[DToL – shapeshifters AU FanFic] The Secret Life Of Alpha And Omega

 

 

SAO

 

A Secret

 

โทเบียส ฟอล์กเนอร์ กำลังใช้ดวงตาสีเขียวจ้องมองเงาดำแปลกตาในห้องรับแขก

 

ก้อนขนฟูขนาดใหญ่เท่าตัวคนวางตั้งอยู่บนโซฟา ท่านั่งของมันช่างประหลาดนัก คงเป็นเพราะขนาดไม่สมดุลกับสิ่งที่พึ่งพิงอยู่มันจึงเอนตัวพับตัวอ่อนจนส่วนหัวล้มเกือบติดที่วางแขน โทเบียสยืนพินิจอีกครู่หนึ่ง ชั่งใจระหว่างความรู้สึกชวนขบขันและประหลาดใจกับภาพที่เห็น แต่เสียงฝีเท้าจากทางด้านหลังก็ขัดจังหวะก่อนจะทันคิดอะไรไปมากกว่านี้

 

“ไมเคิล นี่อะไร” เขาถามคนที่เดินตามเข้ามาในห้องหลังจากเปิดสวิทช์ไฟจนสว่างและมองเห็นสิ่งนั้นได้ถนัดตา

 

“ดูเหมือนจะเป็นกระต่ายนะ” ไมเคิล เฟย์ ยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอี้ยวตัวกลับมามองพร้อมคิ้วพันกันยุ่งอยู่เหนือกรอบแว่น

 

“ก็ดูเป็นกระต่ายอยู่หรอก แต่ทำไมถึงมีตุ๊กตากระต่ายอยู่ในบ้านได้” โทเบียสเดินเข้าไปจับหัวตุ๊กตาขนสั้นหูยาวให้ตั้งตรงแต่ความหนักของหัวทำให้มันเอียงไหลลงไปอีกด้าน ขนละเอียดค่อยๆเลื่อนผ่านมือของเขาจนอดลูบย้อนกลับไปกลับมาไม่ได้

 

“นุ่มมือดี” เขาพูดขณะที่มือยังคงสำรวจขนต่อไป “เนื่องในโอกาสอะไรบอกได้มั้ย”

 

“ไม่มีโอกาสอะไร แค่คิดว่าคุณอาจจะชอบถ้ามีมันอยู่ด้วยในช่วงฮีท”

 

ท่าทางของโทเบียสทำให้ไมเคิลโล่งใจขึ้นบ้างเนื่องจากกลัวอีกฝ่ายจะมองว่าตุ๊กตาเป็นเรื่องไร้สาระ เขารู้ว่าเมื่อโอเมก้าเข้าสู่ช่วงฮีทจะรวบรวมสิ่งของนุ่มๆมาไว้ใกล้ตัวซึ่งเป็นผลมาจากสัญชาตญาณการสร้างรังโดยธรรมชาติ ถึงแม้ภายในบ้านจะมีของที่ว่ามากพออยู่แล้ว แต่อีกเหตุผลหนึ่งนอกเหนือจากเรื่องของสัญชาตญาณก็อาจเป็นแค่เพราะเขาอยากให้กระมัง

 

ตุ๊กตากระต่ายยักษ์ทำหน้าที่ของมันอย่างดีแม้ว่าตอนที่โทเบียสได้รับจากไมเคิลจะเลยช่วงฮีทของเขาแล้วก็ตาม วันหนึ่งโทเบียสเหลือบเห็นเจ้ากระต่ายตัวใหญ่นั่งตัวเอียงอยู่ตรงมุมห้องจึงขยับโต๊ะกลางในห้องรับแขกให้มีพื้นที่สำหรับนั่งกับพื้นมากขึ้น แล้วอุ้มกึ่งลากตุ๊กตามาตรงหน้าโซฟาเพื่อดันเจ้ากระต่ายอ่อนน้อมถ่อมตนไม่ให้หงายหลังนอนแผ่ราบไปทางใดทางหนึ่ง เมื่อจัดที่เสร็จเรียบร้อย แพทย์นิติเวชก็ยืนมองที่ทำงานนั่งพื้นแบบง่ายๆโดยมีหมอนหนุนทั้งนุ่มทั้งใหญ่เอาไว้พิงหลังอย่างพึงพอใจ

 

……

 

