มรับพร้อมกับเร่งฝีเท้าม้าให้วิ่งข้ามขอบลำธารมุ่งสู่พื้นดินดำไกลสุดตาเบื้องหน้าโดยมีเอ็กซี่ควบตามมาติดๆ สภาพพื้นที่ราบดินร่วนกดเป็นรอยเท้าในทุกก้าวย่าง ทั้งสองสังเกตเห็นควันจางๆลอยขึ้นจากพื้นดินและได้กลิ่นคล้ายมีบางสิ่งถูกเผาไหม้จนกระทั่งได้เห็นที่มาของกลิ่นนั้นประจักษ์ชัดแก่สายตา

 

กองเถ้าถ่านขนาดมหึมากีดขวางอยู่หน้าปราสาทดำทมึนยังมีเค้าโครงเดิมให้พอดูออกว่าเคยเป็นสิ่งใดมาก่อน

 

มังกร

 

“เรื่องเล่านั้นเป็นจริง” เอ็กซี่พูดทั้งตัวสั่นเมื่อเหลือบมองสิ่งชั่วร้ายที่เคยมีชีวิตค่อยๆผ่านสายตา เขาต้องพยายามคุมบังเหียนเพื่อหลบเลี่ยงซากเถ้าของมังกรไปพร้อมๆกับหาหนทางราบเรียบให้ม้าย่ำผ่านอย่างปลอดภัยโดยไม่ทำให้ล้มคว่ำกันเสียทั้งคู่

 

“ทางนี้ เอ็กซี่”

 

เพอร์ซิวัลซึ่งนำหน้าอยู่หลายช่วงตัวร้องเรียกเด็กหนุ่มให้มองตาม หนทางข้างหน้าถูกปกคลุมด้วยเถาไม้ขนาดใหญ่ โค้งงอบิดม้วนไปมาดูน่าขนพองสยองเกล้าและเปิดช่องทางเพียงแค่ให้คนมุดผ่านไปได้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ม้าคู่ใจของทั้งสองจึงต้องถูกล่ามไว้กับเสาไม้หน้าปากทาง พวกเขาปีนข้ามบ้าง เดินลอดบ้าง ใช้ดาบตัดกิ่งไม้กีดขวางจนฝ่าเข้ามาถึงหน้าประตูบานใหญ่ในที่สุด

 

เหล่าผู้กล้าเดินลึกเข้าไปในตัวปราสาทโดยมีเพอร์ซิวัลเป็นผู้นำทาง ดาบของเขาถูกดึงออกมาใช้งานและยังไม่เก็บเข้าฝักเผื่อว่ามีเหตุร้ายให้ต้องใช้มัน ด้านหลังมีเอ็กซี่ซึ่งกำลังตรวจดูความเรียบร้อยโดยรอบ ทั้งคู่เดินผ่านโถงใหญ่หลายห้อง ระเบียงที่มองเห็นสวนขนาดย่อมและสระน้ำพุกลางปราสาท ทางเดินยาวพร้อมกำแพงภาพวาดสุดลูกหูลูกตา ภาพทั้งหมดบ่งบอกได้ว่าในยามที่ปราสาทแห่งนี้มีชีวิตชีวาคงจะสวยงามตระการตายิ่งกว่าถูกโอบล้อมด้วยสีเทาเข้มดั่งเมฆฝนอย่างเช่นเวลานี้เป็นแน่

 

สายลมวูบหนึ่งพาดผ่านเพอร์ซิวัลและเอ็กซี่ไปอย่างแผ่วเบา พวกเขามองหาแหล่งที่มาของลมจนเห็นห้องหนึ่งข้างหน้าไม่ห่างจากจุดที่ทั้งสองยืนอยู่มากนัก ประตูของห้องเปิดค้างและมีผ้าม่านสีขาวเล่นลมปลิวสะบัดออกมาด้านนอกเหมือนมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น

 

“ท่านแน่ใจหรือ” เอ็กซี่ถามอย่างกล้าๆกลัวๆ เขากระชับดาบในมือของตนแล้วบีบแน่น ความหวั่นวิตกทำให้ดวงตาสีเขียวสดใสซีดหมองลงทุกที

 

“ข้าไม่แน่ใจนักหรอก แต่เรามาไกลถึงขนาดนี้แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร” เพอร์ซิวัลเหวี่ยงดาบเก็บเข้าฝักแล้วหันไปตบบ่าเอ็กซี่เบาๆ “ไม่ว่าจะเจอสิ่งใดหรือมีอันตรายแค่ไหน เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่ น้องชาย”

 

“แน่นอนพี่ข้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะไม่ทิ้งท่านเป็นอันขาด”

 

น้ำเสียงมุ่งมั่นของเอ็กซี่ทำให้เพอร์ซิวัลยิ้มได้ พวกเขาพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณและเพิ่มความระมัดระวังอีกหลายเท่าตัวหลังจากเดินเข้าไปด้านในซึ่งมีลักษณะคล้ายโถงหน้าห้อง มีเครื่องเรือนฝุ่นจับหนาหลายชิ้นรวมถึงรูปภาพหญิงสาวขนาดใหญ่ที่ถูกทำลายโดยกาลเวลาจนมองไม่ออกว่าเป็นรูปของผู้ใด ด้านขวามือมีทางเข้าสู่อีกห้องหนึ่ง และคนทั้งสองก็เดาได้จากห้องนี้เองว่าสถานที่ที่พวกเขากำลังยืนอยู่จะต้องเป็นห้องบรรทมของเจ้าหญิงอย่างไม่ต้องสงสัย

 

เพอร์ซิวัลและเอ็กซี่เดินเข้าไปใกล้เตียงนอนเพราะหวังว่าจะได้เจอใครซักคนบนนั้น พวกเขาคิดถูก แต่ก็คิดผิดในเวลาเดียวกัน

 

คนที่นอนหลับใหล ไม่ใช่เจ้าหญิง

 

ชายหนุ่มปริศนาอยู่ในชุดแต่งกายของชนชั้นสูงกำลังนอนหลับสนิท ใบหน้าของเขาดูผ่อนคลายไร้ความกังวล ไม่รับรู้ ไม่ยินดียินร้ายแม้กระทั่งว่ามีเหตุอันใดเกิดขึ้นแก่ตนเอง ลมหายใจของเขาบางเบาจนแทบไม่รู้สึกถึงการขยับตัวเพื่อสูดลมหายใจเข้าออก แต่เมื่อตรวจชีพจรดูให้แน่ชัด ทั้งสองคนก็แน่ใจว่าชายผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่

 

นอกจากความสนเท่ห์ในจิตใจว่าไฉนจึงเป็นชาย หาใช่เจ้าหญิงดังที่คาดไว้ไม่ บางสิ่งซึ่งแขวนอยู่เหนือศีรษะของชายนิทราคือแผ่นไม้ขนาดใหญ่กว่าสองฝ่ามือมีรอยขีดเขียนด้วยตัวอักษรไร้ความบรรจง ยิ่งทำให้ผู้กล้าทั้งสองสงสัยข้องใจยิ่งกว่าเดิม

 

KISS ME

 

สองนายบ่าวมองหน้ากันเหมือนกำลังทำความเข้าใจกับสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าว่าควรตีความอย่างไรดี

 

“เจ้าชาย…ข้าเดาว่าเขาอยากให้ท่านจูบ”

 

