Fictober 2017 : Kingsman Fanfic

fictober

All Kingsman fanfictions

Pairing : Harry x Eggsy , Mr.Pickle x J.B.

 


 

4th Oct 2017

Nice to meet you [Mr.Pickle x J.B.]

 

 

“งี้ด…”

 

ที่นี่ที่ไหน ทำไมถึงมืดแบบนี้

 

กลัว…น่ากลัว

 

ไม่มีใครเลย คนอื่นๆอยู่ที่ไหนกันหมด

 

“แบรนดอน!”

 

เจ้าบ้านั่นหายไปไหนแล้วนะ

 

ขาสั้นพยายามวิ่งวนไปทั่ว ดวงตากลมโตมองหาเพื่อนของเจ้านายในความมืด

 

“งี้ดดด…”

 

ใครก็ได้

 

เอ็กซี่…

 

“เอ็กซี่ เอ็กซี่ เอ็กซี่!”

 

ความพยายามไร้ผล ต่อให้ตะโกนจนเสียงแหบแห้งก็โดนความมืดและความเงียบกลืนหายไปสิ้น

 

“เอ็กซี่…….”

 

…..

 

เอ๊ะ?

 

จมูกสีดำขยับฟุดฟิดเหมือนได้กลิ่นของอะไรบางอย่าง

 

กลิ่นนี้…ฉันจำได้

 

“ร้องไห้ทำไมเจ้าหนู”

 

หูพับกระดกตั้งตามเสียงเรียก กลิ่นคุ้นเคยเข้ามาใกล้จนชัดเจน ที่คุ้น…ก็เพราะเป็นกลิ่นที่อยู่ใกล้ตัวมาตลอด

 

“ว่าไง เจบี”

 

เจ้าของเสียงเล็กแหลมคือยอร์กเชียร์เทอร์เรียขนสีน้ำตาลแซมดำมันเงากำลังยืนอยู่ข้างๆสุนัขพันธุ์ปั๊กตัวอ้วนกลม ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองฝ่ายที่ตัวใหญ่กว่าตนจนเห็นได้ชัด

 

“คุณพิกเคิล!”

 

เนื้อตัวสั่นด้วยความดีใจ ม้วนขดกลมตรงบั้นท้ายปัดไปปัดมาเท่าที่หางสั้นๆจะอำนวยได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดูเหมือนส่ายก้นมากกว่ากระดิกหางอยู่นั่นเอง

 

“จะบอกว่าไงดี ทั้งยินดีและไม่ยินดีที่ได้เจอเธอ เจ้าหนู”

 

อารมณ์ปลื้มปิติที่เจอใครซักคนหรือหมาซักตัวทำให้เจบีไม่คิดจะสนใจคำพูดของพิกเคิลมากนัก

 

“ผมรู้จักคุณ! ผมเห็นคุณในห้องน้ำบ้านเรา”

 

พิกเคิลเอียงคอไปมา หูขยับปัดไปด้านข้างเล็กน้อย “นั่นก็เคยเป็นบ้านของฉันเหมือนกัน แต่ตอนนี้มันก็แค่ ‘เคย’ เป็นบ้านของพวกเรา”

 

“เคยเป็นเหรอ ทำไมล่ะ”

 

“ไม่มีบ้านอีกแล้ว เจบี เธอก็ด้วย”

 

เจบีหุบลิ้นที่แลบออกระบายความร้อนเมื่อครู่แล้วคิดถึงความหมายของพิกเคิล แต่สุนัขอายุน้อยอย่างมันคิดอะไรลึกลับซับซ้อนเป็นเสียที่ไหน

 

“เรื่องระเบิด เธอจำไม่ได้หรือ”

 

เมื่อพิกเคิลช่วยย้อนความจำให้ เจบีก็นึกขึ้นได้ ครั้งสุดท้ายที่มันรู้สึกตามสัญชาติญาณเตือนภัยของสุนัขคือบางสิ่งกำลังพุ่งเข้ามาหาพร้อมกับเสียงสุดท้ายของแบรนดอน จากนั้นก็มีแสงสว่างจ้าแสบตาตามด้วยเสียงดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก ก่อนจะจบลงด้วยความมืดมิดและเงียบสนิทเหมือนอย่างตอนนี้

 

“เราอยู่ที่ไหนกันล่ะ แล้วเอ็กซี่อยู่ไหน”

 

“พวกเรากับเอ็กซี่ไม่ได้อยู่ในที่เดียวกัน เธอกับเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก”

 

หน้าหงอยประจำสายพันธุ์ยิ่งดูหงอยมากกว่าเดิม เจบีหมอบลงกับพื้นด้วยสีหน้าเศร้าๆ “เอ็กซี่เป็นยังไงบ้าง เขายังสบายดีมั้ย”

 

“เขาสบายดี ดีมากๆ ไม่ต้องห่วง” พิกเคิลเดินเข้าไปใกล้เจบีแล้วใช้จมูกเล็กๆดุนข้างศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ

 

“ลุกขึ้นสิ ฉันจะพาไปดู”

 

สิ้นเสียงของพิกเคิลรอบตัวก็หมุนคว้าง เจบีหลับตามุดหัวกับเท้าหน้าของตนทั้งที่ยังหมอบอยู่แบบนั้น เจ้าหมาน้อยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แต่ว่าเมื่อลืมตา สถานที่ก็เปลี่ยนไปแล้ว

 

บ้านโล่งกว้าง สว่างสดใสและสะอาดตาไม่เหมือนกับบ้านของเอ็กซี่ เจบีส่ายหน้าหันไปมาอย่างกังวล ที่นี่มัน…ที่ไหนล่ะเนี่ย

 

“บ้านใหม่ของเอ็กซี่ยังไงล่ะ ดูสิ”

 

เจ้าหมาน้อยเบิ่งตาโตจนยิ่งกว้างขึ้นไปอีก

 

เอ็กซี่!

 

เขาอยู่ตรงนั้น! กับทิลดี! และ…และ…

 

ลูกหมาที่หน้าตาเหมือนมัน

 

อีกตัว….