ค่ำคืนของการทำงานล่วงเวลาเป็นสิ่งที่ไมเคิลคุ้นชินด้วยตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่คืนนี้แตกต่างจากคืนไหนๆเพราะการสะสางงานเป็นไปอย่างราบรื่นจนน่าแปลกใจและเหลือเฉพาะงานที่จำเป็นต้องรอทำต่อในวันรุ่งขึ้น  จึงเป็นเหตุผลให้เขาสามารถกลับบ้านได้เร็วกว่าปกติเพียงเล็กน้อยจากที่มักมีความจำเป็นต้องลุยงานจนดึกดื่น แต่การกลับบ้านสายเกินกว่าจะเรียกว่าค่ำ หรือเช้าเกินกว่าจะเรียกว่าดึกของไมเคิล ทำให้เขาต้องมาหยุดยืนนิ่งเหมือนกำลังคิดว่าควรจะทำอย่างไรกับภาพที่เห็นนี่ดี

 

ในห้องรับแขกถูกปรับพื้นที่เป็นอาณาจักรของกระต่ายยักษ์นอนตะแคงข้างกับพื้นหน้าโซฟา นั่นคือสิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกเมื่อเดินเข้ามาในห้อง และถัดจากนั้น…แมว?

 

ไมเคิลเดินเข้าไปดูใกล้ๆ โต๊ะกลางในห้องพร้อมอุปกรณ์การทำงานรวมถึงเอกสารต่างๆที่อยู่บนนั้นถูกดันให้ห่างจากโซฟาจนเกิดช่องกว้างโดยมีตุ๊กตาตัวใหญ่นอนหันหลังให้เขา แขนข้างหนึ่งของมันกลายเป็นหมอนชั่วคราวให้ใครบางคนนอนหนุนขณะที่แขนของเขาคนนั้นก็วางโอบอยู่บนขนนุ่มกลางตัวกระต่ายเช่นกัน ใบหน้าพริ้มหลับสนิทซุกใต้ขนคางสีนวล ดูมีความสุขกับการนอนเสียจนไมเคิลไม่อยากคิดปลุกแม้แต่นิดเดียว

 

สารวัตรแผนกสืบสวนคดีฆาตกรรมสังกัดตำรวจนครบาลยืนกอดอกและนิ่งคิด แต่แล้วมือของเขาก็ล้วงหาบางสิ่งในกระเป๋าเสื้อโค้ตและหันไปทางที่ทั้งคนทั้งกระต่ายนอนอยู่ นิ้วมือจ่อเหนือรูปภาพกล้องถ่ายรูปบนหน้าจอสี่เหลี่ยมแนวตั้ง ลังเลว่าจะกดนิ้วลงไปตรงปุ่มชัตเตอร์ หรือจะเปลี่ยนโหมดเป็นกล้องวีดิโอแทนดี

 

คนในจอภาพมีการเคลื่อนไหวทำให้เขาตกใจราวกับเป็นผู้ต้องหาโดนซุ่มดักจับแบบไม่ให้รู้ตัว เมื่อมั่นใจว่าแค่ขยับแต่ยังไม่ตื่น ไมเคิลก็ตัดสินใจกดปุ่มถ่ายภาพนิ่งหลายครั้ง จัดมุม หาท่าทางเพื่อให้ได้องค์ประกอบที่เหมาะสมแล้วกดถ่ายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ภาพถูกใจในที่สุด

 

……

 

สัมผัสอุ่นของอุณหภูมิร่างกายค่อยๆคืบคลานจากด้านหลัง ขยับมาเอว แล้วเลื่อนมาจนถึงท้องด้านหน้า โทเบียสสะดุ้งเล็กน้อยและกะพริบตาถี่เหมือนยังไม่หายจากอาการง่วงนอน กำลังจะหันศีรษะไปข้างหลังแต่เจอกับลมหายใจร้อนเป่ารดข้างหูจึงตบลงบนมือที่กอดเอวของตนเบาๆเป็นการทักทายแทน

 

“กลับมาแล้วเหรอ”

 

น้ำเสียงของแพทย์นิติเวชที่เพิ่งตื่นจากการพักสายตาแหบแห้งนิดหน่อย พยายามดันตัวลุกขึ้นแต่นอกจากแขนรอบเอวจะไม่ขยับแล้ว ยังกดตัวของเขาเอาไว้ให้นอนลงอย่างเดิมอีกด้วย

 