เพอร์ซิวัลหันขวับกลับไปมองเอ็กซี่ เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดล้อเล่น “ข้ากำลังคิดว่าป้ายนี้ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นเจ้าชายเท่านั้น น่าจะหมายถึงใครก็ได้มากกว่า”

 

“แต่ข้าไม่อยากจูบเขานี่”

 

“ข้าก็ไม่”

 

“ข้าไม่ทำ ท่านก็ไม่ทำ ถ้าเช่นนั้นพวกเรากลับกันเถอะ” เอ็กซี่เอี้ยวตัวกำลังจะหันกลับแต่ก็โดนเพอร์ซิวัลยึดข้อมือเอาไว้ทันควัน

 

“แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ทำไมถึงเป็นเขาที่อยู่ตรงนี้ แล้วเจ้าหญิงหายตัวไปอยู่ไหนกัน”

 

เด็กหนุ่มย่นคิ้วให้กับความมุ่งมั่นของเจ้านายตน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังยืนกรานเช่นเดิม อยู่ๆจะให้จูบชายแปลกหน้าโดยไม่มีเหตุผลสมควร ให้ตายก็ไม่มีทางยอมทำเด็ดขาด

 

“ถ้าท่านอยากรู้ก็แค่แตะๆนิดหน่อยก็ได้ คงไม่เสียหายอะไร”

 

เพอร์ซิวัลนึกอยากคืนคำที่เคยคิดว่าเอ็กซี่เป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อเขามากที่สุดเหลือเกิน เจ้าชายถอนใจสั้นๆ ย้ำเตือนตนเองว่าสาเหตุที่ยอมทำเป็นเพราะอยากรู้ความจริงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

เมื่อยืนทำใจอยู่นานจนรวบรวมความกล้าได้สำเร็จ เพอร์ซิวัลก็ค่อยๆโน้มตัวลง  มือไม้เก้กังไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนเพราะรู้สึกขัดๆเขินๆไปเสียหมด ใบหน้าของชายผู้หลับใหลเคลื่อนใกล้ขึ้นทุกทีและยังพอให้มีเวลาพินิจพิเคราะห์ได้ว่าอีกฝ่ายมีเครื่องหน้างดงามอยู่ไม่น้อย ทว่าปัญหาของเพอร์ซิวัลในเวลานี้กลับไม่ใช่เรื่องนั้น แต่เป็นริมฝีปากที่เขากำลังเคลื่อนเข้าหาอยู่นี่ต่างหาก

 

สัมผัสแค่เพียงเล็กน้อยที่เขาต้องการและคิดว่าจะรีบผละจากทันทีแต่กลับไม่สามารถทำตามใจนึกคล้ายต้องมนตร์สะกด เกาะเกี่ยวยึดเหนี่ยวให้มิอาจถอยห่างจากริมฝีปากอีกคู่หนึ่งได้

 

ชั่ววินาทีที่เพอร์ซิวัลลืมตา เป็นเวลาเดียวกับที่ดวงตาอีกคู่แง้มเปิดช้าๆ ชายนิทราฟื้นคืนจากการหลับอันยาวนานและสิ่งแรกที่มองเห็น คือชายหนุ่มอีกคนที่กำลังมอบจูบแสนอ่อนโยนให้แก่เขา

 

อีกพริบตาต่อมา ผู้ซึ่งเพิ่งหลุดจากภวังค์ใช้แขนเกี่ยวรัดร่างของเพอร์ซิวัลเอาไว้อย่างกะทันหันจนเจ้าตัวเซล้มนั่งลงกับที่นอน ปลายเท้าถีบสะบัดไปโดนหน้าแข้งของเอ็กซี่ที่ยืนอยู่ด้านข้างเข้าอย่างจัง เด็กหนุ่มร้องเสียงหลงด้วยทั้งเจ็บทั้งตกใจ เขาหงายหลังไปชนกับบางสิ่งแล้วล้มทับจนแตกพังระเนระนาดไม่เหลือชิ้นดี เมื่อตั้งสติได้เอ็กซี่จึงพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ความเจ็บปวดเหมือนถูกแทงพุ่งขึ้นจากหลังอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มเริ่มตัวแข็งทื่อ เปลือกตาค่อยๆปิดสนิท ร่างของเขาล้มฟุบลงถึงพื้นจากนั้นก็ไม่ขยับหรือเคลื่อนไหวใดๆอีกเลย

 

เพอร์ซิวัลยังไม่รู้ตัวว่าเกิดเรื่องขึ้นกับเอ็กซี่ เขาเหมือนอยู่ในวงล้อมของเวทมนตร์ เคลิบเคลิ้ม หลงใหลขณะมองชายตรงหน้าซึ่งมีท่าทีแบบเดียวกัน ชายผู้นั้นลุกจากเตียง จับมือของเขาแล้วคุกเข่าลง ก้มจุมพิตที่หลังมือก่อนเอ่ยนามตนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

 

“ข้ามีนามว่าลานสล็อต เป็นหัวหน้าองครักษ์แห่งอาณาจักรคิงส์แมน ขอทราบนามผู้มีพระคุณของข้าได้หรือไม่”

 

“ข้าชื่อเพอร์ซิวัล เป็น…เดี๋ยวก่อน” เพอร์ซิวัลนึกทวนประโยคที่อีกฝ่ายว่ามาแล้วเบิ่งตากว้างด้วยความประหลาดใจ “ท่านไม่ใช่พระเชษฐาของเจ้าหญิงหรอกหรือ ข้านึกว่าท่านเป็นเจ้าชายหรืออะไรทำนองนั้นเสียอีก”

 

“หามิได้ ท่านเพอร์ซิวัล ข้าแค่มีหน้าที่รับใช้องค์ราชา และได้รับมอบหมายให้ดูแลกับอารักขาเจ้าหญิงเท่านั้น” ลานสล็อตลุกขึ้นยืนแต่ยังคงกุมมือของเพอร์ซิวัลเอาไว้ “ท่านถอนคำสาปให้ข้า…บุคคลแห่งโชคชะตาของข้า”

 

“ถ้าท่านเป็นผู้ดูแลของเจ้าหญิง แล้วตอนนี้พระองค์อยู่ที่ใด”

 

“เจ้าหญิงร็อกซานน์คงจากที่นี่ไปแล้วหลังได้รับการถอนคำสาปจากเจ้าชายแห่งอาณาจักรทางตอนเหนือ ท่านต้องการพบพระองค์หรือ?”

 

เพอร์ซิวัลได้แต่ยืนกะพริบตาปริบ มีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบวนเวียนอยู่ในความคิดแต่เลือกไม่ถูกว่าอยากถามเรื่องไหนก่อนดี “ข้ามีเรื่องข้องใจอยากถามท่าน…มากมายทีเดียว”

 

“ข้าได้มอบเวลาทั้งชีวิตเพื่อท่านแล้ว ท่านอยากรู้สิ่งใด ถ้าตอบได้ข้าก็จะตอบ แต่ก่อนอื่น…” ลานสล็อตมองเลยไปทางด้านหลังของเพอร์ซิวัลเล็กน้อย “เราปล่อยเขาเอาไว้เช่นนี้คงไม่ดีแน่”

 

เมื่อหันมองตามทิศทางที่อีกฝ่ายบ่งชี้ เจ้าชายถึงได้รู้ว่าลืมใครอีกคนไปอย่างสนิทใจ

 