 

“เอ็กซี่มีชีวิตใหม่กับครอบครัวของเขาแล้ว”

 

เจบีมองดูพิกเคิลด้วยตาละห้อย แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นพิกเคิลใช้สายตาอย่างเดียวกันมองไปยังทิศทางเดิม

 

มีใครอีกคนนั่งอยู่กับเอ็กซี่และทิลดีในบรรยากาศเหมือนงานเลี้ยงน้ำชา เจบีเคยเห็นเขา ถึงจะนานมาแล้วแต่มันก็จำได้

 

“แฮร์รี่ก็อยู่ที่นี่ด้วย! แล้วนั่นคือ…”

 

“ลูกหมาตัวใหม่ของเขา”

 

พิกเคิลพูดถึงสุนัขที่เอ็กซี่ซื้อให้แฮร์รี่เพื่อช่วยฟื้นความทรงจำซึ่งกลายมาเป็นสุนัขตัวใหม่ของเจ้านายเก่าในภายหลัง

 

“ทุกคนมีครอบครัวใหม่แล้วจริงๆ” เจบีส่งเสียงครางหงิงอย่างเศร้าสร้อย “พวกเขาลืมเราแล้ว”

 

พิกเคิลทำเสียงฟืดในลำคอเหมือนขบขันกับความคิดเด็กน้อย “เธอลองดูพวกเขาดีๆสิ”

 

เจบีมองตามที่พิกเคิลบอกอย่างว่าง่าย

 

“ฉันกับเธออาจจะไม่ได้อยู่กับพวกเขา แต่เราก็มีตัวแทนให้พวกเขาได้คิดถึงเราตลอดไป”

 

ลูกสุนัขในอ้อมแขนของแฮร์รี่และเอ็กซี่ทำให้ทั้งสองนึกย้อนถึงสมัยที่ยังเป็นลูกสุนัขซึ่งถูกเลือกเพื่อให้เคียงบ่าเคียงไหล่ ร่วมทุกข์ร่วมสุขจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกัน กระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

 

“เอ็กซี่จะคิดถึงผมตลอดไปใช่มั้ย”

 

“ใช่แล้ว เราจะอยู่ในความคิดถึงของเขาเสมอ”

 

สุนัขสองตัวต่างสายพันธุ์ยืนมองภาพแห่งความสุขที่ตนเองไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของ แต่ถึงแม้จะได้แต่ยืนมอง เมื่อเห็นอดีตเจ้านายและครอบครัว จิตใจของทั้งสองก็พองโตขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

 

สิ่งที่พวกมันปรารถนา สุดท้ายก็คงเป็นการได้มองเห็นเจ้านายของตนมีความสุขนั่นเอง

 

….

 

“แล้วเอ็กซี่จะเอาไว้ผมไปไว้ในห้องน้ำด้วยรึเปล่า”

 

“เกรงว่าจะไม่ เจบี เธอไม่เหลือแม้แต่ขนด้วยซ้ำ”

 

– + – + – + – + – + – + –

 

6th Oct 2017

Your two tickets [Harry x Eggsy]

 

 

บัตรผ่านหลังเวทีพร้อมตั๋วคอนเสิร์ตเอลตัน จอห์น สองใบชูอยู่ตรงหน้าเอ็กซี่

 

“คืออะไร? แฮร์รี่”

 

“บัตรผ่านหลังเวทีพร้อมตั๋วคอนเสิร์ตเอลตัน จอห์น”

 

“เอ่อ…นั่นผมเห็นแล้ว ผมแค่ไม่เข้าใจ”

 

“จะไม่เข้าใจอะไรอีก นี่ตั๋วคอนเสิร์ตเอลตัน จอห์นเชียวนะ”

 

เอ็กซี่พยักหน้าขึ้นสูงแล้วลงต่ำช้าๆเหมือนเน้นย้ำว่าเขายังอ่าน ภาษาอังกฤษบนนั้นออก

 

“ผมหมายถึงคุณเอาตั๋วมาให้ผมเหรอ หรือแค่…ให้ดู?”

 

แฮร์รี่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยกแก้วมาร์ตินี่ขึ้นจิบเล็กน้อยแล้วยื่น ของในมือทั้งหมดส่งให้ชายหนุ่ม

 

“ไปดูกับทิลดีสิ”

 

ประโยคที่กว่าจะพูดออกมาได้เพราะติดขัดตรงก้อนแข็งที่ลำคอ ตอนเอ่ยปากขอบัตรเขายอมรับว่าขอไปโดยไม่ทันคิด รู้เพียงโอกาสที่เซอร์เอลตัน จอห์น จะอยู่ต่อหน้าแล้วถ้าไม่พูดอะไรซักอย่างก็คงโง่เต็มที แต่สมองเบลอๆไร้ผีเสื้อบินว่อนไปทั่วสั่งการได้ทันเท่านี้ และเพิ่งมาคิดตามทีหลังว่า ทำไมถึงขอมาสองใบ

 

เขาอยาก…ไปดูกับใคร

 

ไปดูกับทิลดีสิ

 

หรือ

 

ไปดูกับฉันมั้ย

 

คำถามหลังถูกปัดออกในช่วงเงียบสั้นๆก่อนจะเปลี่ยนชื่อบุคคลใน คำถามนั้นใหม่ ความรู้สึกระหว่างพูดและหลังพูดไม่ต่างกันมากนัก คงคล้ายกับตอนได้ยินเอ็กซี่พูดเรื่องการไปช่วยแฟนสาวของตน หรือไม่ก็การที่เขาพูดบ่ายเบี่ยงถึงความเดียวดายก่อนตายกระมัง

 

แฮร์รี่ขยับตัวเหมือนอึดอัดเล็กน้อยขณะรอปฏิกิริยาของเอ็กซี่

 

“คุณขอตั๋วมาสองใบให้ผมไปดูกับแฟนในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน แบบนั้นน่ะนะ” เขาถามพลางดึงของในมือแฮร์รี่มาถือไว้ หัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหน้า “คุณจะให้ผมจริงๆใช่มั้ย”

 

“ใช่ ฉันให้เธอ” รู้สึกโล่งที่ยอมปล่อยไป ทั้งตั๋ว ทั้งเอ็กซี่

 