“คืนนี้นอนแบบนี้ก็ได้” ไมเคิลกดจมูกซุกกับผมสีทรายแล้วขยับตัวเข้าหาไออุ่นจากคนข้างหน้า “นอนหนุนแขนกระต่ายก็นิ่มดีเหมือนกัน”

 

โทเบียสครางอือในลำคอ ตั้งใจกระเถิบให้คนข้างหลังนอนถนัดขึ้นอีกนิดแต่กลายเป็นว่าถูกดึงชิดไปด้านหลังเสียแทน “เดี๋ยวก็ปวดหลังหรอก” เขาปรามเสียงแผ่ว ไม่มีความเข้มงวดปะปนในน้ำเสียงเลยแม้แต่น้อย

 

“งั้นต้องกอดแน่นๆจะได้ไม่ปวด”

 

คำพูดไม่เป็นเหตุเป็นผลของอีกฝ่ายทำให้โทเบียสพ่นลมหัวเราะทั้งๆที่ยังหลับตาและรู้สึกว่าอ้อมกอดรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม ไมเคิลขยับไปมาเพื่อหาตำแหน่งที่ทำให้นอนได้ถนัด จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นเวลาของนิทรา วางเรื่องอื่นไว้ข้างตัวและไม่สนใจอีกต่อไป

 

อากาศภายในห้องรับแขกจะเย็นหรือร้อนก็ไม่อาจแน่ใจได้ รู้แต่ในเวลานี้กลุ่มก้อนกระต่าย แมวและหมา หน้าโซฟากำลังทำให้รอบตัวพวกเขาอบอุ่นขึ้นเพราะอุณหภูมิร่างกายของสองจากสามในกลุ่มนั้น ในขณะที่คนตรงกลางใกล้เคลิ้มหลับเต็มที ก็รู้สึกว่ามีสัมผัสร้อนของมือค่อยๆมุดเข้าใต้เสื้อสเวตเตอร์ ผ่านเสื้อเชิ้ตด้านในสุดเข้าไปจนถึงผิวเนื้อ ลูบเบาๆวนไปเวียนมาและมีทีท่าว่าจะไม่หยุดอยู่แค่ที่เดิมเสียด้วย

 

“นอนดีๆ”

 

โทเบียสหยุดมือที่กำลังรุกรานใต้เนื้อผ้า และฝ่ายล่วงล้ำก็ยอมให้ดึงมือออกมาโดยไม่ขัดขืนใดๆ

 

ยกเว้นเสียงจึ๊กปากเล็กๆน้อยๆที่ไม่ได้อย่างใจก็เท่านั้นเอง

 

……

 

“ดูอะไรอยู่ครับสารวัตร ทำไมดูไปยิ้มไป”

 

วิลเลียม มัสเกรฟ ตำรวจสืบสวนในทีมเดียวกับไมเคิลทักขึ้นเมื่อเห็นเขาดูอะไรบางอย่างในโทรศัพท์มือถือ เลื่อนกลับมากลับไปแล้วนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวเป็นนานสองนาน

 

“ไม่มีอะไรหรอก รูปกระต่ายกับแมวน่ะ”

 

วิลเลียมขมวดคิ้ว หน้าตาแสดงออกว่าคำพูดของอีกฝ่ายฟังดูแปลกนิดหน่อย แต่เขาก็ไม่คิดจะวิพากษ์วิจารณ์ความชอบของหัวหน้าตนเอง เพียงแค่รู้สึกผิดคาดเพราะไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะชอบดูรูปสัตว์โลกน่ารักแบบนั้นด้วย

 

หารู้ไม่

 

ว่าความเข้าใจของเขาผิดทางไปมากทีเดียว

 

 


 

 

O Secret

 

ประตูหน้าบ้านเปิดออกแล้วปิดสนิทอย่างรวดเร็วเพื่อกั้นลมหนาวจากด้านนอกพัดเข้ามาภายใน โทเบียสหยุดยืนให้หายจากอาการตัวสั่นอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งจนอากาศในบ้านทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นจึงเดินตรงไปยังห้องรับแขก ตั้งใจจะนำเอกสารงานที่เอากลับมาทำต่อวางไว้ที่นั่นชั่วคราว แต่สายตาก็ไปเจอร่างๆหนึ่งนอนเหยียดยาวบนโซฟา ไม่ต้องดูใกล้ๆก็รู้ว่าเจ้าตัวกำลังหลับลึกอยู่แน่นอน