“เอ็กซี่!” เขาตะโกนร้องสุดเสียงแล้วรีบเข้าไปประคองร่างเด็กหนุ่มที่ยังมีลมหายใจแผ่วหลงเหลืออยู่ ใบหน้าของเอ็กซี่ซีดขาวไร้ชีวิต ดูแล้วช่างละม้ายคล้ายกับสีหน้าของลานสล็อตก่อนถูกปลุกขึ้นมาไม่มีผิดเพี้ยน

 

ทั้งสองช่วยกันอุ้มร่างของเอ็กซี่ขึ้นนอนบนเตียงตามคำเสนอของลานสล็อต ท่าทางกระวนกระวายของเพอร์ซิวัลทำให้เขาต้องพยายามอธิบายเรื่องราวต่างๆเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวลลงไปบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของคำสาปที่เขาเคยผ่านมา และที่เอ็กซี่กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้

 

จุดเริ่มของเรื่องทั้งหมดเกิดจากพ่อมดชั่วร้ายร่ายคำสาปใส่เครื่องปั่นด้ายพร้อมทั้งชะตากรรมของเจ้าหญิงให้ตกอยู่ในห้วงนิทราทันทีที่เข็มแหลมแทงผ่านปลายนิ้ว เมื่อกำหนดเวลามาถึงคำสาปก็สัมฤทธิ์ผลพร้อมกับการปรากฏตัวของมังกรยักษ์คอยเฝ้าอยู่หน้าปราสาทเพื่อกันไม่ให้มีผู้ใดผ่านเข้าหรือหนีออกไปได้ อาณาเขตโดยรอบรวมถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในปราสาทจึงกลายสภาพเป็นความสิ้นหวัง ล่วงหลับและจมปลักเช่นนั้นอยู่นานหลายปี จวบจนมีผู้หาญกล้าปราบปีศาจร้ายและช่วยเจ้าหญิงได้ในที่สุด

 

ในระหว่างการฟื้นฟูอาณาจักร เครื่องปั่นด้ายถูกนำออกมาเพื่อทำลายทิ้งเสียแต่ก็มีเหตุบางอย่างทำให้คำสาปเกิดผลอีกครั้ง และเนื่องจากเจ้าหญิงเคยต้องคำสาปมาแล้ว ทั้งนางและเจ้าชายผู้ช่วยชีวิตจึงรอดมาได้ พวกเขาตัดสินใจรีบเดินทางขึ้นเหนือโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่อาณาจักรของเจ้าชายเพราะไม่สามารถทนอาศัยอยู่ในเมืองที่มืดหม่นเช่นนี้ได้อีกต่อไป

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าหญิงไม่ได้อยากละทิ้งบ้านเมืองหรือประชาชนของพระองค์ แต่เรื่องนี้เกินความสามารถของมนุษย์ธรรมดาจะแก้ไข” ลานสล็อตถอนหายใจเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาดังกล่าว “แม้กระทั่งพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแห่งนี้ก็ยังไม่สามารถล้างอาถรรพ์ได้ เขาทำได้แค่เพิ่มเติมเวทมนตร์อีกเล็กน้อย เป็นต้นว่าหากผู้ถอนคำสาปไม่ใช่ผู้ที่มีชะตาต้องกันก็จะไม่บังเกิดผล ด้วยเหตุนี้การถอดถอนจึงต้องใช้จุมพิตเป็นเครื่องพิสูจน์ในขั้นแรก เมื่อพบบุคคลแห่งโชคชะตา เวทมนตร์จะผูกสายสัมพันธ์ระหว่างกัน ให้เป็นคู่แท้ของกันและกันตลอดไป”

 

“ถ้าเช่นนั้น…ป้ายนั่น ท่านเป็นคนเขียนใช่หรือไม่” เพอร์ซิวัลชี้ไปยังแผ่นไม้กับลายมือหวัดๆซึ่งตอนนี้ถูกแขวนอยู่เหนือศีรษะของเอ็กซี่แทนที่ลานสล็อต

 

“นั่นไม่ใช่ลายมือข้า” ลานสล็อตส่ายหน้าเบาๆ “เกรงว่าพ่อมดแห่งอาณาจักรจะเป็นผู้เขียน คงต้องการให้ผู้ที่มาช่วยเหลือเข้าใจได้โดยง่ายว่าต้องทำสิ่งใดกระมัง”

 

เพอร์ซิวัลมองใบหน้าสงบนิ่งของเด็กหนุ่มหลังใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหาหนทางช่วยแต่สุดท้ายก็อับจนปัญญา “แต่อย่างนี้ก็หมายความว่าข้าไม่สามารถช่วยเอ็กซี่ได้เลย จะให้กลับไปโดยทิ้งเขาไว้ที่นี่ ข้าคงทำไม่ได้”

 

“ถ้าท่านเป็นห่วงเขาก็พักอยู่ที่นี่เถิด แต่จะให้อยู่ในปราสาทคงไม่เป็นการดีเพราะยังมีเวทมนตร์ชั่วร้ายล่องลอยอยู่มากและอาจกัดกินจิตใจของมนุษย์ธรรมดาให้หม่นหมอง” พอพูดอย่างนั้นแล้วลานสล็อตก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก “ด้านข้างของปราสาทมีเรือนรับรองแขกต่างเมืองอยู่หลังหนึ่ง ขนาดอาจไม่ใหญ่โตแต่ก็รโหฐานและพออาศัยได้ หากไม่รังเกียจเราจะพักกันที่นั่นเพื่อท่านจะสามารถเข้ามาดูอาการของเอ็กซี่ได้สะดวก ท่านจะว่าอย่างไร”

 

“ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคงต้องให้เป็นไปตามนั้น”

 

เพอร์ซิวัลจำต้องตัดสินใจเลือก เขามองเอ็กซี่เป็นครั้งสุดท้าย รู้สึกผิดที่ต้องละอีกฝ่ายไว้ที่นี่แต่ก็สัญญากับตัวเองว่าจะแวะเวียนมาทุกวันและคอยจนกว่าบุคคลแห่งโชคชะตาของเด็กหนุ่มจะปรากฏ

 

ไม่ว่าจะนานแค่ไหน หวังแค่วันที่คนๆนั้นจะมา ยังเป็นช่วงเวลาที่เขามีชีวิตอยู่และสามารถดูแลเอ็กซี่ได้เท่านั้นก็พอ

 

 

……

 

 

ภายในห้องบรรทมของเจ้าหญิงมีเด็กหนุ่มผู้ซึ่งนอนหลับไม่รู้สติและไม่รู้ว่าบรรยากาศรอบตัวกำลังปั่นป่วนเหมือนมีพายุโหมกระหน่ำ แสงแปลบปลาบมาพร้อมกับเสียงดังสนั่นโสตไม่สามารถกระตุ้นให้เขาฟื้นขึ้นมาได้ ม่านหมอกสีทึมคละคลุ้งปกคลุมไปทั่วห้อง แล้วร่างๆหนึ่งก็ก้าวเท้าออกมาจากประตูควัน สะบัดผ้าคลุมสีดำที่ปกปิดกายออกจนเห็นรูปลักษณ์อย่างชัดเจน

 

“ใคร บังอาจ ทำให้ คำสาป หวนกลับมา อีกแล้ว!”