“งั้น…”เอ็กซี่แย่งมาร์ตินี่จากมือคนตรงข้ามยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด “ตั๋วเป็นของผม ผมจะทำยังไงก็ได้”

 

“แน่นอน เธอจะทำยังไงกับมันก็ได้”

 

“คุณจะไปกับผมมั้ย แฮร์รี่”

 

ฝ่ายถูกถามทำหน้าประหลาดใจและได้หน้าทะเล้นแป้นแล้นของ ชายหนุ่มตอบกลับมา

 

“ผมไม่คิดว่าเวลาฉุกละหุกขนาดนั้นคุณจะยังห่วงเดตของผมนะ ถ้าขอแบบไม่รู้ตัว แถมยังขอมาตั้งสองใบ แสดงว่าคุณมีคนที่อยากไปด้วย”

 

เจ้าเด็กบ้า ทำเป็นรู้ดี

 

“แฮร์รี่ คุณจะไปกับผมรึเปล่า”

 

เอ็กซี่ยิ้มกว้าง ส่วนแฮร์รี่แค่พ่นลมหัวเราะ

 

“ไปสิ”

 

– + – + – + – + – + – + –

 

11th Oct 2017

I’m Not  Jealous [Harry x Eggsy]

 

 

“ที่รัก วันนี้ผมคงกลับดึก แฮร์รี่คิดว่าแปลนของสำนักงานใหญ่ ต้องแก้อีกเยอะเลย อ้อ ถ้าคุณง่วงก็นอนก่อนได้เลยไม่ต้องรอนะ”

 

“ผมกะว่าจะอยู่ช่วยแฮร์รี่วางแผนเรื่องการทดสอบเพื่อคัดคนเข้า ทำงาน คงค้างที่บ้านเขาอีกซักคืนสองคืน ขอโทษที่ต้องให้อยู่ บ้านกับเจบีทูนะที่รัก”

 

“เฮ้ๆๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ งานนี้ผมไม่ไปไม่ได้จริงๆ ผมกับ แฮร์รี่ต้องไปตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยที่สเตทส์แมน ช่วยจัดการให้เพื่อเตรียมติดตั้งที่นี่ แค่อาทิตย์เดียวเอง แล้วผม จะซื้อของฝากจากเคนตั๊กกี้กลับไปให้คุณ”

 

“ฉันไดเอทอยู่ ฉันไม่กินไก่ทอด” ทิลดีพูดหลังวางสายไปแล้ว สองวินาที ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายได้ยิน ก็แค่อยากระบายความ หงุดหงิดเล็กๆน้อยๆออกบ้างเท่านั้นเอง

 

คงดีอยู่หรอกถ้าชีวิตหลังแต่งงานจะราบรื่น แต่ทิลดีไม่ได้ หมายความว่าครอบครัวของเธอกำลังมีปัญหา เอ็กซี่ยังเหมือนเดิม เป็นผู้ชายที่ดีและเป็นสามีที่ซื่อสัตย์ไม่ผิดจากคำสาบานแม้แต่น้อย ผิดตรงที่เขาต้องรับหน้าที่เป็นตัวหลักในการดูแลองค์กรสายลับ ร่วมกับอีกหนึ่งพันธมิตรที่มีชื่อว่าสเตทส์แมน กลายเป็นว่าคิงส์แมน ในช่วงเริ่มต้นก่อร่างสร้างตัวขึ้นใหม่ ดึงเวลาคนรักของเธอไปเกือบหมดเสียนี่

 

แต่ที่ยิ่งกว่าคิงส์แมน คือทุกครั้งที่เอ็กซี่อ้าปากเอ่ยอะไรขึ้นมาสักอย่าง ก็เป็นต้องมีคำว่าแฮร์รี่ปะปนอยู่ด้วยทุกครั้งไป

 

อย่าบอกนะว่าเธอ…หึงคนรุ่นพ่อ?

 

ทิลดีหลับตาปี๋เพื่อไล่ความคิดบ้าๆออกไปให้หมด เธอจะหึงแฮร์รี่ทำไมในเมื่อเขาเป็นคนที่เอ็กซี่ยอมรับนับถือ และเป็นต้นแบบของคำว่าสุภาพบุรุษสำหรับเอ็กซี่แท้ๆ

 

ในสมองยังคงวนความคิดเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาขณะที่เธอยืนแอบอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านตัดเสื้อคิงส์แมนบนถนนเซนต์เจมส์จนค่ำมืด ขยับแว่นดำและผ้าคลุมศีรษะเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น เฝ้ามองความเคลื่อนไหวภายในร้านอย่างเงียบๆ

 

เอ็กซี่กำลังเดินสลับกับใครอีกคนอยู่ด้านใน ถึงทั้งสองจะหันหลังให้หน้าร้านแต่ทิลดีก็มั่นใจว่าแผ่นหลังกว้างสง่างามนั้นต้องเป็นของแฮร์รี่อย่างแน่นอน พวกเขาคงคุยงานกันอยู่ มีหัวเราะกันบ้าง ตบแขนตามประสา โอบบ่า ลูบหลัง และมองตาอย่างคนสนิทกัน……..

 

หลังจากเอ็กซี่ได้พบแฮร์รี่อีกครั้ง พวกเขาก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น เรื่องนี้ทิลดีรู้ดีและยังรู้อีกว่าเธอคงไม่มีทางเข้าไปแทรกและทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองลดน้อยถอยลงได้

 

ในเมื่อลดไม่ได้ ก็สนับสนุนเสียเลยดีกว่า

 

เจ้าหญิงแห่งสวีเดนหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าเสื้อโค้ตแล้ววุ่นกับการส่งข้อความโดยไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเปล่าว่าปลายทางของข้อความนั้นถูกส่งไปที่ไหน

 

“ที่รัก ยังทำงานอยู่รึเปล่า ยืนยันตัวตนหน่อยซิว่าอยู่กับสาวที่ไหน” มุมปากยกนิดหน่อยเมื่อกดส่งข้อความ เฝ้ารอคำตอบด้วยใจระทึก

 

