Dear 2018 ยืนงงในดงหิมะ

ไม่ได้เข้ามาอัพอะไรเลยปีนึงแล้วเหรอเนี่ย orz

ไปเที่ยวเพิ่งกลับมา หลากรสมากส่วนใหญ่จะไปทางเหวอ เลยอยากเอามาลงเป็นข้อมูลไว้เผื่อใครเจอชะตากรรมเดียวกันจะได้รู้ว่า เราคือเพื่อนกัล / ตบบ่าปุปะ

 

 

Trip ปังระยับ ทั้งรอดทั้งดับที่รัสเซีย 22-29 Dec 2018

20181226_204614

 

แสงเหนือจ๋า พี่มาแล้ว

 

ทริปนี้เราใช้เวลาเก็บเงินอยู่ 2 ปี (นาน555 คือจนแต่อยากเที่ยว) ต้นเหตุมาจากอยู่ดีๆอาพี่ก็พูดว่า ไปรัสเซียดูแสงเหนือกันมะ สำหรับเราที่การไปดูแสงเหนือถือเป็นความฝันอย่างนึงที่ไม่มีเพื่อนคนไหนสนใจจะดูก็ตกลงทันทีไม่คิดเยอะ จากนั้นการเก็บเงินวางแผนต่างๆก็เริ่มขึ้นโดยมีข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่เรามีวันหยุดแค่ช่วงปีใหม่เท่านั้น ซึ่ง…เป็นช่วงที่ทุกอย่างแพงหยังเขียด ก็ทำใจไว้แล้วเรื่องค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าทัวร์ แต่ก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินกันไป

 

อาจจะไม่ได้รีวิวสถานที่เที่ยวลงลึกมาก แต่จะเน้นรีวิวไอ้ที่คนอื่นๆไม่ค่อยรีวิวกัน เพราะตอนเราหาข้อมูลก็จะ..ทำไมเรื่องนี้ไม่มีคนพูดถึงเลยอะไรประมาณนี้ ก็เลยอยากจะออกแนวฮาวทูมากกว่า

 

 

Part 1 ไปไหงละนิ

 

 

เมืองที่เราจะไปคือ Murmansk อยู่ทางเหนือของรัสเซียซึ่งเป็นเมืองที่นิยมไปล่าแสงเหนือกัน คนไทยคนจีนไปเที่ยวกันตรึม ส่วนชื่อเมืองถามคนที่นู่นแล้ว อ่านว่า มูร์มันสก์ (มูรรร-มัน-ส-ก) ขอเรียกง่ายๆว่ามูมังแล้วกัน

อารมณ์ประมาณเมืองชายแดน ตอนคนขับอูเบอร์ที่มอสโกถาม เค้าตกใจมากว่าไปทำอะไรที่นั่นน่ะห้ะ (ยูนั่นแหละไม่รู้อัลไล หึหึ)

MMK.png

เราติดต่อไกด์ท้องถิ่นผ่าน Dmitry (คนไทยรู้จักเยอะพอๆกับ Oleg) จนได้อีเมล์ของทีม Value Of The Moment มา (valueofthemoment@yandex.ru คนที่ติดต่อด้วยชื่อไอเรเลีย – ilaria) เราอยู่มูมังวันที่ 23-25 มีเวลาเที่ยวเต็ม 2 วัน ดูแสงเหนือ 2 คืน

สิ่งสำคัญมากๆคือเตรียมเสื้อหนาว ลองจอน บุขน ถุงเท้า ถุงมือ หมวก ฯลฯ ให้พร้อม ตอนซื้อเราตั้งใจเลือกขนเป็ดเท่านั้น ง่ายๆก็ที่แพลตตินั่มนี่แหละ ตัวนึงสองพันกว่าบาท แต่ช่วยให้รอดตายจากอากาศหนาวติดลบเยอะๆได้ก็คุ้ม ช่วงวันแรกยังใส่เสื้อข้างในสองตัว หลังๆเริ่มชินใส่แค่เสื้อยืดตัวเดียวกับโค้ตก็พอ ถุงร้อนก็ช่วยได้เยอะ แต่ถ้าถึง -25 ถุงร้อนก็เอาไม่อยู่ แข็งต่อหน้าต่อตาเลยเถอะ

เรื่องเงิน เราแลกแต่รูเบิลไป เรทตอนนั้น 0.495 บาทต่อรูเบิล ไปเหมือนราชา กลับเยี่ยงยาจก555

 

เริ่มเที่ยว

 

ขอรีวิวเรื่องที่เราไม่รู้ก่อนละกันเนาะ

 

อย่างแรกคือ เราบินกับ Aeroflot เป็นสายการบินประจำชาติรัสเซีย อาพี่โหลดแอพของสายการบินมาแล้วกดเลือกจองที่นั่งแต่กลายเป็นว่าเราเช็คอินออนไลน์ไม่ได้ ก็เลยต้องไปที่เคาน์เตอร์เท่านั้น เพราะงั้นถ้าอยากเช็คอินออนไลน์ก็อย่าเพิ่งเลือกที่นั่งในแอพนะ

เรื่องที่สอง ตรงจุดตรวจพาสปอร์ต ถ้าเป็นคนไทยจะมีจุดตรวจแบบออโต้ไม่ต้องยืนต่อแถว (ขากลับก็มีเหมือนกัน) ตอนไปถึงมีเจ้าหน้าที่ถามว่าคนไทยใช่มั้ย ไม่ต้องต่อแถวนะมาทางนี้ มาช่วยใช้เครื่องนี้หน่อยไม่ค่อยมีคนใช้เลย เรากับอาพี่ก็หัวเราะแล้วพุ่งไปทันที ใช้ง่ายมีเจ้าหน้าที่คอยช่วย ผ่านได้สบายๆ

 

นั่งตรงไหนของเครื่องถึงจะดี (สำหรับคนอยากเลือกที่นั่ง)

 

เครื่อง Aeroflot ที่ไปรัสเซียส่วนใหญ่เป็น Boing 777 ผังที่นั่ง 3-4-3 แออัดพอสมควร เราหาข้อมูลมาว่าให้เลือกแถว K บนๆจะไม่โดนแดด แต่ดูผังเครื่องแล้ว Economy แถวบนคือตั้งแต่ 17K ลงมามันติดปีกเครื่อง! พยายามหาว่ามีใครรีวิวที่นั่งบ้างก็แทบไม่มี เลยจะรีวิวส่วนของเราละกันว่าเลือก 33K กับ 33J วิวตรงๆจะติดปีกแต่ถ้าจะถ่ายรูปก็พอเบี่ยงได้ จะให้ดีเลือกซักแถว 34-35 ก็น่าจะดีกว่า วิวโล่งอยู่ ไม่โดนแดดตลอดทางแน่นอน

DSC_2988.JPGDSC_2985

ที่นั่งมีหนังให้ดู มีช่อง USB ให้ชาร์จมือถือ หูฟังเป็นแบบสองรู เสียงออกรูละข้าง เราลองใช้หูฟังตัวเองเสียบ รูเดียวเสียงก็ออกข้างเดียว กำ

DSC_2991   DSC_3016

บันเทิงมากคือมีหนังของชิปอิชั้นหลายคนเลยที่รัก นี่ก็จิ้มดู Mamma Mia2 ก่อนเพราะยังไม่ได้ดู

DSC_2994DSC_3015.JPGDSC_2998.JPGDSC_3013

รถเข็นน้ำจะมาก่อนอาหาร ถ้าอยากกิน 2 อย่างให้ขอเลยเพราะกว่าจะวนมาอีกก็หลังอาหารค่ะ ที่ลองมาแล้วมีน้ำแอปเปิ้ล ส้ม มะเขือเทศ ส่วนตัวเฉยๆกับแอปเปิ้ล ที่เหลือโอเค

อาหารมื้อแรกตามรูปเลย เนื้อในรูปจำได้ลางๆว่าเป็นไก่ ชอบอันนี้สุด ซอส Thousand Island เปรี้ยวไปหน่อย ขนมปังเหนียวระดับ 10/10 นอกนั้นโอเค ขนมอร่อยค่ะ

DSC_3021

ลงรูปไปเรื่อย ติดปีกเยอะหน่อยแต่วิวฝั่งแถว K สวยจริง

DSC_3017DSC_3030DSC_3035 DSC_3037

พระจันทร์สว่างมาก ท้องฟ้าก็พาสเทลมาก

DSC_3043

อาหารมื้อที่สองมีให้เลือกระหว่างไก่กับเนื้อ เรากับอาพี่เลือกคนละอย่างแต่เค้าหยิบผิดได้ไก่มาทั้งคู่ อดลองเนื้อเลย จานทางซ้ายเป็นมันฝรั่ง (ไกด์บอกว่าคนรัสเซียนิยมกินมันฝรั่ง คือทุกจานต้องมีมันฝรั่ง ไม่รู้อำรึเปล่าแต่เราก็เห็นเยอะจริง) เซ็ตนี้ก็โอเคค่ะ