 

เสียงก้องกังวานท่ามกลางเสียงฟ้าร้องดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด พ่อมดในชุดดำดึงชายเสื้อคลุมขึ้นปิดจมูกแล้วปัดกลุ่มควันกับฝุ่นฟลุ้งออกจากรอบตัวก่อนจะเดินอ้อมมายังทิศทางที่เป็นต้นเหตุแห่งปัญหาเหมือนรู้ดีอยู่แล้ว จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ภาพที่เห็นทำให้คิ้วขมวดเป็นปม ดวงตาสีเข้มหรี่มองด้วยความไม่แน่ใจ

 

“เจ้าเด็กโง่นี่ใคร”

 

หลังใคร่ครวญดูจนรู้ชัดว่าไม่ใช่ใครคนใดในอาณาจักรที่เขาเคยรู้จัก พ่อมดก็เดินเข้าไปใกล้แล้วนั่งลงตรงขอบเตียงพลางปลดแผ่นไม้เหนือศีรษะของเด็กหนุ่มออก “พอกันที ข้าเบื่อเล่นเกมคำสาปกับเจ้าเต็มทน เมอร์ลิน” เขาพูดแล้วยกแขนตวัดมือร่ายมนตร์ แต่ทุกสิ่งยังนิ่งเฉย เขาทำเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม

 

พ่อมดชุดดำถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เหตุเพราะคำสาปของพ่อมดเมอร์ลินผู้ชั่วร้ายมิอาจลบล้างถึงแม้เงื่อนไขจะถูกเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดช่องโหว่ก็ตามที เมอร์ลินแช่งสาปผู้ที่แตะต้องเข็มจากเครื่องปั่นด้ายให้หลับลึกไม่ฟื้นคืนชั่วนิรันดร์ ส่วนเขาเป็นผู้บิดเบือนคาถานั้น แก้ไขจนสามารถใช้จุมพิตถอนคำสาปได้โดยมีเวทมนตร์ดึงดูดผู้ที่ชะตาต้องกันเข้ามาหา เมื่อริมฝีปากสัมผัสคราใด มนตราจะผูกคนทั้งสองให้มีจิตสัมพันธ์ และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันจนถึงบั้นปลายอย่างมีความสุข

 

แม้ว่าในทางแอบแฝงของข้อหลัง ก็เพื่อตัดปัญหาว่าได้พบเจอคู่แท้แต่ไม่ถูกใจรูปกายภายนอกนั่นเอง

 

แต่สำหรับเวลานี้ หากไม่สามารถปลดคำสาปได้ด้วยคาถา เขาก็คงหลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่ตนเป็นผู้ตั้งขึ้นมาไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ พ่อมดซึ่งมีสีหน้าระอาใจอย่างที่สุดจำต้องก้มลงจูบเด็กหนุ่มแล้วรอให้คาถาทำงานด้วยตัวมันเอง ไม่นานนักประกายแสงวูบวาบหลากสีก็ปรากฏแล้วกระจายล้อมรอบตัวเอ็กซี่เอาไว้ ดวงตาสีเขียวสดใสเปิดรับภาพตรงหน้าอีกครั้ง เขาค่อยๆลุกขึ้นนั่ง มองผู้ช่วยชีวิตตนด้วยสายตาของคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับลุกขึ้นยืนและทำเหมือนเวทมนตร์ไม่ได้มีผลอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

 

“เสียใจด้วยเจ้าหนู เวทมนตร์นี้ไม่ส่งผลกระทบกับข้าซึ่งเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา ดังนั้นจงตอบคำถาม…เจ้าอัศวินซื้อบื้อลานสล็อตนั่นอยู่ที่ไหน”

 

“ลานสล็อต…ใครหรือขอรับ”

 

เสียงอ่อนยานคางแบบคนตกหลุมรักของเอ็กซี่ทำให้ฝ่ายพ่อมดเข้าใจไปในทางอื่น “ข้าจำไม่ได้ว่าเวทย์นั่นทำให้ความจำเสื่อมด้วย ไหนดูซิ” เขาย่อตัวนั่งลงกับเตียงดังเดิม จับใบหน้าของเด็กหนุ่มหันไปมาและทำปากขมุบขมิบร่ายคาถาอะไรบางอย่าง แต่อาการตาลอยเคลิบเคลิ้มของเอ็กซี่ยังอยู่อย่างนั้นไม่หายไป

 

“ข้าไม่รู้จักคนที่ท่านพูดถึงจริงๆขอรับ ข้าติดตามเจ้าชายมาจากอาณาจักรทางตะวันออก พวกเราเพิ่งมาถึงที่นี่วันนี้เอง”

 

เอ็กซี่เล่าที่มาของตนและเพอร์ซิวัลอย่างคร่าวๆตามคำขอตั้งแต่เดินทางเข้ามาในปราสาท เกิดเหตุการณ์ต่างๆมากมายทั้งเรื่องแก้คำสาป เรื่องที่เขาล้มทับเครื่องปั่นด้ายจนพังไม่มีชิ้นดี รวมถึงเรื่องคำสาปย้อนกลับมาเมื่อเข็มแหลมทิ่มแทงที่หลังของเขาเข้าโดยบังเอิญ หลังจากหลับไม่ได้สติเอ็กซี่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกจนกระทั่งได้พบกับผู้มีพระคุณที่อยู่ตรงหน้า นี่สินะ ความรู้สึกที่ได้พบบุคคลแห่งโชคชะตาอย่างที่ลานสล็อตเคยพูดกับนายของเขา

 

“ข้าชื่อเอ็กซี่ ไม่ทราบว่าท่านคือ?”

 

“ข้าคือผู้นำพ่อมดสูงสุดแห่งอาณาจักรคิงส์แมน เรียกข้าว่าแฮร์รี่ก็ได้” พ่อมดชุดดำลุกขึ้นยืนและเดินไปดูซากเครื่องปั่นด้ายที่ถูกทำลายวางกองระเกะระกะอยู่บนพื้น “เอาเถอะ ดูท่าคำสาปจะสิ้นฤทธิ์แล้ว เวทมนตร์สุดท้ายของข้าก็ทำงานครบถ้วนสมบูรณ์ อาณาจักรแห่งนี้จะได้หมดทุกข์หมดโศกและกลับคืนสู่สภาพเดิมเสียที”

 

“ท่านแฮร์รี่ แล้วท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าเจ้าหญิงหายไปไหนหรือขอรับ”

 

คำถามของเอ็กซี่ทำให้นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ว่าเจ้าหญิงร็อกซานน์อภิเษกสมรสกับเจ้าชายผู้ช่วยชีวิตนางจากคำสาปและปกครองเมืองทางเหนือโดยไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาที่นี่อีก นั่นหมายความว่าอาณาจักรคิงส์แมนจะว่างเปล่าไร้ผู้ครองบัลลังก์ซึ่งในฐานะพ่อมดผู้ดูแลอาณาจักรแทนชั่วคราวคงไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้ ระหว่างกำลังเคร่งเครียดเพราะเรื่องวุ่นวายอีกมากมายหลายเรื่องที่กำลังตามมา แฮร์รี่มองหน้าเด็กหนุ่มและพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

เจ้าชายเพอร์ซิวัลยังไงล่ะ!