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โทเบียสเห็นไมเคิลถือเอาการนอนบนโซฟาเป็นจริงเป็นจังและยึดเป็นฐานที่มั่นเพื่อพักผ่อนเมื่อมีโอกาสราวกับถูกจับจองเป็นเจ้าของพื้นที่อย่างไรอย่างนั้น เขาก้าวเท้าเงียบเชียบเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้า ก้มหยิบหมอนอิงที่ร่วงลงพื้น ในจังหวะเดียวกันได้เห็นสีหน้านอนหลับอย่างสงบสุขก็พอเข้าใจได้ว่าที่เลือกโซฟาคงไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าเพราะว่ามันนอนสบายนั่นเอง

 

“ชอบมานอนตรงนี้ เดี๋ยวก็เป็นหวัดกันพอดี”

 

“……………..”

 

“หืม?” โทเบียสคุกเข่าข้างๆโซฟาแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้เผื่อจะฟังอีกฝ่ายได้ชัดกว่าเดิม “ตื่นแล้วเหรอ”

 

มีแค่เสียงพึมพำเหมือนประโยคแรก ชายหนุ่มพยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนที่กำลังนอนอยู่พูดอะไรบ้าง หรือจะแค่ละเมอ?

 

“ไมเคิล” โทเบียสลดเสียงลงอีกนิดจนเกือบกระซิบ และสิ่งที่ตามมาก็ชวนให้รู้สึกขบขันไม่ใช่น้อย

 

“……ขับตามไปก็ได้…” คนถูกเรียกตอบรับด้วยประโยคเหมือนเป็นคำพูดค้างอยู่ในสมอง ไม่มีเหตุการณ์เริ่มต้นใดๆให้เชื่อมกับคำถามของเขาได้เลย

 

ผู้ฟังนั่งขำอยู่พักหนึ่งและเอาแต่นึกว่าจะตอบคำพูดไม่มีที่มาที่ไปนี้อย่างไรดี สุดท้ายเลยลองถามกลับเพราะอยากรู้ความคิดของคนหลับลึก สิ่งที่ผ่านการประมวลผลจากสมองที่กำลังหลับอยู่จะทำงานยังไงกันนะ

 

แต่ก่อนอื่น เขาคงต้องหุบยิ้มให้ได้เสียก่อน

 

“คุณจะขับรถไปไหน ไมเคิล”

 

“ไปที่นั่นไง…….” ท้ายประโยคจบตรงนั้นแล้วไมเคิลก็โยกศีรษะน้อยๆเหมือนใช้ความคิด “…..บนเก้าอี้”

 

โทเบียสก้มหน้าลงกับแขนทั้งสองที่วางทาบข้างตัวไมเคิล บ่าของเขาสั่นเบาๆเพราะกลั้นหัวเราะไม่ไหวอีกต่อไป อันที่จริงก็พอรู้หรอกว่าการสนทนาในช่วงที่อีกฝ่ายเป็นแบบนี้คงจะไม่ได้เนื้อหาสาระอยู่แล้ว แต่ในเมื่อความอยากรู้อยากเห็นอยู่เหนือสิ่งอื่น เขาจึงพยายามคุมอารมณ์ให้กลับมาสงบเหมือนเดิมแล้วถามต่อ

 

“คุณจะจอดรถบนเก้าอี้งั้นเหรอ”

 

“ไม่…………” คราวนี้ไมเคิลนิ่งไปนานจนโทเบียสสงสัยว่าเขาคงจะหลับจริงๆ กระทั่งมีเสียงตอบกลับมา “…..ไม่มี…กาแฟหมด…แล้ว…”

 

ให้ตายสิ เขาฝันกี่เรื่องภายในเวลาไม่กี่นาทีกันแน่เนี่ย

 

จู่ๆโทเบียสก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเลือกกดถ่ายวีดิโอทันทีโดยไม่ลังเล

 

ก็แค่เก็บไว้เป็นกรณีศึกษาเท่านั้น เพื่อการศึกษา….อีกฝ่ายคงไม่ว่าอะไร

 

“กาแฟหมดก็ต้องไปซื้อใช่ไหม”

 

“ใช่ พา….ไปด้วยล่ะ…”

 

“พาใครไปด้วยนะ?”