DSC_3053

เอาล่ะ ลงเครื่องที่มอสโกแล้วต่อเครื่องในประเทศเพื่อไปมูมัง สนามบินที่เราลงชื่อ เชเรเมเตียโว (Sheremetyevo) ถ้า International จะลงที่ Terminal D แต่ถ้าจะต่อเครื่องในประเทศก็ต้องไปที่ Terminal B

ด่านแรกที่ต้องเจอคือ…ไปทางไหนล่ะพ่อ แล้วมหกรรมเดินวนหาทางไปก็มาค่ะ เรามีเวลา 3 ชม.เลยค่อยๆหาไป

สรุปว่าออกมาจากเครื่อง ให้เดินตามทางจนเจอห้องใหญ่ๆซึ่งเราจะเห็นช่องที่ขึ้นว่า for Russian citizens หลายช่องก็ตรงนั้นแหละ ให้ต่อแถวที่ช่อง Passport control (สำหรับต่างชาติ) ก่อนหน้านี้เราเตรียมเอกสารมาเยอะมากเพราะเห็นรีวิวกันว่าโดนถามเยอะ สรุปไม่โดนอะไรเลยค่ะ เค้าถามว่ามาเที่ยวเหรอ ตอบเยส จบ ผ่านอีกแล้ว (แต่เราแนะนำให้เตรียมมาเผื่อโดนขอดูพวกใบจองนู่นนี่ แผนเที่ยว ประมาณนั้น) แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยิ้มนะ ไม่ต้องตกใจ เป็นปกติของคนที่นี่ค่ะ

เจ้าหน้าที่จะให้ใบตม.ขนาดเท่าพาสปอร์ตมา 1 ใบ อย่างที่ทุกคนบอกว่าห้ามหายค่ะ ของเราได้ใช้หลายกรณีเลยเดี๋ยวค่อยเล่าทีหลัง

ต่อมาเราต้องไป Terminal B ซึ่ง…ไปไหงละนิ รู้แต่ต้องนั่งรถไฟไปต่อแต่ไม่มีคนรีวิวทางไป ก็หาเองอีกละ

จากที่เราออกมาเมื่อกี้ก็ไปรับกระเป๋าแล้วเดินมาทางเข้าที่บอกว่า Nothing to declare (ป้ายเขียว) เดินตามป้ายบอกทางไป Terminal B (ระหว่างนี้ถ้าจะซื้อซิมให้ซื้อเลยนะ เพราะที่ Terminal B เราเจอแต่ซิมของยี่ห้อ Beeline ไม่เจอเจ้าอื่นเลย) จากนั้นจะไปอาคารที่รอรถไฟก็ต้องขึ้นชั้น 3 เดินผ่านทางเชื่อม แล้วลงมาชั้น 1 จะเจอจุดรอรถเลย

รถไฟมี 2 ฝั่งซ้ายขวา ขึ้นได้ทั้งคู่ แต่ละขบวนออกทุก 6 นาที เข้าไม่ทันฝั่งนึงก็เดินไปรออีกฝั่งนึงต่อได้ สองขบวนนี้เวลามาต่างกันแค่ 2 นาทีค่ะ

DSC_3059  DSC_3058

พอถึง Terminal B ขึ้นไปชั้น 2 ก็เห็นเคาน์เตอร์เช็คอินละ แล้วก็ไม่มีอะไรยุ่งยากแล้วล่ะ

 

การซื้อซิม

 

จริงๆมีหลายยี่ห้อลองศึกษาราคาดูได้ ของเราซื้อตอนถึง Terminal B แล้วเลยไม่มีให้เลือกเท่าไหร่ ได้ซิม Beeline ในราคา 600 รูเบิล โทร 500 นาที เน็ตไม่จำกัด เร็วปรื๊ดๆ แต่สำคัญมากๆคือให้พนักงานลงทะเบียนซิม ลองใช้เน็ต ลองโทรออกให้เรียบร้อยนะ เบอร์ของที่นี่ขึ้นต้นด้วย +7 คือเห็นว่ามันมี + ที่แป้นแหละแต่ไม่รู้ว่ากดยังไง พนักงานก็บอกว่าให้กดเลข 0 ค้าง บื้อแท้ตู

1310

เครื่อง Aeroflot ในประเทศเป็น Airbus 320 เครื่องเล็กและไม่ได้เลือกที่นั่งเพราะบินเกือบ 4 ทุ่ม กะนอนอย่างเดียวเพราะเวลาไทยคือจะตีสองละ

สนามบินมูมังDSC_3077

สนามบินเล็กมาก น่าจะใหญ่กว่าเอกมัยแค่สองเท่าได้ พอเราออกมารับกระเป๋าก็เจอเหตุเยี่ยงนี้….

DSC_3067

เดี๋ยวเล่าเรื่องเที่ยวก่อน เหตุฉุกเฉินทั้งหลายจะเล่ารายละเอียดตอนจบค่ะ

 

ไกด์นำเที่ยวชื่อ Max มารับเราที่สนามบินตอนตีหนึ่งกว่าๆและอยู่ช่วยเรื่องต่างๆจนเลยตีสอง (ฝั่งขาเข้าปิดตีสอง ปิดแบบปิดไฟเลยแหละ555 แต่ตรงส่วน departure ยังเปิดอยู่) พอไม่สามารถทำอะไรต่อได้แล้วแมกซ์ก็พาไปส่งที่โรมแรม บอกแผนเที่ยววันรุ่งขึ้นแบบคร่าวๆก็ขอตัวกลับ

โรงแรมที่เราเลือกคือ Boutique Hotel Renaissance อยู่ห่างจากรร. Azimut ยอดฮิตของคนไทยไม่ไกลเท่าไหร่ รีเซฟชั่นน่ารักมาก พูดอังกฤษได้นิดหน่อยแต่ในมือถือเปิด Google translate พร้อมมาก พิมพ์โต้ตอบกันรัวๆ555

DSC_3094DSC_3170DSC_3167เพดานห้องอาหารDSC_3169

ห้องไม่ค่อยใหญ่แต่ประทับใจความเรอเนซองส์มาก ตกแต่งสวย ได้มาตรฐาน และมีสายฉีดก้นด้วย อันนี้ดีที่สุดเลยฮือ เสียดายลืมถ่ายรูปในห้อง ได้มาแค่รูปเดียว เฮ้อ

DSC_3084

 

Part 2 หนาวไม่ปรานีที่มูร์มังสก์

 

ตามแผนวันแรกแมกซ์จะพาเราไป Sami village กับ Husky farm เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงใช้เวลาทั้งวันเพราะนั่งรถไปอย่างไกล สองชั่วโมงพี่น้องเอ๊ย แล้วเราเจอ Polar night ซึ่งทำให้มีแสงสว่างแค่ประมาณ 3-4 ชม. (สว่างตอน 11 โมงกว่าๆ เริ่มมืดตอนบ่ายสองกว่าๆ คุณพระ…) ก็ต้องเล่นกับกวาง นั่งลากเลื่อน(ไกด์บังคับ555) ฟังประวัติหมู่บ้านซามี่ นั่งลากเลื่อนน้องๆฮัสกี้(ไกด์ก็บังคับอีก) เล่นกับหมา ซื้อของฝาก ทั้งหมดนี้จบประมาณสี่โมงเย็น

กล้องไปซะแล้วDSCN1126

ตัวนี้รับแขกมาก

มาก…เกิน…DSCN1119DSCN1110

ถามไกด์ว่าคืออะไร ไกด์บอกซากขากวาง แขวนไว้ให้มันกลัว (เชื่อก็บ้าแล้วแม้ก)DSCN1116DSCN1123DSCN1130DSCN1144DSCN1155DSCN1157DSCN1161

อย่าถามถึงความหนาว ถามว่ารอดได้อย่างไรในอุณหภูมิ -25 ดีกว่า ยิ่งตอนนั่งรถเลื่อน, snowmobile, ลากเลื่อนฮัสกี้ แล้วพยายามดิ้นรนเอากล้องมาถ่ายรูปคือประสบการณ์เฉียดตายครั้งหนึ่งของชีวิต แล้วน้องฮัสกี้คือน้ำแข็งเกาะขนทั้งตัว ลูบๆไปมือไม่มีความรู้สึกแล้ว เจอแต่น้ำแข็ง