 

“เจ้าหนู มากับข้า เราจะตามหาเจ้าชายของเจ้ากัน”

 

 

……

 

 

แม้ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มจากที่ใดแต่แฮร์รี่ก็ไม่รีบร้อนมากนัก คงเป็นเพราะไม่มีเรื่องของคำสาปให้ต้องกังวลอีก ทั้งเขาและเอ็กซี่จึงมีเวลาเดินสำรวจเพื่อค้นหาไปเรื่อยๆพร้อมกับเล่าที่มาที่ไปถึงเหตุแห่งเรื่องร้ายทั้งหมด จากแค่เรื่องเล็กน้อยเมื่อพระราชาไม่ได้เชิญพ่อมดเมอร์ลินเข้าร่วมปรึกษาหารือเรื่องพระนามของเจ้าหญิงซึ่งที่จริงแล้วเป็นเพราะขณะนั้นเขาออกเดินทางไปต่างเมืองและไม่มีทางใดให้สามารถติดต่อได้ แต่ความโมโหโกรธาบดบังเหตุผลจนสิ้นทำให้ทั้งอาณาจักรต้องตกอยู่ภายใต้ความโศกเศร้าเพราะถูกสาปแช่ง และถูกปกครองด้วยคำสาปหลังจากเจ้าหญิงแตะต้องโดนเข็มปั่นด้ายเป็นเวลายาวนาน

 

“อาณาจักรนี้มีแต่พวกงี่เง่าทั้งนั้น”

 

“หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ”

 

แฮร์รี่เหลือบมองความไร้เดียงสาของเด็กหนุ่มพลางคิดว่าบางทีการไม่รู้อะไรเสียเลยนั้นอาจจะดีกว่า “ก็เจ้าพ่อมดงี่เง่านั่น เรื่องแค่นี้ถึงกับทำให้เดือดร้อนกันไปทั้งอาณาจักร ส่วนเจ้าลานสล็อตก็งี่เง่าพอกัน แทนที่จะรีบเอาเครื่องปั่นด้ายไปทำลายทิ้งให้สิ้นซาก กลับนึกว่าคำสาปสลายหมดแล้วจึงลองเอานิ้วแทงเข็มเล่น เจ้าคงนึกภาพไม่ออกหรอกว่าข้ารู้สึกอย่างไรเมื่อต้องทนอยู่กับอาณาจักรมืดมนเช่นนี้มาหลายปีดีดักเพราะความงี่เง่าของคนสองคน”

 

คำบ่นยาวเหยียดทำให้เอ็กซี่เริ่มมึนหัว เขาได้แต่ยิ้มแห้งตอบรับและเดินตามเงียบๆ มองดูบรรยากาศรอบข้างค่อยๆเปลี่ยนแปลงจากท้องฟ้ามืดครึ้ม ต้นไม้ใบหญ้าเหี่ยวแห้งโรยรา ปราสาทห้อมล้อมด้วยเมฆหมอกแห่งความเศร้าหมองถูกแสงสว่างเข้ามาแทนที่ สีน้ำตาลแห้งของใบไม้ผลิยอดใหม่กลายเป็นสีเขียวสด ดอกไม้นานาพันธุ์ออกสีหลากหลายให้สวนกลางปราสาทมีชีวิตชีวา คืนสภาพให้อาณาจักรคิงส์แมนกลับไปเป็นเมืองที่งดงามดุจเดิม

 

“ถ้าไม่อยู่ในปราสาทก็อาจจะอยู่ที่นั่นก็ได้ ตามข้ามาเจ้าหนู”

 

แฮร์รี่นำทางขึ้นไปยังหอคอยแห่งหนึ่งซึ่งมีดาดฟ้าเปิดกว้างเป็นลานโล่ง จากตรงนี้เอ็กซี่มองไม่เห็นสีหม่นของท้องฟ้าและพื้นดินเบื้องล่างอีกแล้ว เขาเดินดูรอบบริเวณ สัมผัสลมเย็นสดชื่นหลังจากไม่ได้พบเจอมาหลายวันตั้งแต่เหยียบย่างเข้าอาณาจักร ขณะกำลังสูดอากาศสะอาดเข้าจนเต็มปอดก็มีเสียงแปลกประหลาดดังมาจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปก็เห็นแฮร์รี่ยกแขนค้างอยู่กลางอากาศ ผ้าคลุมสีดำปลิวไสวราวกลับถูกลมพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง แค่พริบตาเดียวในมือของแฮร์รี่ก็มีแสงเจิดจ้ายืดออกทั้งหัวท้ายกลายเป็นท่อนไม้เพรียวยาวเกือบเท่าความสูงของพ่อมด ประดับปลายด้านบนสุดด้วยหินโปร่งใสเป็นประกายสีทองวาววับ เขายกไม้เท้าขึ้นสูงเหนือศีรษะแล้วกระแทกลงกับพื้น ก่อให้เกิดลมแรงกระจายออกไปไกลในแนวราบและหยุดเสียงทุกเสียงจนเงียบสนิทในทันที

 

“นั่น..นั่น” ดวงตาสีเขียวลุกวาว ใบหน้าออกอาการเหมือนเด็กน้อยได้ของเล่นที่ไม่คาดฝันว่าจะมีโอกาสครอบครอง “เวทมนตร์หรือขอรับ นั่นของจริงใช่ไหม ท่านเสกมันขึ้นมาจริงๆหรือ”

 

ปฏิกิริยาของเอ็กซี่ทำให้แฮร์รี่แปลกใจเล็กน้อยเพราะไม่มีใครตื่นเต้นกับเวทมนตร์ของเขามานานมากแล้ว ท่าทางเหมือนเด็กเล็กๆเช่นนั้นจึงทำให้อดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้

 

“ข้าเป็นพ่อมด เรื่องแค่นี้ก็ต้องทำได้สิ”

 

“แต่ข้าก็ยังรู้สึกว่ายอดเยี่ยมมากๆอยู่ดี ตั้งแต่เกิดมาข้าไม่เคยเห็นเวทมนตร์ใกล้มากขนาดนี้มาก่อนเลยขอรับ”

 

แฮร์รี่ลูบหัวเด็กหนุ่มเบาๆ ใบหน้าอมสีชมพูจางยิ่งแดงขึ้นอีกเมื่อมือของพ่อมดสัมผัสถูกแก้มร้อนผ่าวของเขา ถึงแม้แฮร์รี่จะบอกเรื่องเวทมนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อถอนคำสาปแล้วแต่เอ็กซี่ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่านั่นคือความรู้สึกที่เกิดจากเวทมนตร์หรือเป็นความรู้สึกจริงๆจากข้างในกันแน่

 

“ถอยมาอยู่ข้างหลัง ข้าต้องใช้พื้นที่ข้างหน้านี่”

 

เด็กหนุ่มถอยตามคำสั่งทันที “จะทำอะไรหรือขอรับ…”

 

หินโปร่งใสขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือบนไม้เท้าส่องวูบวาบแล้วระเบิดแสงสว่างยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ เอ็กซี่ยกมือขึ้นบังแล้วหลับตาแน่น เขาได้ยินเสียงเหมือนลมหมุนพัดโหมไปรอบๆ รู้สึกว่าพื้นหินที่ยืนอยู่เริ่มสั่นราวกับแผ่นดินไหว จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องของบางสิ่งดังขึ้นจนแสบแก้วหูจึงค่อยๆลืมตามองภาพที่ทำให้ตนเองต้องเบิกตาและอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

 

สัตว์เวทย์ขนาดยักษ์ปีนขึ้นมาจากช่องว่างลึกเป็นโพรงด้วยวงกลมเวทมนตร์ต่อหน้าคนทั้งสอง สยายปีกคู่ใหญ่แผ่สะบัดโบกพะยุงร่างขึ้นแล้วร่อนลงบนพื้นอย่างสง่างาม นอกจากนัยน์ตาสีเหลืองสว่างแล้วทั้งร่างของมันมีสีดำเงาเป็นมัน ส่วนหัวแบบนกเหยี่ยวซึ่งมีถึงสองกำลังมองไปรอบทิศทาง ลำตัวมีขนนกปกคลุมถึงแค่ช่วงไหล่ และตั้งแต่ไหล่เป็นต้นไปรวมถึงอุ้งเท้าทั้งสี่มีลักษณะแบบเสือดำ