“อยู่กับสาวที่ไหนกัน ผมอยู่กับแฮร์รี่”

 

ทิลดีมองเห็นจากจุดที่ตนยืนอยู่ว่าเอ็กซี่ก้มหน้างุดเพื่อพิมพ์ข้อความ จากนั้นแฮร์รี่ก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ อาจเพราะสงสัยว่าอีกฝ่ายทำอะไรอยู่ “ฉันไม่เชื่อหรอก ส่งรูปคู่มาให้ดูสิ” เธอย้ำ แล้วถัดมาอีกครู่หนึ่งเอ็กซี่ก็ยกมือถือขึ้นสูงระดับศีรษะ ขยับตัวจนชิดกับแฮร์รี่ ไม่นานนักมือถือของเธอก็มีเสียงเตือนข้อความใหม่ซึ่งมาพร้อมกับรูปภาพที่เธอต้องการ

 

กดบันทึกภาพทันทีแบบไม่รีรอ ยกมือหนึ่งขึ้นปิดปากได้รูปสวย เพื่อเก็บเสียงหวีดสูงให้ดังเพียงแค่ในใจ

 

อัลบั้มภาพในกล้องมือถือมีรูปของเอ็กซี่กับทิลดีมากมาย และคนรักของเธอก็ไม่เคยขอดูด้วยเหตุผลที่ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาคงเห็นว่ารูปภาพในช่วงหลังๆเป็นรูปของเขาคู่กับใครอื่นเสียส่วนใหญ่เป็นแน่

 

รวมทั้งรูปล่าสุดนี่ด้วย…

 

– + – + – + – + – + – + –

 

18th Oct 2017

Dream comes true [Harry x Eggsy]

 

 

มนุษย์มีความฝัน

 

คนๆเดียวอาจมีได้หลายความฝัน

 

เมื่อฝันหนึ่งจบลง

 

ความฝันอื่นก็ดำเนินต่อไป

 

เช่นเดียวกับเวลา ชีวิต ความหวัง หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่วนเวียนอยู่รอบมนุษย์

 

มีแต่เดินหน้า ไม่ถอยกลับ และไม่มีวันจบสิ้น

 

ในมุมมืด

 

แฮร์รี่กำลังนั่งชันเข่าทอดสายตาไปด้านหน้า หนทางนั้นสว่างกว่า สดใสกว่า เปี่ยมไปด้วยความหวังและพลังชีวิตของคนหนุ่ม

 

ใช่แล้ว…เขากำลังมองดูตัวเอง

 

จิตใจวัยเยาว์ครอบครองร่างกายของเขา ใฝ่ฝันถึงความต้องการในส่วนลึก ซึ่งตรงกันข้ามกับคำว่าสายลับที่เขาเคยเป็นโดยสิ้นเชิง

 

เคยเป็น?…

 

ฤทธิ์ของอัลฟ่าเจลให้ผลอย่างดีเยี่ยม มันทำให้แฮร์รี่ยังมีชีวิตอยู่แต่ตัวตนแท้จริงของเขากลับถูกผลักลงไปอยู่ตรงสุดมุมของจิตใต้สำนัก ปล่อยให้แฮร์รี่ในวัยหนุ่มสนุกกับการทำตามความฝันต่อไป

 

เด็กหนุ่มหน้าตาสดใสร่าเริงตรงหน้าแทบไม่เปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกัน …มันคือฝัน ใช่หรือไม่

 

ความคิดถูกลบล้างด้วยอ้อมกอดแห่งความคิดถึงแสนอ่อนโยนจากเอ็กซี่ แฮร์รี่รู้ว่ามันไม่ใช่มโนภาพจากการร่ำร้องของจิตใต้สำนึกหรือจากจิตสุดท้ายก่อนตายด้วยกระสุนนัดนั้น แต่เป็นของจริง ความฝันของเขาเป็นจริง

 

แฮร์รี่วัยหนุ่มยื่นมือมาหาจากทางสว่างดึงเขาให้ลุกขึ้นยืน “เด็กคนนั้น…เอ็กกี้ เขาต้องการคุณ” พวกเขาสลับที่กัน เพราะถึงเวลาที่แต่ละคนต้องอยู่ในที่ทางของตัวเองจริงๆเสียที “เขาต้องการคุณ และคุณควรกลับไปหาเขา”

 

“เอ็กซี่…”

 

ความดีใจ โล่งใจ และอ้อมแขนอบอุ่นทำให้สีหน้าของแฮร์รี่ผ่อนคลาย เขาไม่เคยเป็นแบบนี้หรือรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

 

นี่หรือที่เรียกกันว่าฝันที่เป็นจริง

 

ความรู้สึกหวั่นไหวนี้ช่างเหมือนกับอยู่ในความฝัน

 

แต่ก็โล่งอกที่ความฝันนั้นเป็นความจริง

 

“ผมเคยมีแฟนคนหนึ่ง”

 

เอ็กซี่เริ่มเล่าเรื่องของตนเอง เรื่องในช่วงหนึ่งปีที่ยังเก็บเงียบไว้ แฮร์รี่นิ่งไปแค่ชั่วเวลาสั้นๆแต่จิตใจภายในกำลังถูกทำให้สะเทือนด้วยความหวั่นไหว ก่อนจะกลบมันด้วยคำว่า “อย่าเลย” เมื่อเอ็กซี่พูดกับเขาว่า เสียใจ

 

“เราไปช่วยแฟนสาวของเธอกัน”

 

……

 

หากกอดนั้นคือฝันที่กลายเป็นจริง เรื่องของเด็กหนุ่มก็คือความจริงที่อยากให้เป็นเพียงแค่ฝันไป

 

– + – + – + – + – + – + –

 

25th Oct 2017

Loser [Harry x Eggsy]

 

 

“ขอต้อนรับกลับมานะ…กาลาฮัด”

 

รอยยิ้มน้อยๆของเจ้าหน้าที่องค์กรอาวุโสส่งมอบให้แก่กันและกันโดยมีเด็กหนุ่มหนึ่งเดียวในห้องยิ้มตามเมื่อเห็นเพื่อนเก่าทั้งสองพบเจออย่างเป็นทางการหลังความจำของแฮร์รี่กลับคืนมาในที่สุด