DSCN1179DSCN1185

ไกด์บอกว่าน้องตัวนี้เป็นดาวของฟาร์มเลยเพราะเฟรนด์ลี่มาก ไม่เห่า นั่งนิ่งนอนนิ่งให้เล่นให้ถ่ายรูป น่ารักจนอยากเอากลับบ้านแต่เหมือนหมีตัวย่อมๆคงอุ้มกลับไม่ไหว

DSCN1188

จบจากฮัสกี้ฟาร์ม แมกซ์ก็พาเรามาหาที่ดูแสงเหนือ ระหว่างนั้นก็คอยเช็คอากาศกับหาสถานที่ที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง และพาเรามาหาอะไรกินรองท้องที่ gas station ซักที่นึง แต่ละคนซื้อฮอตด็อกกับชา ฮอตด็อกก็ดูง่ายๆไม่มีอะไรแต่อร่อยมาก เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย

เสียดายยิ่งกว่าคือโชคไม่เข้าข้าง ฟ้าไม่เปิด เมฆเยอะมาก แห้ว ไม่เจอแสงเหนือ แต่เราไม่แห้วอะโลนเพราะหลายกรุ๊ปที่มาจอดรถรอดูก็ผิดหวังกลับไปเหมือนกัน

คืนแรกได้นอนตีสี่ คืนนี้ไม่น้อยหน้า นอนตีสาม แล้วตื่นเช้าด้วย ไม่รู้เอาพลังมาจากไหน (จริงๆแค่หนาว)

วันต่อมาแผนของเราคือไป Teriberka ออกไปไกลอีกแล้ว 2 ชม. นั่งยาวจนจะหลับ แมกซ์ก็ช่วยให้พวกเราไม่ง่วงด้วยการแวะเป็นพักๆ ลงไปถ่ายรูป หนาวเหมือนจะตาย ขึ้นรถ วนอย่างงี้ 2-3 รอบ 555

หมู่บ้านชาวประมงไร้ชื่อ แสงยามเช้า 11 โมง (?) สวยมากDSC_3097DSC_3098

ช่วงหน้าร้อนตรงนี้เป็นน้ำหมดDSC_3103

พระจันทร์ตอน 11 โมง เอิ่มDSC_3116

เสาส้มๆที่เห็นมีปักไว้ตลอดทางเนื่องจากแถบนี้ตอนหิมะตกหนักเวลาขับรถจะอันตรายมาก ไกด์บอกว่าเสานี้จะช่วยให้คนขับรถสังเกตเห็นถนนได้

DSC_3125DSC_3108

มื้อกลางวันเราแวะกันที่ร้านอาหารใน Teriberka (นั่งๆอยู่ก็เจอทัวร์ไทยทัวร์จีนมาเป็นระยะ คนจีนมามูมังเยอะจริงๆ) จานซ้ายคือสเต็กหมูของอาพี่ ตรงกลางมีก้อนวาซาบิอยู่ด้วย เราชิมแล้วไม่แรงเท่าไหร่ เห็นไกด์บอกว่าเป็นวาซาบิญี่ปุ่นที่เค้าปลูกเอง ส่วนเราเลือกปลา cod จานขวา (ใช่ปลาหิมะรึเปล่าไม่รู้) เหลืองๆนั่นคือมันฝรั่งทั้งหมด เยอะจัด กินไม่หมดเลยเด้อ กินกับซอสขาวๆอร่อยอยู่นะ เหมือนมายองเนสผสมหลายอย่าง ออกเปรี้ยวหน่อยแต่โอเค (มาถึงจุดนี้ใครบอกอาหารรัสเซียไม่อร่อยเราเถียงแน่นอน ยังไม่เจอไม่อร่อยเลย)

DSC_3150

มารัสเซียได้รู้อะไรอย่างนึงคือชาร้อนมีไว้เพื่อช่วยชีวิต5555 การอยู่ในที่หนาวจัดแล้วได้ถือถ้วยชาแค่นี้ก็ไม่ต้องการอะไรแล้วล่ะ

DSCN1198DSCN1200DSCN1208

Arctic Circle กระแสน้ำอุ่นทำให้ทะเลตรงนี้ไม่เป็นน้ำแข็ง

DSCN1212

คืนสุดท้ายเราค่อนข้างถอดใจแล้วว่าคงไม่ได้เจอแสงเหนือเพราะระหว่างวันคือเมฆเยอะมาก วันก่อนที่ฮัสกี้ฟาร์มเจอคนไทย เค้าบอกว่าเจอแต่บางๆ ไม่ระเบิดแบบที่คนอื่นเจอกัน แล้วเราพลาดมาวันนึงแล้วเลยไม่ค่อยหวัง แต่ไกด์ไม่ยอมแพ้ ฮีบอกว่าถ้าไม่เจอเราจะเป็นกรุ๊ปแรกของเค้าที่ไม่เห็นแสงเหนือนะ คิดในใจ อ่อ เราจะเป็นจุดด่างพร้อยในประวัติการทำงานของเค้านี่เอง5555

แล้วการตระเวนหาสถานที่ก็เริ่มขึ้นอีกคืน เห็นความพยายามของไกด์แล้วซูฮกเลย เค้าจอดรถรอแถว Teriberka ตั้งแต่ประมาณ 5 โมงเย็นเพราะคิดว่าแถวนี้ฟ้าเปิดน่าจะได้เห็น รอถึง 2 ทุ่มกว่า เราหลับแล้วตื่นทุกชม.จนเห็นว่าเค้าขับรถไปอีกจุดนึง ที่นี่ฟ้าค่อนข้างโปร่งแต่ยังมีเมฆบ้าง เราก็ลงไปดูดาวเป็นพักๆเพราะตำแหน่งของดาวที่นี่ไม่เหมือนเมืองไทย ซักพักนึงกรุ๊ปของดีมิทรีก็ตามมาเป็นบัสคันใหญ่ คนจีนเต็มรถ รอกันถึงประมาณสามทุ่มแมกซ์ก็เทสต์กล้องแล้วบอกว่าออกมาแล้วนะ แสงเหนือตรงนั้น ก็ชี้ๆให้พวกเราดู

มองด้วยตาเปล่าผิดจากที่คิดไว้มากแต่ไม่แปลกใจเท่าไหร่ แสงเหนือที่เราเห็นจะเป็นเหมือนหมอกๆในความมืดแทบไม่ต่างจากเมฆเลยแต่ยังพอเห็นสีเขียวจางแบบจางมากๆ ซึ่งจะให้เห็นชัดๆยังไงก็ต้องใช้กล้อง ตั้งสปีดชัตเตอร์นานๆหน่อย ของไกด์ถ่ายที่ 8 วิ จนเห็นสีเขียวชัดที่นี้เค้าก็ให้เราเตรียมตัวลงไปถ่ายรูป

 

ยังไม่ได้รูปฮะ ต้องรอเค้าส่งมาให้ แต่บอกได้อย่างนึงตอนถ่ายคือเฉียดตายอีกละจ้ะ แมกซ์บอกพวกยูต้องทำหน้านิ่งๆนะ รูปจะได้ไม่เบลอ เราพยายามมากแล้วแต่หนาวไม่พอ มีลมอีก ถ่ายไปหลายช็อต เกือบทุกรูปเรารอดแต่อาพี่สั่นทุกรูป ถ่ายเสร็จก็พักบ้าง รอเมฆลอยไปบ้าง จนกรุ๊ปของดีมิทรีไม่ไหวต้องกลับไปก่อน ส่วนเราก็รอต่อแต่ดันเกิดปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาซะงั้น ไม่น่ากินชาแมกซ์เลยไม่งั้นคงอยู่ได้ถึงเที่ยงคืนแน่ๆ (แต่เราคิดว่าไม่น่าได้เห็นแล้วเพราะหลังจากนั้นฟ้าก็ปิดยาว) สรุปจบวันแบบได้เห็นแสงเหนือน่อยๆ ไกด์ตื่นเต้นดีใจกว่าลูกทัวร์อีก555

เช้าวันถัดมาเราต้องเก็บของเพื่อไปมอสโกต่อ ตอนเช้าก็ไปเดินเล่นหาข้าวกิน เลยว่าจะเดินไป Azimut เพราะฝั่งตรงข้ามมีห้างใหญ่อยู่ ได้ไปกินแม็คที่สูงที่สุดในโลกด้วย

DSC_3176.JPG

ช่วงนี้ทั่วประเทศรัสเซียตกแต่งไฟสวยมาก รับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่เต็มที่สุดๆ แต่แมกซ์บอกว่าจริงๆสำหรับคนรัสเซีย วันนี้ไม่ใช่คริสต์มาสหรอก(ที่นี่นับถือนิกายออร์โธดอกซ์ซึ่งไม่ได้เชื่อว่าวันที่ 25 ธ.ค.เป็นวันประสูติของพระเยซู แต่เป็น 7 ม.ค.) แต่ก็จัดเหมือนเพราะเป็นเทศกาลประมาณนั้น เหตุผลคงคล้ายๆเมืองไทยแหละ