 

แฮร์รี่ยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นเอ็กซี่ตัวสั่นจนเหมือนจะคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ เขาเดินเข้าไปหาสัตว์เวทย์และลูบขนใต้คางเพื่อทักทายสหายเก่า ก่อนจะยื่นมือจับสายบังเหียนแล้วดันตัวขึ้นนั่งบนอานที่ผูกติดกับหลังแข็งแรงของมัน

 

“นี่คืออาเธอร์ ขึ้นมาสิ”

 

เด็กหนุ่มดีใจจนเนื้อเต้นพลางก้าวเท้าอย่างระมัดระวังขณะเข้าใกล้ดวงตาสีเหลืองสองคู่นั้น อาเธอร์ใช้จงอยปากสีดำแตะถึงมือเมื่อเอ็กซี่ยื่นออกไปสัมผัส และพอเริ่มคุ้นชิน เอ็กซี่ก็คว้ามือของแฮร์รี่ที่ส่งมาให้ยึดจับแล้วกระโดดขึ้นซ้อนหลังโดยไม่มีอาการลังเล

 

“จับให้แน่นๆล่ะ”

 

แค่ไม่ถึงหนึ่งนาทีตั้งแต่ก้าวขึ้นไปอยู่บนหลังของอาเธอร์ถือเป็นช่วงเวลายาวนานและทรมานที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของเอ็กซี่เลยก็ว่าได้ อาเธอร์อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยสง่าน่าเกรงขาม แต่การเดินทางด้วยวิธีนี้…ถ้าให้เลือก เอ็กซี่คงยืนยันด้วยทุกสิ่งที่มีว่าการเลือกม้าน่าจะปลอดภัยกับชีวิตมากที่สุดแล้ว

 

จากยอดบนสุดของหอคอย กว่าจะลงถึงพื้นและขาทั้งสองข้างยืนอย่างมั่นคงได้อีกครั้งก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด สติของเอ็กซี่กลับมาตอนที่รู้สึกตัวว่ากำลังเกาะแขนของแฮร์รี่แน่นไม่ยอมปล่อยจนอีกฝ่ายต้องลูบบ่าให้คลายจากอาการตื่นตระหนก ถ้าไม่ติดว่าแฮร์รี่กำลังรีบ เขาก็คงขอทำตัวอกสั่นขวัญแขวนให้โดนปลอบอย่างนี้ไปอีกซักพัก แต่สถานการณ์เร่งด่วนมักไม่เป็นใจดังคาดเมื่อแฮร์รี่ชี้ไปยังทางข้างหน้าซึ่งเป็นจุดหมายที่พวกเขาต้องเดินเท้าต่อเข้าไปอีกเล็กน้อย ผ่านพื้นหญ้าโล่งและทางราบเรียบมุ่งสู่คฤหาสน์ที่อยู่ทางด้านข้างห่างจากปราสาทไม่ไกลมากนัก

 

“เรือนรับรองไว้ใช้ต้อนรับแขกนอกเหนือจากแขกของพระราชา ถ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ ข้าก็อับจนปัญญาจะคิดออก” แฮร์รี่หันไปเปรยกับเอ็กซี่หลังจากใช้ไม้เท้าเคาะบานประตูดังๆหลายครั้งและมีแค่ความเงียบโต้ตอบกลับมา

 

“ท่านเพอร์ซิวัลกับท่านลานสล็อตอาจไม่ได้อยู่ที่นี่–”

 

ไม่ทันสิ้นเสียง ประตูไม้บานใหญ่ก็แง้มออกเป็นช่องแคบๆคล้ายผู้เปิดตั้งใจดูลาดเลาก่อนว่าใครคือผู้มาเยือน แต่แฮร์รี่ไม่ต้องการรีรออีกต่อไป เขาผลักประตูอย่างเร็วและแรงจนเอ็กซี่ได้ยินเสียงไม้ชนเข้ากับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ตามด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของคนที่อยู่อีกฟากด้านในของประตู

 

“ท่านแฮร์รี่!” น้ำเสียงดีใจเหลือจะเอ่ยเมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยฝั่งตรงข้าม “ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร คำสาปสลายไปหมดแล้วหรือ”

 

“เจ้าโง่ลานสล็อต ข้าอยากจะสาปเจ้าต่อนักเชียว…ว่าแต่ทำไมสภาพเป็นเช่นนั้น” แฮร์รี่มองดูคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจนถึงครึ่งตัวที่โผล่ออกมานอกบานประตูด้วยสายตาข้องใจ “ทำไมแต่งตัวไม่เรียบร้อย”

 

“เอ้อ…อ้อ…นี่มัน”

 

“ถ้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เปลี่ยนให้เสร็จก่อนสิ เป็นถึงหัวหน้าองค์รักษ์แท้ๆแต่ทำตัวน่าละอายนัก”

 

ลานสล็อตทำไม้ทำมือบอกให้แฮร์รี่ลดเสียงเหมือนกำลังหวั่นเกรงอะไรบางอย่าง เขารีบติดกระดุมเสื้อจนครบและทำท่าประหลาดๆที่ฝ่ายพ่อมดไม่สามารถแปลได้แม้ว่าจะเข้าใจหลากหลายภาษาจากอาณาจักรต่างๆโดยรอบก็ตาม เอ็กซี่ซึ่งซ่อนอยู่หลังแฮร์รี่แทรกตัวออกมาชะเง้อมองบ้างแล้วเอ่ยถามลานสล็อตในทันที

 

“ท่านเพอร์ซิวัลอยู่กับท่านหรือไม่ขอรับท่านลานสล็อต”

 

ลานสล็อตมองหน้าเอ็กซี่ครู่หนึ่งก็เบิ่งตาโต เขาหัวเราะร่าแล้วเดินเข้าไปตบบ่าเด็กหนุ่มอย่างยินดี “เจ้าคือเอ็กซี่! คำสาปของเจ้าคลายแล้วหรือ ตั้งแต่เมื่อไรกัน”

 

“ก็ตั้งแต่ที่ข้าโผล่มาช่วยเขาเพราะกำลังคิดว่าเจ้าโง่คนเดิมทำให้คำสาปย้อนกลับมาอีกแล้วน่ะสิ”

 

คำพูดของแฮร์รี่ทำให้ทั้งสองคนหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

“ตกลงท่านเพอร์ซิวัลอยู่ที่นี่หรือเปล่าขอรับ”

 

ยังไม่ทันที่ลานสล็อตจะเอ่ยคำใดก็มีเสียงโหวกเหวกจากด้านหลังดังขัดขึ้นมาเสียก่อน และเสียงนั้นเองทำให้เอ็กซี่รีบแทรกตัวผ่านอีกสองคนเข้าไปในเรือนรับรองเพื่อพบกับคนที่เป็นเป้าหมายในการตามหาของเขาและพ่อมด

 

“เอ็กซี่! เป็นเจ้าจริงๆ ให้ตายเถอะ ข้าดีใจเหลือเกินที่เจ้าฟื้นกลับมาอีกครั้ง” เพอร์ซิวัลโผเข้ากอดเด็กหนุ่มแล้วใช้สายตาตรวจดูทั่วทั้งตัว “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยังปกติดีอยู่ใช่หรือเปล่า เจ้าฟื้นได้อย่างไรแล้วใครเป็นคนช่วยเจ้าออกมา”

 

คำถามกระหน่ำเข้าใส่รัวเร็วทำให้เอ็กซี่มึนงงชั่วขณะเพราะไม่รู้จะเริ่มตอบคำถามไหนก่อนดี เขาอ้ำๆอึ้งๆ หันไปทางแฮร์รี่เหมือนขอความเห็นและตอบแค่เพียงว่า “ข้าสบายดี ท่านแฮร์รี่เป็นคนช่วยข้าไว้ขอรับ”

 

“แฮร์รี่? เขาคือใครหรือ?”