 

“ผมขอตัวไปแจ้งข่าวกับจินเจอร์ก่อน…เธอเป็นคนของสเตทส์แมน คนที่ช่วยคุณไว้” เมอร์ลินย้ำเผื่อแฮร์รี่จำไม่ได้เพราะไม่มั่นใจว่าความทรงจำของเขาจะซ้อนทับหรือสลับกันยุ่งกับความจำทั้งหมดก่อนหนึ่งปีให้หลังหรือไม่

 

ประตูห้องพักปิดตัวลง แล้วภายในห้องก็เหลือแค่แฮร์รี่ เอ็กซี่ และ ลูกหมาตัวเล็กน่ารักผู้ช่วยในการฟื้นความจำอีกหนึ่งตัวซึ่งดูเหมือนว่ามันจะหลับสนิทในอ้อมแขนเจ้าของใหม่เสียแล้ว

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าเอ็กซี่ ทำไมเงียบไป” แฮร์รี่ถามขณะเดินไปนั่งลงบนเตียงนอน นิ้วมือเกลี่ยที่หลังคอของลูกหมาเบาๆ

 

คนถูกถามไม่ตอบ เขายังคงยืนหันหน้าเข้าหากำแพง ไม่แม้กระทั่งจะมองตามคนถามเลยซักนิด

 

“เอ็กซี่ มีเรื่องอะไรในใจก็บอกมา” แฮร์รี่ถอนหายใจเบาๆ หลังจากเด็กหนุ่มเกริ่นไปแล้วเล็กน้อยว่ามีอะไรเกิดขึ้นมากมาย ตอนนี้เขาพร้อมจะรับฟังทุกอย่างตั้งแต่เรื่องของวาเลนไทน์ เรื่องที่เขาต้องมาอยู่ที่นี่ เรื่องของคิงส์แมน และเรื่องของเอ็กซี่

 

คนตรงหน้าเน้นช่วงอยู่นานพอสมควรเหมือนกำลังชั่งใจ เขาหันหลังกลับแล้วเดินเข้าใกล้แฮร์รี่ ขยับปากและทำหน้าตาคล้าย ลำบากใจกับสิ่งที่ตนต้องการพูดออกมา “ผมแค่…”

 

“แค่อะไร” แฮร์รี่ใช้สายตานิ่งๆมอง รู้ว่าอีกไม่นานเด็กหนุ่มจะต้องพูดจนหมดเปลือกในไม่ช้า เพราะเวลาอยู่ต่อหน้า เอ็กซี่มักพูดตามใจคิดและไม่เคยปิดแฮร์รี่เลยสักครั้ง “ไม่ดีใจที่เจอฉันแล้วรึ”

 

เอ็กซี่เปลี่ยนสีหน้าฉับพลันเมื่อได้ยินแฮร์รี่พูดแบบนั้น “ไม่ใช่ซักหน่อย ผมแค่ข้องใจว่าทำไมคุณจำได้เพราะลูกหมามากกว่าจะ จำได้เพราะผม” พูดจบทั้งหน้าผากทั้งคิ้วก็ย่นจนเห็นเป็นหลายริ้ว เสียงของเขาตะกุกตะกักเหมือนหน้าตาเหลอหลานั่นไม่มีผิด “เอ่อ…คือ… ผมหมายถึง”

 

ท่าทางอึกอักทำให้ผู้ฟังหัวเราะเบาๆทั้งที่ในใจอยากระเบิดเสียงหัวเราะแทบตาย น่าเศร้าที่เอ็กซี่รู้สึกได้และคิดว่ามันช่างงี่เง่าสิ้นดี

 

“ผมอุตส่าห์โน้มน้าวถึงขนาดเปรียบเทียบผีเสื้อกับตัวเอง คิดว่ายังไงคุณก็ต้องจำได้แน่ๆแต่ไม่นึกเลยว่าจะแพ้หมา” เอ็กซี่ทำเป็น เมินอมยิ้มที่คิดไปเองว่าอีกฝ่ายกำลังเย้ยแล้วพูดต่อ “มันอดเจ็บใจไม่ได้จริงๆ เสียชื่อสายลับมือหนึ่งหมด”

 

แฮร์รี่ประคองลูกหมาด้วยมือเดียวแล้วใช้มือที่เหลือตบที่ว่างชวนเอ็กซี่ให้นั่งข้างๆตน “แต่เธอก็ยังหาวิธีทำให้ฉันจำเธอจนได้” รอยยิ้มเอ็นดูบางๆที่เมื่อก่อนเคยเห็นจนชินตาผุดขึ้นตรงมุมปาก “เธอมักจะทำให้ฉันแปลกใจเสมอ แต่ตอนนี้ฉันไม่แปลกใจแล้ว”

 

“ไม่แปลกใจที่ผมทำอะไรงี่เง่าออกไปล่ะสิ” เอ็กซี่ยักไหล่ เขาเองก็ไม่แปลกใจที่ถูกคิดแบบนี้เช่นกัน

 

“เอ็กซี่ ฉันได้รับโอกาสอีกครั้งและอยากพูดเสียตอนนี้เลยว่าเธอทำให้ฉันภูมิใจ เชื่อว่าพ่อของเธอก็คงคิดแบบเดียวกัน” มือข้างเดิมเลื่อนขึ้นจากเตียงเอื้อมไปลูบเบาๆที่ข้างศีรษะของคนข้างตัว บอกชัดไม่ได้ว่าเพราะต้องการปลอบ ให้กำลังใจ หรือมีเหตุผลอื่นใดกันแน่

 

“ถึงเธอจะไม่ชนะเจ้านี่” แฮร์รี่ใช้สายตามองไปที่ลูกหมาตัวน้อยบนตักของเขา “แต่ขอบใจที่ไม่ยอมแพ้กับฉันนะ ฉันเองก็ดีใจที่ได้กลับมา ”

 

“ผมก็ดีใจ ดีใจมากๆ และถ้าเผื่อคุณจำไม่ได้ ผมก็จะพูดอีกครั้งว่าผมต้องการคุณ”

 