ก่อนกลับเราแวะร้านข้างทางซื้อปากกาเขียน CD จะเอามาเขียนโปสการ์ด นับเป็นการซื้อที่ท้าทายอยู่นะเพราะเข้าไปถึงเจอคุณป้าคนนึง ถามเค้าว่าพูดอังกฤษได้มั้ย คุณป้าเบะปากแล้วส่ายหน้า เราก็..ได้ เตรียมตัวมาดีค่ะ หยิบมือถือมาพิมพ์ใส่กูเกิลแปลเลยจ้า คุณป้าเห็นก็พยักหน้าแล้วหยิบของให้ เอาแผ่นซีดีมาให้ลองด้วยว่าเขียนได้จริงนะ555 เราก็ถามต่อว่ามีกี่สี ราคาเท่าไหร่ สรุปได้มา 3 สีค่ะ แท่งละ 50 รูเบิล ตก 25 บาทไทย ไม่แพงๆ  Google translate ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ แบบนี้ไปที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวพูดกับใครไม่รู้เรื่องละ มันช่วยได้จริงๆ

ตอนจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย ทั้งเราและคุณป้าก็พูดพร้อมกัน…

คุณป้า – Thank you / เรา – Spasiba

คุณป้าหัวเราะก๊ากเลยค่ะ

 

Part 3 ตะลุยแหลกที่มอสโก

 

เนื่องจากแผนวันแรกเราคิดว่าเครื่องจะลงมอสโกบ่ายสามถึงสี่โมงเย็น กะจะไปเดินถนนอารบัตกับงานคริสต์มาสที่จัตุรัสแดง แผนพับหมดเพราะกว่าจะถึงโรงแรมก็เที่ยงคืนแล้ว เราเรียกอูเบอร์จากสนามบินเข้ามอสโกในราคา 11xx รูเบิล อีกทางเลือกคือนั่งรถไฟด่วน Aero express มาต่อรถใต้ดินเข้าเมือง แต่เราดูแล้ว สำหรับ 2 คนราคาไม่ต่างกันมาก ไม่ต้องแบกกระเป๋าลงสถานรถใต้ดินด้วยเลยเลือกอูเบอร์ ดีที่พี่คนขับชวนคุยด้วยกูเกิล(อีกแล้ว) และพาไปถ่ายรูปที่สถานีโทรทัศน์ของบ้านเค้า ส่งถึงโรงแรมเราก็โปะค่ารถแถมไปอีกนิดค่ะ

สถานีใหญ่โตไปไหน20181225_233918

โหลดแอพ Yandex, Gett, Uber ไว้ได้เลย พี่เค้าวิ่งกันทั้งคืน ยิ่งดึกยิ่งถูกด้วยเอ้อ

 

โรงแรมเราเลือกมั่วๆ555 ได้ Novotel Moscow Centre เพราะดูใน Google map มันอยู่ใกล้สถานีรถใต้ดิน (หน้าหนาวราคาไม่แรงมากเพราะคนไม่ค่อยมาพัก) ซึ่งก็โชคดีมากเพราะมันใกล้จริงๆ ออกจากประตูโรงแรม เลี้ยวขวามาเจอทางเข้าเมโทรเลย

20181228_170141DSC_3182DSC_3184    DSC_3188

แต่ถ้าจะให้แนะนำ ให้เลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานี Arabatskaya เพราะมีสถานีเชื่อมกัน 4 สาย

  • Arabatskaya สายสีฟ้า
  • Arabatskaya สายสีน้ำเงิน (ถนนคนเดินอารบัตอยู่แถวนี้)
  • Borovitskaya สายสีเทา (ไปโรงแรมเราที่สถานี Mendeleyevskaya)
  • Biblioteka สายสีแดง (ไปจัตุรัสแดง)

เมโทรที่นี่จะแยกเป็นสีและตัวเลขค่ะ เดินทางง่ายมากจนเหลือเชื่อ ขนาดขี้หลงอย่างเรายังรอดอ่ะ

ทางลงสูงมากจนเหมือนจะวูบ

DSC_3192    DSC_3196

มีหลายคนพูดถึงการใช้เมโทรก็ตามนั้นเลยค่ะ เดินเข้าสถานีให้มองป้ายข้างบนซึ่งจะแยกให้ว่าฝั่งซ้ายไปทางไหน ขวาไปทางไหน และกำแพงของแต่ละฝั่งก็มีบอกอีก บนรถก็มีป้ายและบอกชื่อสถานีเป็นภาษาอังกฤษ แค่อย่าเผลอหลับก็พอค่ะ

ตอนเดินออกให้มองพื้นไว้ มันจะมีบอกว่าทางออกจากสถานีไปทางไหน หรือถ้าเราจะไปทางเชื่อม จะมีสีและตัวเลขบอกชัดให้เดินตามทางได้เลย ช่วงเดินออกก็มีห้องน้ำเกือบทุกสถานี (เท่าที่เห็นนะ) ยังไม่เคยใช้แต่คิดว่าตอนจะใช้ห้องน้ำก็ใช้บัตรรถแตะเข้าค่ะ

 

บัตรเมโทร

 

มีหลายแบบหลายราคามาก เลือกให้เหมาะกับการเที่ยวจะดีที่สุดค่ะ มีทั้งแบบเติมเงิน เหมาเที่ยว เหมาวัน แบบที่สามารถใช้ได้หลายคนในบัตรเดียวที่ชัวร์ๆคือแบบเหมาเที่ยว เราซื้อ 20 เที่ยว 747 รูเบิล วิธีใช้คืออาพี่ถือบัตร แตะให้เราเข้าก่อนแล้วเค้าค่อยแตะอีกทีเพื่อเข้าตาม เครื่องจะตัดให้ 2 เที่ยว ง่ายมั๊ก

ในความรู้สึกของเรา สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับบัตรเมโทรคือ มันเป็นกระดาษ แถมเราทำยับด้วยมันก็ยังใช้ได้ แม่เจ้า…กะว่าจะหาเวลาชำแหละดูข้างในว่าใส่อะไรไว้บ้าง ทำไมหักพับแบบนั้นแล้วยังใช้ได้อยู่

1309

เราคำนวณการเดินทางแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะเลือกแบบ 40 เที่ยว ราคา 14xx แต่รู้สึกเยอะไป เลยซื้อ 20 เที่ยวแล้วซื้อแบบ 2 เที่ยว 110 รูเบิล อีก 2 ครั้ง รวม 2 คนก็ 440 รูเบิล รวมค่าเมโทรที่เราจ่ายคือ 1187 รูเบิล ถูกกว่าจ่าย 40 เที่ยวอีก แต่ถ้าไม่อยากคิดมากก็เหมา 40 เที่ยวเลยค่ะ ง่ายดี

 

แอพ Yandex metro ควรโหลดไว้นะ และทุกสถานีที่มีสถานีเชื่อมสีอื่น อันนั้นคือเราสามารถเดินเชื่อมจากข้างในได้เลย(มีทางชี้บอก) ไม่ต้องออกจากเมโทรซึ่งทำให้เราไม่ต้องแตะบัตรเสียเที่ยวเพิ่มค่ะ

 

เที่ยววันที่ 26

 

เนื่องจากวันเที่ยวมอสโกของเราไม่ตรงกับเสาร์อาทิตย์ที่ตลาดขายส่ง Izmaylovo เปิด แต่โชคดีที่เพจเที่ยวรัสเซียบอกว่าวันพุธเปิดนะแต่ไม่เยอะมาก แผนวันแรกของเราจึง…ซื้อของฝาก555 แต่กะจะไปช่วงสายๆบ่ายๆ ตอนเช้าเราเลยแวะไป Cathedral of Christ the Saviour ก่อนค่ะ (เปิด10.00-17.00 ลงสถานี Kropotkinskaya สีแดง) ใหญ่โตสวยงามมลังเมลืองมาก เข้าชมฟรีแต่ห้ามถ่ายรูปนะ

DSC_3208DSC_3216DSC_3218

ด้านในจะเป็นประมาณภาพวาดเกี่ยวกับศาสนาบนกำแพงค่ะ และเท่าที่สังเกตทุกโบสถ์ที่มีโดมที่นี่ ตรงโดมด้านในจะเป็นภาพวาดพระเยซูซึ่งน่าจะตั้งใจให้อยู่ตรงจุดสูงสุดของโบสถ์นะ(เดา)