 

พ่อมดสะบัดเสื้อคลุมใส่หน้าลานสล็อตแล้วเดินออกมายืนเคียงข้างเอ็กซี่ เขาโค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนแนะนำตัวด้วยท่าทีสุภาพต่อแขกต่างเมืองผู้สูงศักดิ์ “ข้าคือแฮร์รี่ เป็นพ่อมดสูงสุดแห่งอาณาจักรคิงส์แมน ท่านคงจะเป็นเจ้าชายเพอร์ซิวัล”

 

“ใช่แล้ว ข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไรดีที่ช่วยเอ็กซี่เอาไว้…” เพอร์ซิวัลเพิ่งนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ เขามองสลับไปมาระหว่างพ่อมดกับเด็กหนุ่มแล้วพูดเหมือนไม่ค่อยมั่นใจนัก “หมายความว่าท่านกับเขา…” เจ้าชายอึกอักครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาในที่สุด “ต้อง..อะ..เอ่อ..จุมพิต… ช่างมันเถอะ ทั้งสองคนเป็นบุคคลแห่งโชคต่อกันเช่นนั้นหรือ”

 

“ขอรับเจ้าชาย” “ท่านเข้าใจผิดแล้ว”

 

คนพูดทั้งสองมองตากัน คนฟังทั้งสองก็มองหน้ากัน ฝ่ายพ่อมดซึ่งดูเฉยชาในทีแรก กลับผ่อนลงเมื่อเห็นเด็กหนุ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เต็มแก่หลังจากได้ยินคำพูดของเขา

 

แฮร์รี่กระแอมไอเล็กน้อยแล้วรีบพูดต่อ “เวทมนตร์ที่มีผลในการแก้คำสาปทั้งของลานสล็อตและเอ็กซี่ ข้าเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง เหตุนี้มันจึงไม่มีผลกับข้า แต่สำหรับคนอื่นก็เห็นชัดว่ามันยังทำงานได้ดีอยู่”

 

“หมายความว่า…” ทั้งสามคนเผลอพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

“หมายความว่าเงื่อนไขของเวทมนตร์เป็นเช่นไร มันก็จะเป็นตามนั้นต่อไปอย่างไรล่ะ”

 

เอ็กซี่ฉีกยิ้มกว้างให้กับอาการกระแอมแก้เก้อของพ่อมด ส่วนลานสล็อตกับเพอร์ซิวัลต่างคนต่างลอบถอนหายใจเบาๆเหมือนโล่งอก

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าคงไม่กลับไปกับข้าใช่ไหมเอ็กซี่” เจ้าชายถาม รู้ทั้งรู้ว่าผลลัพธ์คืออีกฝ่ายคงต้องเลือกอยู่กับคู่ชะตาของตนเองแต่ความคิดของเขาก็ถูกแฮร์รี่ขัดเอาไว้ได้ทัน

 

“สำหรับเรื่องนี้ข้ามีบางอย่างจะขอร้องท่าน”

 

“ได้แน่นอน ถ้าช่วยได้ข้าจะช่วย”

 

แฮร์รี่ยกมือขึ้นแบค้างไว้โดยไม่มีสิ่งใดวางอยู่บนนั้น ทันทีที่เขาพึมพำร่ายคาถาก็มีแสงวิบวับเหมือนพลุเล็กๆมากมายกระจายไปรอบๆมือของเขา ทั้งแสงทั้งควันก่อตัวรวมกันเป็นม้วนกระดาษม้วนหนึ่งมีเชือกพันรอบและตราประทับขี้ผึ้งปิดผนึกเอาไว้

 

“นี่คือพระราชสาสน์จากเจ้าหญิงร็อกซานน์ และข้าคิดว่าท่านคือผู้ที่คู่ควรสำหรับสิ่งนี้”

 

เพอร์ซิวัลรับม้วนกระดาษมาแล้วเปิดออกอ่าน ข้อความหลายบรรทัดเขียนด้วยตัวอักษรอย่างประณีตบรรจงมีใจความสำคัญถึงการมอบอำนาจในการปกครองอาณาจักรแก่ผู้เหมาะสม เจ้าชายเงยหน้าขึ้นมองพ่อมดผู้มอบความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงให้และเห็นยิ้มบางๆพร้อมกับพยักหน้าเบาๆเพื่อย้ำว่าที่เขาเลือกเพอร์ซิวัลนั้นเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว

 

“คิงส์แมนไม่ควรร้างกษัตริย์นานเกินกว่านี้” แฮร์รี่เดินเข้าไปคุกเข่าลงต่อหน้าว่าที่พระราชาคนใหม่ของอาณาจักร “เจ้าชายเพอร์ซิวัล ท่านคือผู้ที่เหมาะสมที่สุด”

 

คำพูดของแฮร์รี่ไม่มีใครเข้าใจได้ดีไปกว่าเอ็กซี่ที่อยู่ใกล้ชิดสนิทมาตั้งแต่เล็ก เพอร์ซิวัลเป็นคนกล้าหาญ มีน้ำใจงดงามและมีจิตเมตตา ความรู้ความสามารถในด้านการเมืองการปกครองก็ไม่เป็นรองผู้ใดในอาณาจักร ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงเชื่ออย่างสุดใจว่านายของตนจะปกครองอาณาจักรคิงส์แมนได้อย่างดีโดยไม่มีข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น เขาโน้มตัวคุกเข่าตามหลังลานสล็อต  ดึงดาบออกจากฝักแล้วปักลงกับพื้นตรงหน้าตามธรรมเนียมการแสดงความเคารพต่อกษัตริย์ของอาณาจักรตนเอง

 

แต่ผู้ที่ยินดีกับเรื่องนี้ยิ่งกว่าอาจไม่ใช่เอ็กซี่ ยังมีชายอีกคนซึ่งเฝ้ามองเจ้าชายที่กำลังจะกลายเป็นราชาของตนด้วยแววตาลึกซึ้งและสาบานตนว่าจะมอบความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดีเพื่อปกป้องพระราชาองค์ใหม่ ทั้งในฐานะราชา และในฐานะผู้เป็นเจ้าของโชคชะตาของเขาด้วยเช่นกัน

 

 

……

 

 

หลายปีผันผ่านนับจากอาณาจักรคิงส์แมนถูกทำให้ตกอยู่ภายใต้คำสาป ดินแดนเปลี่ยวร้างมีแต่ความทุกข์โศกจนเสียงร่ำลือแผ่ขยายและไม่มีใครกล้าเหยียบย่างเป็นแรมปี บัดนี้หมอกแห่งความหมองเศร้าจางหาย คืนชีวิตให้ผืนแผ่นดิน คืนความรื่นเริง ความงดงามและผู้คนให้กลับมาใช้ชีวิตกันอย่างผาสุกอีกครา