หนึ่งปีสำหรับแฮร์รี่เหมือนผ่านไปแค่เพียงนาทีเดียวหลังฟื้นจากความตาย เขาอาจนึกเสียดายที่ไม่ได้อยู่เฝ้าดูความสำเร็จของเอ็กซี่ แต่ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งเด็กคนนี้จะมีปีกแข็งแกร่งเป็นของตัวเองและโบยบินสู่โลกกว้างใหญ่ที่เขาปูทางไว้ให้อย่างสง่างาม แม้จะเสียดาย แต่แฮร์รี่ไม่นึกเสียใจในเมื่อเอ็กซี่เป็นมากยิ่งกว่าที่เขาคาดหวังเอาไว้เสียอีก

 

แฮร์รี่นึกอะไรไม่ออกนอกจากยิ้มรับเมื่อถูกกอดอีกหนและทำได้แค่ตบหลังเพื่อตอบรับความรู้สึกใดๆก็ตามของอีกฝ่าย แขนที่รัดจนแน่นกับใบหน้าซุกอยู่กับบ่าทำให้เสียงเล็ดรอดออกมาไม่ใคร่จะฟังรู้เรื่อง แต่ยังพอฟังออกได้และดึงมุมปากของเขาให้ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม

 

“ยินดีต้อนรับกลับมาครับ”

 

– + – + – + – + – + – + –

 

31st Oct 2017

Make a Wish [Harry x Eggsy]

 

คืนฮาโลวีน

 

เอ็กซี่ยังคงทำงานในฐานะเจ้าหน้าที่คิงส์แมนและประจำอยู่ที่ร้านตัดชุดสูทซึ่งเป็นฉากบังหน้าขององค์กรสายลับอิสระที่ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด วันนี้งานของเขาดูจะล่าช้าอยู่สักหน่อยและกว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย วันฮาโลวีนก็เข้าสู่ช่วงค่ำเสียแล้ว เขาปิดร้าน ขับรถพาแฮร์รี่ไปส่งบ้าน จากนั้นค่อยถึงเวลากลับของเขาเป็นรายการสุดท้าย

 

บ้านหลังใหม่ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากร้าน เขาจึงเลือกขับรถช้าๆเพื่อชมบรรยากาศในคืนฮาโลวีนที่หนึ่งปีจะมีเพียงครั้งเดียว ทว่าเมื่อมองไปยังบ้านหลังใหญ่ข้างหน้าถัดไปอีกสองหลังนับระยะจากสายตาของเอ็กซี่ มีเด็กสองสามคนจับกลุ่มกันทำอะไรบางอย่าง ทันทีที่รถเคลื่อนเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าพวกเขากำลังพยายามทำลายตะเกียงฟักทองที่เจ้าของบ้านเอาออกมาวางประดับไว้ ชายหนุ่มชะลอรถแล้วบีบแตรดังลั่นจนเด็กเหล่านั้นตกใจแล้ววิ่งแตกตื่นไปคนละทิศทาง ทิ้งให้คนห้ามได้แต่นั่งอ้าปากค้างไม่ทันว่ากล่าวตักเตือนอะไรซักคำ

 

“เจ้าเด็กพวกนี้ ทำลายข้าวของคนอื่นได้ยังไง” เอ็กซี่บ่นพึมพำแล้วทำท่าจะเร่งเครื่องเพื่อไปต่อ แต่พอเห็นคนยืนขวางหน้า เขาก็หยุดรถและลดกระจกข้างลงถึงระดับที่สามารถยื่นหน้าออกไปได้

 

แค่จังหวะกะพริบตามอง ใครคนนั้นก็หายไปจากตรงหน้า และเห็นได้จากหางตาว่าย้ายมายืนอยู่ตรงประตูรถฝั่งข้างคนขับแทน

 

จะบอกว่าน่ากลัวก็คงใช่ นั่นคือความคิดแวบแรกของเอ็กซี่เพราะสภาพคนที่กำลังยืนมองเขาอยู่ข้างรถอาจเรียกว่าปกติได้ไม่เต็มปาก ใครหรืออะไรสักอย่างนี้มีหัวเป็นฟักทองแถมแต่งกายด้วยชุดสีดำมอซอทั้งตัว เอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งน่าขนลุกยังไงชอบกล

 

“ขอบคุณที่ช่วย” ท่ายืนโงนเงนไปมากลัวว่าจะล้มให้ได้ “ฉันจะตอบแทนด้วยสิ่งที่คุณปรารถนาหนึ่งอย่าง”

 

เอ็กซี่ตอบกลับด้วยความงุนงง “ให้สิ่งที่ปรารถนาคืออะไร ประโยคฮิตใหม่ของฮาโลวีนเหรอ”

 

“หนึ่งอย่าง” เขาพูดต่อ “คิดให้ดี”

 

ชายปริศนาทิ้งคำพูดไว้แล้วก็เดินหายไปทางหลังรถ แค่ยื่นหน้าออกไปมองตาม เอ็กซี่ก็มองไม่เห็นเขาแล้ว

 

“หนึ่งอย่างงั้นเหรอ”

 

เอ็กซี่หัวเราะขบขันเพราะคิดว่าคงเป็นพวกเพี้ยนเล่นอะไรแปลกๆแต่ถึงอย่างนั้นก็มีความคิดบางอย่างเข้ามาในหัว ถ้าความปรารถนาเพียงหนึ่งจะเป็นจริง เขาต้องการอะไร

 

หลังคำสุดท้ายของความปรารถนาในความคิดจบลง ภาพรอบตัวก็บิดเบี้ยว หมุนคว้างไปมาจนเวียนหัว เอ็กซี่รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกเหวี่ยง ไม่มีรถ ไม่มีถนน หรือบ้านเรือนตามทางที่ประดับดวงไฟและฟักทองอีกต่อไป เขาหลับตาแน่น รอจนทุกอย่างเริ่มกลับเป็นปกติซึ่งสิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความหนาว เสื้อผ้าเปียกโชก มือทั้งสองข้างกำพวงมาลัยรถชื้นๆเอาไว้ รวมถึงอาการหอบเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ภาพหลังแว่นตาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันดูเหมือน…โรงจอดรถใต้น้ำในไฮด์ปาร์กเลยไม่ใช่หรือ