หิมะกับความหนาวค่อนข้างเป็นอุปสรรคอย่างแรง ถ่ายจนกล้องสู้ไม่ไหว

DSC_3222

แม่น้ำเป็นน้ำแข็งหมดแล้ว

DSC_3228DSC_3225DSC_3226

ตลาดอิสไมโลว่าวันพุธถือว่าเปิดเยอะแต่เสาร์อาทิตย์จะเต็มกว่านี้ ถามคนขายบอกว่าปิดสี่โมงเย็น แต่บ่ายสองก็เริ่มเก็บกันแล้ว (ลงสายสีน้ำเงิน Partizanskaya)

DSC_3252

DSC_3254DSC_3256DSC_3262DSC_3271

มื้อกลางวันพึ่งที่ตลาดเลย คุณพี่แข่งกันเรียกลูกค้าน่าดู เราเลือกเมนูเนื้อกับเห็ดย่างบวกชา 2 ถ้วย หมดนี่ 600 รูเบิล ได้ขนมปังมาด้วย มื้อนี้ก็เยอะและอร่อยอีกแล้ว

DSC_3270DSC_3269DSC_3266

ในตลาดมีห้องน้ำด้วยนะ จำทางไม่ค่อยได้ดูตามรูปแทนแล้วกัน ขึ้นไปชั้น 2 ทางขึ้นอยู่แถวๆสะพานลอย ค่าเข้าคนละ 30 รูเบิล

DSC_3272DSC_3275

ใกล้ๆทางเข้าเมโทรจะมี supermarket ชื่อตามรูป ช็อกโกแลตหน้าเด็กที่เป็นของฝากขึ้นชื่อราคาถูกสุดเท่าที่เจอแล้ว เราได้มา 49 รูเบิล ที่อื่น 55 – 1xx รูเบิล น้ำเปล่าก็ลดราคาเหลือ 19 รูเบิล ซื้อมาสามขวดเลย (น้ำเปล่าแพงจริง) อย่าลืมเช็คว่าไม่อัดแก็สด้วยนะ มีซื้อผิดมาขวดนึงได้เป็นน้ำโซดามาซะงั้น

DSC_3249

กลับไปพักที่โรงแรมแล้วมาต่อที่ถนนอารบัต เราเลือกลงสถานี Smolenskaya สีน้ำเงิน เพราะเป็นต้นถนน เดินย้อนกลับมาที่สถานี Arbatskaya สีน้ำเงิน ได้

DSC_3290DSC_3288DSC_3289

ของแพงค่ะบอกแค่นี้ ตอนที่ไปหนาวมาก แทบไม่มีอะไรวางขายบนถนนแล้ว

ทางเข้าเมโทรมีไฟแดงๆรูปตัว M บอกชัดมาก

DSC_3294

 

กลับมาจัตุรัสแดง ลงสถานี Okhotny Ryad สีแดง ทางออก 7 มาเจอสไลด์เดอร์เลยจ้า ด้านข้างเป็นตึก The Museum of the Patriotic War หน้าจัตุรัสแดงเลยว่างั้น

DSC_3299

DSC_3317.jpg

ช่วงเทศกาลตกแต่งงามมาก

DSC_3298

DSC_3305DSC_3306   DSC_3307DSC_3310

รอบนอกกำแพงเครมลินDSC_3314

มาแล้วนะ กิโลเมตรที่ศูนย์

DSC_3316.jpg

วันนี้ตั้งใจมากินไอติมขึ้นชื่อที่ห้างกุม แต่ดันหาห้างกุมไม่เจอ ป้าดดด ยอมแพ้แล้วเดี๋ยวมาใหม่

 

เที่ยววันที่ 27

 

วันพฤหัสเราเลือกไป Tsareviche’s Tower (Tsar’s Prince Tower) กับ Tsarina’s Tower (Tsar’s Princess Tower) จริงๆโซนนี้มีให้เที่ยวเยอะเพราะกว้างมาก แต่เราเลือกที่นี่เพราะมีอะไรที่อยากดูอยู่ (ลงสถานี Kashirskaya สีเขียวเข้ม ทางออก 3-4) เปิด 10.00-18.00 ค่าเข้าสองที่รวมกัน 400 รูเบิล

DSC_3417

สวย มาก มาก หนาว มาก มาก ด้วย

DSC_3420DSC_3422DSC_3424

ลืมบอกว่าแต่ละที่จะค่อนข้างตรวจเข้ม เตรียมพร้อมเปิดเป้รอตรวจได้เลย

DSC_3428DSC_3429DSC_3432DSC_3436DSC_3437DSC_3440

บัลลังก์ที่สร้างตามแบบของกษัตริย์โซโลมอน

DSC_3453

หนังสือใช้ระบบการพิมพ์ (สำหรับสมัยก่อนก็คงเป็นเลตเตอร์เพรส) มีปั๊มทอง เข้าเล่ม เด็กการพิมพ์อย่างเรายืนดูนานเลย ทะลุกระจกได้คงทำไปแล้ว

DSC_3464

ในปราสาทมีหลายห้องมาก ห้องประชุม ห้องเรียน ห้องนอน ห้องสวด ห้องซาวน่า เสียดายตอนถ่ายใช้มือถือ ลืมเปลี่ยนโหมด ออกมามืดหมด orz

DSC_3501DSC_3510DSC_3525DSC_3545

แต่ละห้องจะมีสิ่งนี้อยู่ ฝั่งเจ้าชายจะเป็นเหลี่ยม ฝั่งเจ้าหญิงก็มีแต่จะออกแนวโค้ง ไม่รู้ว่าคืออะไรจนมาเห็นที่ห้องซาวน่าก็เลยคิดว่าสงสัยจะเป็นเตาให้ความร้อน

 

 

 

 

 

 

แวะหาของกินก่อนเข้าเมโทร เข้าร้านเคบับแต่ดันได้พิซซ่า555 กับเค้กวนิลาชิ้นยักษ์และชา 2 ถ้วย ทั้งหมด 300 รูเบิล

**เค้กหวานจนขนลุก ต้องกินกับชาถึงจะพอดี

DSC_3557

สภาพพื้นหลังหิมะละลาย ขนาดบ้านเค้ามีการจัดการดียังเละ อย่าให้กรุงเทพมีหิมะเลย คงสกปรกน่าดู

 

 

 

มาต่อที่ Tsaritsyno Palace เป็นพระราชวังฤดูร้อน(…)ของพระนางแคทเธอรีน ซึ่งถ้ามาตอนหน้าร้อนน่าจะงามมากทีเดียว แต่มาหน้าหนาวก็สวยเหมือนกัน

DSC_3569DSC_3572DSC_3573DSC_3576

สังเกตว่านกพิราบที่นี่จะอ้วนมาก น่าจะกินเยอะเพื่อให้อุ่นกันนะ555 เป็ดก็อ้วน นั่งขดกับพื้นปากสั่นเชียว

DSC_3570.jpgDSC_3575

ของที่นี่ได้รูปด้านนอกมานิดเดียวเพราะกล้องตายก่อน หนาวจัดดับไปเลย

Tsaritsyno Palace เปิด 11.00-17.00 เราเข้า Grand Palace กับ Bread house ราคา 350 รูเบิล ส่วนของพระราชวังจะเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของต่างๆ ประวัติการสร้างพระราชวังประมาณนี้ ส่วนอย่างหลังออกแนวเป็นแสดงงานศิลปะ ที่นี่ไม่ให้ถ่ายรูปค่ะ

เสร็จแล้วก็กลับมาจัตุรัสแดงต่อ ยังไม่ยอมแพ้กับไอติมห้างกุม ซึ่งวันนี้มีเป้าหมายอีกอย่างคือหาไปรษณีย์เพื่อส่งโปสการ์ด แต่มาถึงก็ปิดแล้ว ต้องรอวันถัดไป T T

DSC_3592

พื้นที่ด้านในห้างเป็นสถานที่จัดงานหมดเลย

 

 

 

 

วันนี้เราเข้ามาด้านในได้แล้ว มีลานสเก็ตตั้งอยู่หน้าโบสถ์หัวหอมเลย

DSC_3600DSC_3604DSC_3608

 

กลับมาโรงแรมตกใจ เปิดทีวีมาเจอเชอร์ล็อค พี่เบนพี่มาร์ตินตามมาถึงนี่555

พี่เบนไม่เบะนะโอ๋ๆ

DSC_3638DSC_3637

 

เที่ยววันที่ 28

 

เป็นวันเที่ยววันสุดท้ายของเราแล้ว ก็กะจะตะลุยจัตุรัสแดงอย่างเดียวเพราะตามแผนเราต้องล็อกวันพุธให้ตลาดอิสไมโลว่า วันพฤหัสหลายๆที่ในจัตุรัสแดงปิดเลยต้องย้ายมาวันศุกร์