 

“คุณหมอ…”

 

คุณหมอ? หมายถึงคุณหมอไหนกัน

 

โทเบียสตัดตัวเองออกเป็นรายชื่อแรกเพราะไมเคิลเลิกเรียกเขาด้วยคำนี้มานานมากแล้วจึงคิดว่าอาจจะเป็นหมอซักคนที่เคยทำงานด้วย แต่เป็นใครกันล่ะ

 

“คุณหมอไหนครับ?” แพทย์นิติเวชขยับหลังตรงแล้วฟังอย่างตั้งใจ อยากรู้จริงๆว่าคุณหมอในฝันของไมเคิลคนนั้นคือใครที่ทำให้เจ้าตัวละเมอถึงเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ได้

 

“….ฟอล์กเนอร์”

 

แย่ล่ะสิ

 

โทเบียสยกมือขึ้นปิดปาก รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ถ้าคนที่สารวัตรแผนกสืบสวนฝันถึงคือเขาแถมเรียกเสียเต็มยศเหมือนเมื่อครั้งที่พบกันช่วงแรกๆ เรื่องในฝันจะเป็นแบบไหนนะ

 

“คุณจะขับรถไปซื้อกาแฟและพาหมอฟอล์กเนอร์ไปด้วย แล้วตอนนี้เขาไม่ได้อยู่กับคุณเหรอ” พูดไปก็อดขำไปไม่ได้ ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องพูดถึงตนเองในรูปแบบของบุคคลในความฝันของคนอื่นแบบนี้มาก่อน

 

“…อยู่บ้าน”

 

“ถ้าอยู่บ้านก็ต้องไปรับก่อนสิครับ”

 

“ใช่………….”

 

ไมเคิลลากท้ายเสียงเบาลงๆและไม่ได้พูดอะไรต่อจนโทเบียสเดาว่าการสนทนาคงจบเพียงเท่านี้เพราะอีกฝ่ายน่าจะหลับจริงๆ เขากดหยุดการถ่ายวีดิโอบนโทรศัพท์มือถือแล้วลุกขึ้นยืนแต่ทว่าก็มีเรื่องให้ต้องหยุดเสียก่อน

 

“….ระวังนะโทบี้”

 

เจ้าของชื่อกลับลงไปนั่งท่าเดิม หน้าตาดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดตอนหยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายต่อจากวีดิโอเมื่อครู่ ในใจกำลังคิดว่าฝันของไมเคิลกลับมาอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบันแล้วอย่างนั้นหรือ

 

“ระวังอะไร ไมเคิล”

 

เขากระซิบถาม ลุ้นเสียยิ่งกว่าว่าคำตอบของไมเคิลหลังจากนี้จะเป็นแบบไหน เพราะไม่ว่าจะเป็นเวลาในฝันถึงหมอฟอล์กเนอร์หรือโทบี้ เขาก็อยากรู้ว่าเป็นฝันเกี่ยวกับอะไรทั้งนั้น

 

“เหมียว…….”

 

โทเบียสซบหน้าลงบนที่นั่งโซฟา มือถือเลื่อนตกจากจุดโฟกัสกลายเป็นการถ่ายภาพแบบไร้จุดหมายโดยไม่รู้ตัว ภาพเคลื่อนไหวจึงได้เป็นเพดานบ้าง โคมไฟห้องบ้าง แต่ไม่ค่อยชัดเจนนักเนื่องจากจอภาพสั่นไหวรุนแรงจนเกือบมองไม่ออกว่ากำลังถ่ายอะไร

 

เสียงร้องแบบแมวซึ่งไม่รู้ว่ามีแมวจริงๆมาปรากฏตัวให้เห็นในฝัน หรือหมายถึงใครกันแน่ สีหน้าของไมเคิลดูสงบนิ่ง ท่าทางมีความสุขกับอะไรก็ตามในความฝันของเขาจนโทเบียสซึ่งดึงมือถือให้ภาพกลับมาตรงโฟกัสเหมือนเดิมยอมปล่อยให้ช่วงเวลาฝันแสนสุขดำเนินต่อไปเงียบๆ คราวนี้เขากดปุ่มปิดการถ่ายภาพเคลื่อนไหวไม่ใช่หยุดเหมือนเมื่อครู่ พอมองดูเวลาบันทึกก็เห็นว่าพวกเขาใช้เวลาคุยกันแค่ราวๆหนึ่งนาที แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นการคุยแบบไม่รู้ตัวที่สนุกไม่เลวเลยทีเดียว

 

ถึงแม้ว่า…เขาจะไม่เข้าใจฝันของไมเคิลเลยซักนิดก็ตาม

 

……

 