 

เอ็กซี่หันซ้ายขวาเหมือนไม่อยากเชื่อ เขาอยู่ในรถแท็กซี่ที่กลายสภาพเป็นเรือดำน้ำจริงๆ กระจกหน้าแตกละเอียดเป็นช่องกว้าง เนื้อตัวเปียกปอน และได้ยินเสียงเมอร์ลินบ่นอุบอิบอยู่อีกด้านของเครื่องมือสื่อสารที่แว่นตา

 

“เมอร์ลิน! นั่นคุณจริงๆเหรอ”

 

เจ้าของชื่อนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินอย่างนั้น “ก็ฉันจริงๆน่ะสิ โดนชาร์ลีกระแทกหัวมากไปรึไง”

 

“ให้ตายเถอะ นี่มันฝันหรืออะไรเนี่ย” เอ็กซี่รีบลงจากรถแล้วเดินไปเปิดฝาท่อทั้งๆที่เมอร์ลินยังไม่ได้บอกข้อมูลที่เขาต้องการเลยแม้แต่นิดเดียว ก่อนจะเปิดทิ้งไว้แล้วรีบย้อนกลับไปดูหลังรถ ดึงแขนกลของชาร์ลีออกมาแล้วฟาดลงกับพื้นหลายครั้ง

 

“เฮ้ๆๆ เดี๋ยวก่อน จะทำอะไรน่ะ” เมอร์ลินร้องห้าม

 

“ไอ้แขนบ้านี่ควบคุมจากระยะไกล ชาร์ลีทิ้งเอาไว้เพื่อแฮคข้อมูลเรา เขาจะทำลายทุกอย่างของคิงส์แมนรวมทั้งฆ่าสายลับทุกคนด้วย”

 

“หา?? เธอรู้ได้ยังไง แล้ว…แน่ใจเหรอ”

 

“แน่เสียยิ่งกว่าแน่” ชายหนุ่มกัดฟันกรอด “ไอ้บ้านั่นมันเคยทำสำเร็จ แต่ครั้งนี้อย่างหวังเลย”

 

เอ็กซี่ไม่สนว่าเมอร์ลินจะงงกับคำพูดของเขายิ่งกว่าไก่ตาแตก รู้แต่พอพูดออกไปถึงนึกขึ้นได้ ว่านี่คือเรื่องจริงหรือเป็นแค่ฝันกันแน่นะ

 

ช่างเถอะ ถึงจะเป็นความฝันแต่เขาก็จะแก้ไขให้มันถูกต้องเสียตอนนี้นี่ล่ะ

 

ในท้ายสุดเมื่อชาร์ลีไม่ได้ข้อมูล คิงส์แมนก็ไม่ถูกทำลาย อาเธอร์ ร็อกซี่ แบรนดอน เจบี และสายลับทุกคนยังมีชีวิตอยู่ เอ็กซี่เก็บเรื่องข้อปฏิบัติวันสิ้นโลกเอาไว้ไม่พูดถึงอีกแล้วมุ่งหน้าสู่เคนตักกี้กับร็อกซี่แทนเมอร์ลินเพื่อตามหาแฮร์รี่ รวมทั้งใช้วิธีเดิมในการทำให้ความทรงจำของแฮร์รี่คืนมาอย่างง่ายดายท่ามกลางสีหน้าสุดทึ่งของเหล่าสายลับจากสเตทส์แมน

 

หลังจากจัดการป๊อบปี้ ชาร์ลี และโกลเด้นเซอร์เคิลเรียบร้อยแล้วพวกเขาทั้งหมดก็เดินทางกลับอังกฤษ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเกิดขึ้นเนื่องจากสถานะของแฮร์รี่ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นที่ปรึกษาของอาเธอร์ ส่วนชื่อรหัสกาลาฮัด เจ้าของเดิมและคนอื่นๆลงความเห็นให้เอ็กซี่ดำรงตำแหน่งนี้ต่อไป ดังนั้นโต๊ะประชุมของอีกหลายวันถัดมาจึงออกจะแน่นขนัดอยู่สักหน่อย เอ็กซี่มองดูรอบโต๊ะ คนเหล่านี้คือสายลับ คือเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน และคนที่เขานับถือล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีใบหน้าคุ้นเคยทั้งสิ้น เอ็กซี่ยิ้มบางๆ…นี่สิ คือสิ่งที่มันควรจะเป็น

 

ฝ่ามือกำแน่นค่อยๆคลายออกและสัมผัสได้ถึงความชื้นเหงื่อ เอ็กซี่มองมือทั้งสองข้างของตนเอง ปรับสายตากับภาพตรงหน้า และพบว่าเขายังนั่งอยู่ในรถดังเดิม

 

ความรู้สึกเสียววาบแล่นเข้ามาเหมือนวูบหล่นจากที่สูง ชายหนุ่มหันไปรอบตัวอย่างเร็วเพื่อสำรวจดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง รอบข้างมืดสนิทแต่มีแสงจากหลอดไฟประดับ เทียน ตะเกียงฟักทอง เสียงจอแจของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ออกมาตระเวณตามบ้านเพื่อสนุกสนานกับเทศกาลของคืนวันปล่อยผี

 

“หลับในเหรอเรา บ้าชะมัด”

 

เอ็กซี่ค่อยๆเร่งเครื่องเพื่อเดินทางต่อ ในใจยังครุ่นคิดถึงอาการคล้ายคนตื่นจากฝันร้ายเมื่อครู่ ถึงแม้ฝันของเขาจะเป็นฝันดีเพียงใดก็ตาม แต่เมื่อสติกลับคืนจึงได้เข้าใจว่าการตื่นนั่นแหละที่เป็นฝันร้ายสำหรับเขา ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม คนที่จากไปไม่ได้หวนกลับมา คิงส์แมนเวลานี้ยังคงเหลือแต่เขากับแฮร์รี่ในโลกปัจจุบัน และนี่คือความจริง

 