แผนคือ

เข้าปราสาทเครมลิน ชม Amoury Chamber (700 รูเบิล เปิด 10.00-18.00 มีเป็นรอบ เช็คในเว็บจองได้)

Diamond fund (อยู่ในส่วน Amoury Chamber ต้องจ่ายเพิ่ม 500 รูเบิล)

Catherdral Square (500 รูเบิล เปิด 10.00-17.00 สามารถเข้าชมโบสถ์ทั้งหมดที่เปิดให้เข้าได้เลย)

 

จะมาซื้อตั๋วเข้าชมที่เคาน์เตอร์ก็ได้แต่แนะนำให้จองไปก่อนตามที่หลายๆคนบอก เพราะอย่าง Amoury Chamber จะจำกัดคนด้วย รอบที่เราเข้า 10.00 เหลือแค่ 7 คน ถ้าไม่จองไปก็อาจจะต้องรอรอบอื่นเลย

ไปถึงจัตุรัสแดงให้หาที่ขายตั๋วตรงอเล็กซานเดอร์การ์เดน ทั้งซื้อทั้งจองให้มาที่นี่นะคะ เข้ามาแล้วให้ดูจากใบจองว่าเค้าให้ต่อที่เคาน์เตอร์เลขไหน (ใช้ passport เพื่อยืนยัน หรือใช้สำเนาก็ได้ค่ะ)

DSC_3642.jpgDSC_3643DSC_3644

พอได้เวลา 10 โมงก็เข้า Amoury Chamber ซึ่งต้องมาเข้าตรง Borovitskaya Tower ต่อแถวเบาะๆครึ่งชม. หนาวเจียนตายอะเกน

ตรวจเข้มค่ะจุดนี้ ต้องฝากโค้ตด้วย แต่ก็ยังหนาวใช้ได้เลย (แล้วคือเราใส่เสื้อยืดข้างในตัวเดียว…)  ด้านในห้ามถ่ายรูปเช่นกัน

DSC_3647DSC_3650

ส่วนของ Amoury Chamber จะรวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆซึ่ง…แนะนำว่าห้ามพลาดมากๆค่ะ เสื้อผ้า รถม้า เครื่องประดับต่างๆ ถ้าไม่ปวดขาสะสมคงเดินได้นานกว่านี้ เราชอบโซนรถม้ามาก ส่วนใหญ่เป็นของจักรพรรดินี มีความอลังการงานสร้างทุกคัน

ออกมาจากแชมเบอร์มาซื้อตั๋วดู Diamond fund ต่อ (อยู่ด้านในแชมเบอร์นั้นเลย) ก่อนเข้าก็ตรวจเหมือนเดิมแต่เราดันล็อกประเป๋าเลยต้องขอเวลาแกะนิดนึง อาพี่บอกว่าเจ้าหน้าที่ตรวจมีหัวเราะตอนเห็นเสื้อข้างหลังเราด้วย สงสัยคงงงว่าเสื้ออาร์มี่อะไรของหล่อน5555

อาร์มี่นี้งะ ไม่ใช่ว่าที่หัวเราะเพราะคุณเจ้าหน้าที่เคยเล่นเกมนี้นะ

DSC_3817

Diamond fund ก็แพรวพราวไม่แพ้แชมเบอร์เลยค่ะ เพชรพลอยกระแทกตา เม็ดเบ้งๆทั้งนั้น ทำงานสายจิวก็ขอเบิ่งนานหน่อย

จบแล้วออกมารอเข้า Catherdral Square รอบบ่ายสาม นอกกำแพงมีทหารเปลี่ยนเวรพอดี (ชุดเท่มากกก)

DSC_3652

ไฟที่ไม่มีวันดับของเครมลิน (อาพี่บอกมา) สงสารทหารเหมือนกันเพราะหนาวมาก

DSC_3661

มีเวลานิดนึงก็แวบไปส่งโปสการ์ดก่อน ที่ทำการไปรษณีย์อยู่ตรงถนนเส้นเล็กๆข้างห้างกุม เปิด 8.00-20.00 ส่งโปสการ์ดใช้แสตมป์ 46 รูเบิล (แอบแพง) ต่างประเทศหย่อนตู้น้ำเงินจ้า แน่นอนว่าซื้อแสตมป์ด้วย google translate เหมือนเดิม เราใช้ภาษาอังกฤษแปลเป็นรัสเซียเพราะคิดว่าน่าจะแปลได้ถูกต้องกว่า เคยใช้ภาษาไทยแปลแล้วเค้าไม่เข้าใจ แต่ก็ใช้ประโยคง่ายๆ ถ้าไม่ได้ก็พิมพ์เป็นคำๆค่ะ

 

สุสานเลนินปิด! ขัดใจ!

DSC_3670

ได้กินไอติมแล้วววว โคนละ 100 รูเบิล เป็นไอติมของห้างซึ่งมีจุดวางขายกระจายๆกันไป หาง่ายค่ะ ที่เรากินมีคาราเมล(อร่อยม้ากกกก) สตรอเบอร์รี่ ช็อกโกแลต อาพี่มีไปเลือกรสอะไรมาไม่รู้สีเหลือง สงสัยจะพิสตาชิโอ รสแปร่งเกิน แต่ 3 รสที่ว่ามาอร่อยใจหายทุกรสค่ะ

 

 

 

 

เตรียมตัวเข้า Catherdral Square ย้ายมาเข้าทาง Kutafiya Tower มีการตรวจตั๋ว ตรวจของเหมือนเดิม ตอนที่เราจองเหมือนจะเข้าได้ 2 โบสถ์ค่ะ สรุปเข้าได้ทุกโบสถ์ยกเว้น Ivan the Great Bell Tower ซึงดูแล้วสงสัยจะปิดยาว ไม่เห็นมีใครเคยรีวิวว่าได้เข้าเลย

DSC_3716.JPG

ที่จริงถนนจากทางเข้าฝั่งนี้สามารถเดินวนกลับไปหาอาคารแชมเบอร์ได้ แต่รู้สึกว่าจะปิดทางไว้ค่ะDSC_3726DSC_3727DSC_3731

โบสถ์โดมที่นี่ค่อนข้างคล้ายกันหมดค่ะ ข้างในเป็นรูปวาดบนกำแพง มีโบรชัวร์ภาษาอังกฤษให้ด้วย ออกมาจากโซนโบสถ์ด้านหลัง Ivan the Great Bell Tower จะมีระฆังแตก ปืนใหญ่ของพระเจ้าซาร์ ทั้งหมดนี้ยังอยู่ภายในโซนกำแพงเครมลิน

DSC_3735DSC_3742

Ivan the Great Bell Tower สูงที่สุด เด่นมากDSC_3749DSC_3758DSC_3772

ด้านหลัง Ivan the Great Bell Tower เป็น Ivan Square เห็นทั้งระฆังทั้งปืนใหญ่DSC_3777

จบทริปรัสเซียที่ โบสถ์หัวหอมค่ะ St.Basil อันโด่งดัง ราคาตามช่วงเวลา เปิด 10.00-19.00 ข้างในไม่มีฮีตเตอร์ หนาวพอสมควร

ของจริงตัวอาคารไม่แดงเหมือนในรูปแฮะ เป็นสีอิฐส้มๆมากกว่า แต่ใช้สีสันเยอะมาก เห็นมาหลายที่รู้สึกพวกข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ สิ่งก่อสร้างของรัสเซียในสมัยก่อนเล่นสีสันจัดจริงๆ

DSC_368820181228_154504.jpg

20181228_15511420181228_15542120181228_15571420181228_155738

วิวจากที่นี่สวยจริงไรจริง

20181228_155958

เสียดายว่าไม่ได้เข้า State Historical Museum กับ Museum of Patriotic War เพราะเวลาน่าจะไม่ทัน ต้องรีบกลับไปเก็บของแล้ว

DSC_3710DSC_3707

DSC_3698

ขากลับโรงแรม มาเดินร้านอาหารฝั่งตรงข้ามซะหน่อย ตอนแรกนึกว่าจะได้กินเบอร์เกอร์คิง สรุปว่ามาร้านเคบับแทน ใหญ่มากกก แต่กินหมดเพราะหิว อร่อยด้วย

 

 

 

 

 

ขอจบด้วยความงดงามอลังการในเมโทรที่มอสโกค่ะ เว่อวังสมคำร่ำลือ ขนาดสถานีเรียบๆยังดูดีเลย เราลงรูปแค่บางส่วนจากสถานีที่ใช้เดินทางกับมีวันนึงที่ไปตะลุยสายสีน้ำตาล 12 สถานีค่ะ ลงปุ๊บ ถ่ายได้ 2 รูป รถมาอีกละ ได้ยินว่านาทีกว่าๆมาทีแต่เราว่าไม่ใช่อ่ะ ท้ายขบวนแรกหายจากสถานีปุ๊บขบวนใหม่ก็มา เร็วขน้าด