 

“มีสิ่งหนึ่งที่ข้ายังข้องใจไม่หาย ระหว่างที่คิงส์แมนโดนคำสาปจนถึงตอนนี้ที่บ้านเมืองกลับมาเป็นเหมือนเดิม ท่านพ่อมดเมอร์ลินหายไปไหนหรือขอรับ” เอ็กซี่พูดผ่านช่องว่างของม้วนหนังสือกองโตในอ้อมแขนขณะเดินตามแฮร์รี่ผ่านโถงทางเดินกลางปราสาทเพื่อมุ่งหน้าสู่ห้องสมุดตำราเวทย์ที่อยู่ด้านบนสุดของหอคอยทิศใต้

 

“เจ้านั่นน่ะหรือ” แฮร์รี่พ่นลมพลางเอื้อมมือไปจับม้วนหนังสือที่จวนเจียนจะหล่นจากมือของเด็กหนุ่มให้คืนที่ “ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าพ่อมดงี่เง่านั่นนอนเป็นซากกองโตขวางหน้าปราสาทก่อนพวกเจ้ามาถึงไม่นานอย่างไรล่ะ”

 

คำพูดของแฮร์รี่ทำให้เอ็กซี่ตาโตและเกือบปล่อยของในมือทั้งหมดลงพื้น “มังกรนั่นหรือขอรับ!”

 

“ใช่ ดูยิ่งใหญ่ดีใช่มั้ย ตอนแรกข้าคิดว่าจะให้เป็นอนุสรณ์สถานอยู่ตรงนั้นแต่มันเกะกะขวางทางเข้าปราสาทเวลาแขกไปใครมา เลยคิดว่าเอาไปทิ้งคงจะดีกว่า”

 

หลังพูดจบพ่อมดก็หัวเราะลั่นเมื่อเห็นสีหน้าซีดของเอ็กซี่ เขาลูบศีรษะเด็กหนุ่มด้วยความเอ็นดูก่อนจะใช้ไม้เท้าซึ่งถูกเปลี่ยนให้มีความยาวเหลือเพียงครึ่งเดียวชี้ไปที่ปากทางเข้าหอคอยทิศใต้เพื่อบอกว่าถึงจุดหมายปลายทางของเขาแล้ว

 

“ขอบใจมาก เจ้ากลับไปช่วยงานของพระราชาต่อเถอะ”

 

“เกรงว่าวันนี้พระราชาจะไม่มีงานอื่นให้ข้าช่วยได้อีก เพราะฉะนั้น…” เอ็กซี่อมยิ้มอย่างมีเลศนัย “ให้ข้าช่วยงานของท่านได้มั้ยขอรับ”

 

แฮร์รี่พอจะเดาความหมายแฝงเป็นนัยจากผู้พูดได้ เขาตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ส่วนเอ็กซี่ก็ยิ้มกว้างสดใสจนแก้มแทบปริด้วยความยินดี กลายเป็นภาพคุ้นชินที่หากวันใดไม่ได้เห็นก็จะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไปจากชีวิต กว่าจะรู้ตัว เด็กหนุ่มที่คอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลาก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของแฮร์รี่ไปเสียแล้ว

 

หรือว่า…ที่เป็นเช่นนี้เพราะพวกเขาต่างก็เป็นบุคคลแห่งโชคชะตาของกันและกันอย่างแท้จริงก็เป็นได้

 

 

……

 

 

ริมทะเลสาปห่างไกลจากเขตเมืองมีชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขายืนสงบนิ่ง ทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลังแล้วเฝ้ามองสรรพสิ่งดำเนินไปตามวิถีของมันอย่างเงียบๆ และคงจะยืนอยู่อีกนานถ้าไม่มีสิ่งใดมาขัดจังหวะเข้าเสียก่อน

 

เสียงย่ำหญ้าเพียงไม่กี่ก้าว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเสียงของใคร

 

“ข้าก็ชอบที่นี่” คนข้างหลังเอ่ยขึ้นขณะเท้ายังไม่หยุดก้าวเดิน “เวลาอยากอยู่สงบๆข้ามักจะมาที่นี่เสมอ”

 

ผู้ที่ยืนอยู่ก่อนหันหลังมองอีกคนที่เดินเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่ใต้ร่มไม้เดียวกัน

 

“คิงส์แมนเป็นอาณาจักรที่ดี หวังว่าข้าจะปกครองเมืองนี้ได้ดีอย่างที่หลายๆคนหวังไว้”

 

สองมือค่อยๆอ้อมโอบเอวคนข้างหน้าแล้วแนบหน้าผากกับข้างศีรษะของอีกฝ่าย “ไม่ใช่แค่ดี แต่ดียอดเยี่ยม”

 

“ลานสล็อต” ฝ่ายถูกกอดขืนตัวหนีเล็กน้อย “อย่าพูดเช่นนี้เพียงเพราะข้าเป็นราชาหรือเป็น…อะไรอย่างอื่นก็ตาม”

 

“ข้าพูดเพราะเห็นสิ่งที่ท่านทำเพื่ออาณาจักร ไม่ใช่เพราะเป็นพระราชาเพอร์ซิวัล หรือเป็นบุคคลแห่งโชคชะตาของข้าเสียหน่อย”

 

บทสนทนาเว้นช่วงด้วยเสียงจากสายน้ำสลับกับเสียงบรรเลงเพลงของนกหลากชนิด วิวทิวทัศน์คล้ายแผ่นกระจกธรรมชาติของทะเลสาปสะท้อนภาพเนินเขาวางเรียงรายอยู่ที่เส้นขอบฟ้า สายลมโยกเอนต้นไม้ใบหญ้าจนโอนอ่อนผ่อนตาม พัดพาเอาอากาศสดชื่นเย็นสบายชวนให้สูดหายใจเข้าจนชุ่มปอด ทุกๆองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนช่วยให้ความเงียบที่เว้นว่างกลายเป็นช่วงเวลามีค่าอย่างน่าประหลาด

 

เพอร์ซิวัลทาบมือลงบนแขนที่กระชับแน่นรอบเอว และปล่อยให้อีกคนเกินเลยกับร่างกายส่วนอื่นของเขาได้ตามความพอใจ “ถ้าข้าเป็นฝ่ายโดนคำสาปและนอนหลับไม่ฟื้นคืนเหมือนเจ้าหญิง ท่านจะช่วยข้าหรือไม่”

 

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะถ้าเกิดต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นขึ้นมาจริงๆ ข้าคงไม่รู้วิธี” ลานสล็อตดึงตัวพระราชาให้หันมาสบตากับตน ก่อนยกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างไม่คิดปิดบัง “บอกใบ้หน่อยสิ”

 

สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากำลังยิ้มเหมือนรู้ทัน เพอร์ซิวัลหลับตาลง รอให้ลานสล็อตโน้มใบหน้าเข้าหาจึงกระซิบผ่านช่องว่างเล็กน้อยระหว่างริมฝีปากของพวกเขา

 

 

“Kiss me”

 

 


 

World kiss day ย้อนหลังด้วย ฉลองโมเมนต์อ้อย-ลุงในงาน SDCC ด้วย ><

ป.ล. ศัพท์แสงในเรื่องเพี้ยนเยอะเพราะใช้ไม่ถูกจริงๆ ขออภัยและขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ค่ะ

 

 

ลงแบบเศร้าๆ แต่ชีวิตมันต้องเดินต่อไป

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s