รถยนต์จอดนิ่งสนิทในรั้วบ้านแต่เจ้าของยังไม่ยอมลงจากรถ นึกเสียดายความฝันและพาลสงสัยว่าตนเองเผลอวูบตั้งแต่เมื่อไร จนกระทั่งมีภาพของบุคคลหัวฟักทองปริศนาผุดขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง

 

เอ็กซี่ส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับหัวเราะ ความปรารถนาเป็นจริงแค่ในฝัน แล้วจะเรียกว่าเป็นจริงได้ยังไงกัน

 

ชายหนุ่มสมเพชตัวเองที่คิดว่าจะมีอะไรที่ใกล้เคียงกับเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นในวันฮาโลวีน ความต้องการของเขา ต่อให้ระดมพลังจากวันพิเศษทุกวันในโลก ก็คงทำให้เป็นจริงไม่ได้

 

สายตาของเอ็กซี่มองภาพบรรยากาศในคืนฮาโลวีนเป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะลุกออกจากรถ แล้วเปิดประตูเข้าบ้านโดยไม่ใส่ใจเรื่องฝันหรือภาพหลอนนั่นอีกเลย

 

◇◇◇◇◇◇

 

กริ่งหน้าบ้านส่งเสียงดังตามด้วยเสียงย่ำเท้าของคนฝั่งตรงข้ามกับประตู จากไกลๆค่อยๆใกล้เข้ามาทีละน้อย เอ็กซี่กำลังยืนรอให้ประตูเปิด แล้วสีหน้าประหลาดใจของเจ้าบ้านก็ทำให้เขาอดขำไม่ได้

 

“Trick or treat”

 

“เล่นอะไรน่ะเอ็กซี่ เข้ามาสิ” เจ้าของบ้านเบี่ยงตัวหลบให้แขกยามวิกาลเดินเข้าไปด้านใน “ฉันว่าเธอเลยวัยจะเล่นอะไรแบบนี้แล้วนะ แต่ถ้าอยากได้ขนม…”

 

“ไม่ได้อยากได้ขนมซักหน่อย ผมลืมไปว่าทิลดีกลับสวีเดนตั้งแต่เมื่อวาน อยู่บ้านคนเดียวมันเหงาเลยมาขอค้างด้วย” ผู้มาเยือนกวาดตามองทั่วบ้านด้วยความเคยชิน เขาเคยมาบ้านใหม่ของแฮร์รี่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ยังชวนให้ทึ่งอยู่เช่นเดิมอย่างการตกแต่งบ้านด้วยกรอบรูปที่มีทั้งผีเสื้อและแมลงสต๊าฟอื่นๆอีกหลายชนิด ภาพวาด เครื่องเรือนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยจนชวนสงสัยว่าแฮร์รี่จัดการทำความสะอาดคนเดียวทั้งหมดนี่ได้อย่างไร

 

“บอกทิลดีหรือยังว่ามาค้าง” แฮร์รี่เดินตามหลังเอ็กซี่ไปยังห้องนั่งเล่น เก็บหนังสือบนโต๊ะกลางที่อ่านค้างอยู่มาถือไว้ เขาหรี่ตามองชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วทำตัวตามสบายราวกับเป็นเจ้าของบ้านโดยไม่ต้องรอให้บอก เอียงตัวเล็กน้อยเพื่อล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกวักมือเรียกแฮร์รี่ด้วยสีหน้าร่าเริง

 

“ผมส่งข้อความไปบอกเธอแล้วตอนรออยู่หน้าบ้าน เธอบอกให้ถ่ายรูปส่งเป็นหลักฐานว่าไม่ได้อยู่กับผู้หญิงคนอื่นด้วย”

 

“อีกแล้วเหรอ” แฮร์รี่ถอนหายใจทั้งหลับตา “แน่ใจนะว่าไม่อึดอัดที่ต้องคอยทำแบบนี้น่ะ”

 

เอ็กซี่กดเลือกโหมดถ่ายภาพบนมือถือรอไว้เรียบร้อยก่อนทำหน้าสงสัย “ไม่มีอะไรต้องอึดอัดนี่นา ผมบริสุทธิ์ใจนะ แล้วอีกอย่าง ผมจะไปอยู่กับใครได้นอกจากคุณ”

 

คราวนี้แฮร์รี่ถอนลมหายใจยาวเหยียดและได้แต่คิดว่าช่างมันก็แล้วกันขณะเดินไปนั่งลงข้างเอ็กซี่ ขยับศีรษะให้เข้าใกล้กันอีกนิดหน่อยเมื่ออีกฝ่ายนับถึงสามแล้วกดชัตเตอร์รัวๆ

 

“ฉันว่าเธอน่าจะพูดให้เข้าใจกันเสียที ตอนนี้มือถือของทิลดีคงมีรูปพวกเราเต็มไปหมด”

 

เอ็กซี่ยักไหล่ สายตากำลังวุ่นวายกับการเลือกรูปที่ดีที่สุดส่งให้แฟนสาวของตน “ไม่รู้สิ ผู้หญิงก็ขี้ระแวงแบบนี้แหละ ว่าแต่คุณไม่ว่าอะไรใช่มั้ยที่ผมกวนให้ถ่ายรูปด้วยบ่อยๆ”

 

“แค่ถ่ายรูป ไม่ได้กวนอะไรหรอก”

 

ยิ้มกว้างของเอ็กซี่สดใสยิ่งกว่าแสงจากโคมไฟในห้องทำให้แฮร์รี่รู้สึกแสบตา เขาถอนหายใจเป็นครั้งที่สาม ก่อนจะปล่อยให้คนข้างๆเอนตัวพิงไหล่ตนเองเลือกรูปอย่างสบายใจต่อไป

 

ถึงจะเป็นค่ำคืนสยองขวัญ แต่อย่างน้อยคืนนี้ก็ไม่มีใครต้องทนเหงาล่ะนะ

 

◇◇◇◇◇

 

 

 

 

Advertisements

One thought on “Fictober 2017 : Kingsman Fanfic

  1. 18th Oct 2017
    Dream comes true [Harry x Eggsy]
    อ่านกี่ครั้ง ก็เจ็บจี๊ดทุกครั้ง ฮือออ😢😢😢😢

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s