วันต่อมามีเสียงโอดแว่วๆให้ได้ยินตามคาดโดยเฉพาะเมื่อทั้งสองคนตั้งใจจะออกไปทำงานพร้อมกันในตอนเช้า นอกจากเรื่องปวดหลัง ไมเคิลยังเปรยว่ารู้สึกเหนื่อยเหมือนนอนไม่พอและสันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะเมื่อคืนเขาฝันหลายเรื่องมากเกินไป

 

คำพูดของคนหน้าตาอิดโรยน้อยๆหลังพวงมาลัยรถทำให้โทเบียสสนใจได้ทันที “หลายเรื่องเลยเหรอ ฝันถึงอะไรบ้างล่ะ” พลางพยายามเก็บน้ำเสียงตื่นเต้นเอาไว้ในใจ

 

“จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่แต่ช่วงแรกๆฝันว่ากำลังขับรถไปไหนซักที่…” มีเสียงพ่นลมเบาๆตามด้วยเสียงกระแอมไอเหมือนจะกลบเกลื่อนอาการแทรกขึ้นมาแวบเดียวตรงช่วงนี้ “แล้วก็ย้ายสถานที่ไปเลย แต่เรียกว่าเปลี่ยนช่วงเวลาน่าจะถูกกว่า”

 

“เปลี่ยนช่วงเวลา?”

 

“ใช่ สถานที่ บรรยากาศมันเหมือนกับ…” ไมเคิลเคาะนิ้วบนพวงมาลัยอย่างใช้ความคิด “ซักสมัยศตวรรษที่สิบเก้าได้”

 

โทเบียสเลิกคิ้ว นั่นย้อนเวลากลับไปไกลเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก “หวังว่าคุณคงไม่ได้ใส่เครื่องแบบของสกอตแลนด์ยาร์ดใช่ไหม”

 

คำถามติดตลกนิดๆเรียกเสียงหัวเราะเบาๆของผู้ฟังได้ทันที “ไม่ใช่หรอก แต่ผมเห็นคุณแต่งตัวคล้ายคุณหมอวัตสันอยู่นะ” เมื่อเห็นโทเบียสหันมองขวับเหมือนข้องใจว่าทำไมไม่เป็นเชอร์ล็อก โฮล์มส์ เขาก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง “ล้อเล่นน่า เสื้อผ้าเท่าที่จำได้ก็…เสื้อฟร็อก ผ้าพันคอ เสื้อโค้ต ประมาณนั้น แถมผมยังเรียกคุณเหมือนตอนที่เราเพิ่งเจอกันด้วย”

 

อ้อ…

 

เพราะอย่างนี้ถึงละเมอเรียกเขาว่าคุณหมอฟอล์กเนอร์สินะ

 

“ถ้าอยู่ในสมัยนั้นจริงพวกเราอาจไม่ได้เจอกัน แต่คงจะเดินสวนกันที่ไหนซักแห่งในลอนดอน ไม่ได้มานั่งคุยหรือหัวเราะกันแบบนี้”

 

“ก็ไม่แน่นะ” ไมเคิลส่งยิ้มให้ “พวกเราอาจรู้จักและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันก็ได้ ใครจะรู้”

 

โทเบียสมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าใสที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆแตะต้องริมฝีปากเบาๆราวกับสายลมอ่อนโยนและนุ่มนวล

 

“อย่างน้อยในยุคนั้นก็ทำแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ” เสียงกระซิบแผ่วลอดออกมาเมื่อไมเคิลผละจากริมฝีปากของเขาชั่วคราว

 

“นั่นสินะ”

 

รอยยิ้มของคนทั้งสองปรากฏเพียงครู่เดียว หลังจากนั้นก็ไม่มีใครใส่ใจเนื้อหาในความฝันเมื่อคืนอีกเลย

 

รวมถึงคำตอบของคำว่า เหมียว ของไมเคิลนั่นก็ด้วย

 

 


 

 

AO Secret

 

ค่ำนี้งานของไมเคิลไม่ต้องลากให้เขาต้องอยู่จนดึก เช่นเดียวกับเป็นจังหวะที่โทเบียสก็เสร็จจากงานพอดีพวกเขาจึงมีโอกาสได้กลับบ้านพร้อมกัน แต่พอเข้าบ้านได้ ไมเคิลก็เดินดุ่มตรงเข้าไปที่อาณาเขตของตน ทิ้งตัวนอนคว่ำบนโซฟาก่อนโทเบียสจะเดินมาถึงห้องรับแขกเสียอีก