DSC_3327DSC_3339DSC_3346DSC_3347DSC_3352DSC_3362DSC_3370DSC_3384DSC_3389DSC_3395DSC_3402DSC_3408

 

 

Part 4 พังยับที่รัสเซีย

 

กระเป๋าแตกวันแรกสุด

 

ไล่ลำดับความพังตั้งแต่วันที่ก้าวลงสนามบินมูมังเลยดีกว่า เรารู้กิตติศัพท์ที่นี่มาแล้วว่าเจ้าหน้าที่งัดกระเป๋า โจรงัดกระเป๋า ก็ยังคิดว่าที่เค้าโดนกันหนักสุดคืองัดตัวล็อกออก ยังพอไหวอยู่ ของเราเจอกระเป๋าแตกเป็นรูเบิ้มเลยจ้า ตอนรับกระเป๋าเราไปเข้าห้องน้ำ กลับมาเจออาพี่ยืนหน้าซีดพร้อมกระเป๋าเป็นรู เรานี่หัวเราะสติหลุดเลยค่ะ

นอกจากกระเป๋าจะเป็นรูแล้ว เราตรวจดูตรงรหัสเห็นว่าตัวเลขถูกเปลี่ยน(ของอาพี่ก็โดน) ซึ่งไม่รู้ว่าคนเปลี่ยนเป็นเจ้าหน้าที่หรือโจร ใครเดินทางมาที่นี่ต้องระวังมากๆค่ะ เรากับอาพี่เห็นตรงกันว่าถ้าใช้กระเป๋าผ้าอย่างน้อยก็ปลอดภัยจากกระเป๋าแตกน่ะนะ

พวกเราก็คุยกันว่าออกมาเจอไกด์ก่อนแล้วกัน ตอนที่ออกมาเจอแมกซ์ก็มีเจ้าหน้าที่(ไม่แน่ใจว่าใช่ตำรวจมั้ย)เดินมาด้วย เหมือนเค้าเห็นกระเป๋าแล้วแต่ไม่กล้ามาคุยเพราะเค้าไม่พูดอังกฤษค่ะ(ทุกคนเลยไม่เว้นแม้แต่เคาน์เตอร์เช็คอิน) แมกซ์ต้องเป็นคนประสานงานให้จนเจ้าหน้าที่ออกเป็นใบสีฟ้าๆมาและให้เราเซ็นชื่อด้วย(ที่ให้เราเป็นต้นฉบับ) ใบฟ้านี้เก็บให้ดีเลยค่ะ ต้องเอาไว้เคลมกับสายการบินและประกันฝั่งเรา มีขอดู boarding pass ใบตม. ก็ให้ดูให้ตรวจไป

DSC_3090.jpg

ไกด์บอกว่าถ้ามีปัญหาให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เดี๋ยวนั้นเลยนะคะ ถ้าปล่อยนานจะติดต่อลำบาก หลังออกใบฟ้าให้ (กูเกิลแปลว่า Commercial Act งงๆเหมือนกัน) เค้าก็ให้เราไปติดต่อออฟฟิศของ Aeroflot ที่อยู่อาคารขาออกชั้นสองเพราะจะปิดฝั่งขาเข้าแล้ว ก็ขึ้นไปให้เค้าดูกระเป๋าและให้ยืนยันว่าของเราเป็นแบบซ่อมไม่ได้ (ไม่พูดอังกฤษเช่นกันค่ะ)

DSC_3078

ส่วนขั้นตอนการขอเคลมของ Aeroflot เราส่งเมล์รายละเอียดทั้งหมดไปที่ bagclaims@aeroflot.ru (แนบรูปกระเป๋ากับแท็ก ใบฟ้า แจ้งราคากระเป๋า เวลาที่ซื้อ แต่ยากตรงที่ใบนี้ยืมน้องมาแล้วเค้าไม่ได้เก็บใบเสร็จไว้ แมกซ์บอกว่าค่าห่อกระเป๋าก็เคลมได้ ให้เก็บใบเสร็จไว้ด้วย เราห่อ 2 เที่ยว เที่ยวละ 600 รูเบิล) แล้วส่งคำร้องทางเว็บไซด์อีกรอบค่ะ ซึ่งจะมีเมล์ตอบกลับแจ้งรายละเอียดที่ต้องใช้เคลมตามนี้

  1. DAMAGE OF THE BAGGAGE AND MISSING ITEMS FROM THE BAGGAGE
    In the event of damaged bag or missed items from the baggage you may submit a claim. The following documents should be attached to the claim:
    –       application specifying the monetary loss;
    –       Property Irregularity Report (PIR);
    –       baggage tag;
    –       repair invoice (if your baggage is non-repairable, its value must be proved using documentary evidence);
    –       receipt for the purchased baggage (in case of absence of the receipt provide us with  the cost and year of its purchase, brand of a suitcase and  attach photos);
    –       confirmation of cost from website (link);
    –       description of the missed items and their value (in case of missing baggage contents);
    –       checks confirming the value of missed items (in case of missing baggage contents).
    All the documents should be send in original.
    Please note claims submission timeframe is limited in accordance with the terms and conditions of the contract of carriage: 7 days from the baggage delivery date for international flights, 6 months from the day following the baggage delivery date for domestic flights.

IMPORTANT NOTE.

You may find full information about the rules and terms of claims on the official website of the airline by clicking on the link https://www.aeroflot.ru/ru-en/information/legal/contract.

Please submit all claims in original documents to: Ground Handling Department, 31 Mezhdunarodnoe Highway, Khimki District, Moscow Region, 141425. You may also provide the documents through the nearest representative office of Aeroflot PJSC (Contacts: http://www.aeroflot.ru/cms/en/offices).

 

เงื่อนไขเยอะนิดนึง เลยถามเค้าไปว่ามีให้ติดต่อที่ไทยมั้ย ก็ได้มาคือ

PHUKET INTERNATIONAL AIRPORT,
Parking Building 1st Floor PB104,
Phuket, Thailand 83110

SUVARNABHUMI AIRPORT
CONCOURSE G,
ROOM G2-085 999 MOO 1 NONGPRUE,BANGPHLI
SAMUTPRAKAN
10540, THAILAND

หมายเลขโทรศัพท์ของ Aeroflot Russian  ที่สนามบิน 02-134-2180-1  แต่…โทรไปทุกเบอร์เท่าที่จะหาได้แล้วไม่มีคนรับเลย

จุดนี้…………………เราคิดว่าเคลมประกันฝั่งไทยดีกว่าค่ะ คุยง่ายกว่า เราทำกับ MSIG ยังไม่รู้ว่าเป็นยังไงแต่มีเวลาให้ยื่นเรื่อง 30 วัน ให้โหลดคำร้องและรวมรวบเอกสารทั้งหมดที่มี สามารถสแกนเอกสารส่งได้ค่ะ (ตัวจริงเรายังเก็บเผื่อติดต่อกับ Aeroflot ได้ กะเคลมให้หมดทุกทาง)

 

ตกเครื่องวันคริสต์มาส

 

5555อันนี้ไม่รู้จะโทษใคร โทษความไม่รู้ของทุกคนละกัน

วันที่ 25 เราเช็คอินออนไลน์มาแล้วตามที่แมกซ์บอกและเค้าจะมารับที่โรงแรมตอน 11.30 (เที่ยวบิน 13.10) กว่าจะไปถึงสนามบินน่าจะประมาณเที่ยงแล้วแต่กระเป๋าเราแตกต้องไปห่อก่อน สรุปไปไม่ทันเคาน์เตอร์ปิด ตกเครื่องแบบงงๆ บอกไอเรเลีย ก็งงอีกคนว่าทำไมขึ้นไม่ได้ ซึ่งอาพี่เราเป็นคนเข้าคิว (เราซื้อของฝากอยู่) บอกว่าอยู่ในแถวทันเวลาปิด 12.30 แน่นอน ไอเรเลียก็ไม่มั่นใจเลยโทรไปเคลียร์กับ Aeroflot

สรุปว่าต่อให้เช็คอินออนไลน์แล้วก็ต้องมาให้ทันเคาน์เตอร์ปิด ถ้ายังไม่ถึงคิวเราก็ให้แซงคิวไปแจ้งเช็คอินได้ ซึ่งไม่ทันละค่ะ แล้ววันนั้นเป็นวันคริสต์มาสด้วย คนอย่างเยอะ โชคดีที่มีคุณพี่รัสเซียคนนึงพูดอังกฤษได้และคอยช่วยพวกเราจนได้ตั๋วในราคาที่ไม่ต้องจ่ายเต็ม(แต่ก็โดนไปเกือบหมื่นรูเบิล T T) แถมยังให้เบอร์โทรมาด้วยบอกว่าถ้าติดปัญหาอะไรโทรหาเค้าได้ ซาบซึ้งน้ำใจคนรัสเซียจริงๆจุดนี้