 

แพทย์นิติเวชเดินตามมาสมทบ เขาวางสัมภาระลงบนโต๊ะแล้วช่วยคนที่กำลังนอนหมดแรงถอดทั้งโค้ตทั้งสูทตัวนอกออกให้

 

“อายุไม่น้อยแล้ว จะทำงานเหมือนตัวเองยังหนุ่มอยู่ได้ยังไง”

 

เห็นชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไรนักนอกจากพยายามดึงเนคไทออกจากคอและปลดกระดุมเม็ดบนสุดในท่านอนคว่ำ จะว่าดูน่าขันแต่ก็น่าสงสารในความพยายามไปพร้อมๆกัน

 

“ตอนทำงานก็ไม่ทันนึกว่าตัวเองอายุเท่าไหร่ด้วยสิ คุณก็คงเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ” ไมเคิลส่งเนคไทให้โทเบียสแล้ววางศีรษะทิ้งแผ่ลงตามเดิม หลังจากนั้นก็มีพูดอะไรต่ออีกหน่อยแต่ใบหน้าและปากของเขากดอยู่กับโซฟาจึงทำให้ฟังไม่เป็นคำเลยซักนิด

 

“ก็จริง” โทเบียสโยกไหล่และถอดโค้ตของตนเองออกบ้าง “แต่ก็ต้องมีคนคอยเตือนบ้างล่ะนะ” คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าบิดๆเบี้ยวๆของผู้ฟังกระตุกเป็นรอยยิ้มน้อยๆ “ขยับหน่อยสิ”

 

ไมเคิลลืมตาขึ้นแล้วเขยิบตัวตามเมื่อเห็นผู้พูดนั่งเบียดตรงพื้นที่ที่เหลือไม่มาก และรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายขยับไปขยับมาครู่หนึ่ง คงเป็นเพราะกำลังหาท่าให้ตัวเองนั่งได้ถนัดอยู่กระมัง

 

ความรู้สึกต่อมาที่สัมผัสได้คือแรงกดมือตรงช่วงบ่า เลื่อนเข้ามาที่หลังคอแล้วขยับออกจนถึงต้นแขนสลับกลับไปกลับมา น้ำหนักมือที่บีบด้วยแรงพอเหมาะทำให้ความเครียดตึงตั้งแต่คอถึงบ่าคลายลง ไมเคิลหลับตาและผ่อนร่างกายไม่ให้เกร็งเพื่อให้อีกฝ่ายบีบนวดกล้ามเนื้อได้สะดวกมากกว่าเดิม

 

“ยิ้มอะไร” โทเบียสถามด้วยความสงสัย

 

“เปล่า ก็…รู้สึกดี”

 

“รู้สึกดีขึ้นก็ดีแล้ว”

 

“นั่นก็ดีด้วย”

 

หมอนวดจำเป็นใช้นิ้วมือกดวนจากด้านบนจนถึงจุดกลางของกระดูกสะบักแล้ววกกลับไปเริ่มใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง “หมายถึงยังไง ผมไม่เข้าใจ”

 

“ก็…แมวนวดให้ เลยรู้สึกดี”

 

โทเบียสชะลอมือเล็กน้อยและใช้ความคิด สุดท้ายเขาก็เข้าใจทั้งความหมายของยิ้มและคำพูดของไมเคิลว่าคืออะไร

 

ถึงจะเข้าใจเรื่องจุดประสงค์ของการนวดในคนละแง่ แต่โทเบียสก็ไม่ปฏิเสธการนวดตามความหมายของไมเคิล เพราะที่เขาคิด…ก็ถูกต้องส่วนหนึ่งนั่นล่ะ

 

 


 

 

เริ่มแต่งเรื่องนี้ตั้งแต่อ่าน Dark Tales of London (ABO AU) ตอน Double Death ของคุณส้มตอนนี้ค่ะ Link (ชอบตอนนี้มาก แนะนำสุดตัวเลย><) ซึ่ง…เอ่อ…ยาวนานแท้ แต่ก็พยายามจนพอจบได้ก็ดีใจมากเลย ไม่ได้เขียนคู่นี้นานมาก คิดถึงๆ

 

ขอพูดถึง O Secret นิดเดียว

การคุยกับคนนอนละเมอสนุกมากจริงๆค่ะ

 

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s