และบทเรียนสำหรับเรื่องนี้คือควรเผื่อเวลา 3 ชม.แหละดีแล้ว อย่าเชื่อไกด์555

 

 

โดนเปิดเป้ในเมโทร

 

**ลืมเรื่องสำคัญอีกเรื่องเลยมาอีดิทเพิ่ม

ก็คงเป็นโจรล้วงกระเป๋านั่นแหละ หลายคนเตือนแล้วว่าที่นี่โจรเยอะ มาในรูปแบบตัวมาสคอตเรียกถ่ายรูปแล้วไถเงิน (อันนี้เรากับอาพี่เตรียมตัวมาดี เจอพวกนี้ก้มหน้าเดินหนีเลยค่ะ) มาเป็นกลุ่ม มาผลักให้ล้มแล้วขโมยของ เราต้องเซฟตัวเองเยอะอยู่ ของมีค่าเราจะเก็บใส่ในกระเป๋าคาดเอวใบบางๆ ไว้ใส่เงิน passport หรือของสำคัญต่างๆ มีแยกเงินกระจายตามกระเป๋ากางเกงอีกที ไม่ใส่ของสำคัญในเป้เลย

ในเป้มีแค่แท็บเล็ต(ซึ่งใส่เคสจนดูเหมือนหนังสือ555) แล้วก็กล้องคอมแพ็คที่ยัดไว้ล่างสุด แล้วใส่ขวดน้ำบังหน้าไว้ ส่วนช่องเล็กด้านหน้าของเป้ก็มีพวกยาดม ไทลินอล ทิชชู่ กะว่าขโมยไปไม่เสียดายอ่ะ

จังหวะที่โดนคิดว่าเป็นตอนที่เราตระเวนถ่ายรูปเมโทรค่ะ คุ้นๆว่าตอนจะออกจากรถไฟมีคนดันๆข้างหลัง (ถ้าจำไม่ผิด น่าจะใช่คนที่เราเห็นตอนก่อนขึ้นรถไฟนะ หน้าตาเอเชีย แต่เห็นอาพี่บอกว่ามีพวกคาซัค มองโกเลียอาศัยอยู่ที่นี่เยอะ หลายคนในกรุ๊ปเที่ยวรัสเซียก็บอกให้ระวังพวกนี้แหละ) ก็ยังคิดอยู่ดันอะไรนักหนา พอออกมาขึ้นบันไดเลื่อน คนที่ยืนหลังเราก็สะกิดบอกว่าเป้โดนเปิด เปิดทั้งสองช่องเลยค่ะ แล้วไม่ปิดให้ด้วย เปิดแล้วไม่เจออะไรที่อยากขโมยก็ปิดให้ด้วยเส่ะ

 

 

ไฟลท์ดีเลย์วันกลับ

 

ด้วยความที่เป็นทริปที่มีปัญหาเกี่ยวกับสนามบินจนกลัวขึ้นสมองไปแล้ว ตอนเข้าแถวรอขึ้นเครื่องกลับมาไทย เจ้าหน้าที่ไม่ยอมปล่อยให้เข้าซะทีจนเรากลัวว่ามาผิดเกตรึเปล่า เปลี่ยนเกตเหรอ พวกเราคุยกันว่าจะเอาไงดีเพราะตกเครื่องมารอบนึงแล้ว เราเลยแหวกคนขึ้นไปยืนดูหน้าสุด ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่กับผู้โดยสารคุยรัสเซียกันโหวกเหวกเสียงดัง คือฟังไม่รู้เรื่อง จังหวะนึงเราเห็นเจ้าหน้าที่หันมาพูดกับผู้หญิงข้างหน้าเป็นภาษาอังกฤษเลยถามเค้าว่ามีปัญหาอะไร เค้าบอกว่ายังไม่รู้แต่ปล่อยให้พวกเราเข้าไม่ได้

ยิ่งวิตกหนักกว่าเก่า เราเข้าแถวถูกมั้ยหว่าเพราะมันอีกนิดเดียวจะถึงเวลาเครื่องออกแล้ว ดูที่จอ ไฟลท์กลับกรุงเทพเวลานี้ก็ถูกแล้วนี่หว่า เราเลยพยายามมองที่ boarding pass ของหลายๆคนก็คือเที่ยวเดียวกัน ก็เลยกลับไปแจ้งข่าวอาพี่ก่อน ยืนไปซักพัก มีเสียงประกาศว่าไฟลท์ดีเลย์

ทั้งดีใจทั้งอยากลงไปนอนกับพื้น555 ดีใจตรงที่ไม่ได้ตกเครื่อง แต่อยากทรุดเพราะมีปัญหาอีกแล้ว ยันวันกลับเลยนะเนี่ย แต่พอขึ้นเครื่องก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วค่ะ

 

เครื่องขากลับต้องรีวิวด้วยเพราะถูกเปลี่ยนจาก Aeroflot เป็น Rossiya ที่เครื่องเล็กกว่า ไม่มีหนังให้ดู ที่นั่งแถว K ใช้ไม่ได้กับเครื่องนี้ โดนแดดตลอด10 ชม.ค่ะ เฮ้อ

DSC_3798

Rossiya มีดาวบนเครื่องด้วยนะ

DSC_3801

อาหารบนเครื่อง ออมเล็ตจืดมาก ขนมปังทางขวาเหมือนยาง ขนมอร่อยค่ะ

DSC_3808

และเนื่องจากไม่มีหนังให้ดู ในแท็บเล็ตมีอยู่เรื่องเดียวก็ต้องดูแหละ555 พอเอาหนังมาดู ผู้ชายข้างๆลุกไปหยิบแล็ปท็อปเปิดเน็ตฟลิกซ์ดูบ้างเลยนะแหม

DSC_3810

มื้อที่สองค่อนข้างโอเค เป็นไก่กับมันฝรั่งบด มันฝรั่งเค็มทีเดียวแต่โดยรวมใช้ได้ค่ะ

DSC_3813

ฝั่งนี้เป็นเนื้อของอาพี่ มักกะโรนีคลุกเนื้อแล้วก็ยังจืดสนิท

DSC_3814

พอเครื่องลงจอด รัสเซียตบมือกันเกรียวค่ะ เราก็อ๋อ ที่เคยอ่านรีวิวว่าตบมือกันคงเป็นเที่ยวที่เค้ามาไทยกันเนอะ เพราะเที่ยวที่เราลงรัสเซียไม่มีตบมือนะ

 

 

นอกรอบ

 

หนุ่มสาวรัสเซียงานดีสมคำร่ำลือ ส่วนตัวเราชอบคุณเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบไม่ว่าจะตำรวจหรือทหาร เหมือนคัดมาเลยอ่ะ ดีงามทุกคน5555

 

ที่มอสโกรถเยอะ รถติด เหม็นควันรถ บวกกับคนที่นู่น (ทั้งมูมังและมอสโก) สูบบุหรี่ในที่สาธารณะเป็นปกติ ต้องทำใจเรื่องควันหน่อยนะ

 

ช็อกโกแลตอะไรไม่รู้

อันนี้ที่ Boutique Hotel Renaissance มีวางไว้ให้แขกที่มาพัก ข้างในเหมือนเจลลี่เบอร์รี่ ชอบมว้ากกก มาหาที่มอสโกไม่เจอ เสียดาย

DSC_3831.jpg

 

แป๊บซี่มะนาวกับแฟนต้ามะนาวซักอย่าง ลองตอนแวะตลาดอิสไมโลว่า ขวดซ้ายโอเค ขวดฟ้าสีสวย รสแปลกๆแต่พอกินได้

DSC_3278

 

เลย์ปู อยากลองเฉยๆเพราะเห็นคนรีวิวเยอะ สรุปสั้นๆว่าอร่อย

DSC_3780

 

เนื่องจากพีเรียดมาล่วงหน้าทั้งๆที่คำนวณมาแล้วว่ารอด ก็เลยได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์จากรัสเซียซึ่งมันโอเคเลยนะ สำหรับคนที่ใช้ผิวสัมผัสแห้งคือโอเคมากๆ555

DSC_3622

 

จบทริปแต่เพียงเท่านี้ กลับมาแล้วก็อยากไปอีกนะ ไม่เข็ด555 แต่คราวหน้าจะเตรียมตัวให้ดีกว่านี้แน่นอน

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s