[Kingsman Fanfic] Old Rose Valentine [Percilot]

Title : Old Rose Valentine

Pairing : Lancelot/Percival

 


 

มากกว่าภาพของสีสันอันหลากหลายจากระยะสายตาใกล้สุดจนถึงไกลสุด สิ่งที่ชวนให้ติดใจเพอร์ซิวัลคงเป็นกลิ่นหอมอ่อนหวานที่เหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน ทุกก้าวของรองเท้าหนังสีดำมันเงาย่ำลงบนกลีบดอกไม้นุ่มซึ่งปูตามทางเต็มพื้นที่จนสุดลูกหูลูกตา เขาสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่านี่คือความฝันจริงหรือ เพราะหากใช่ เหตุใดจึงสมจริงแม้ยามที่ลองหยิบจับกลีบดอกไม้ที่ไม่รู้ชื่อขึ้นมาดอมดม สูดเอากลิ่นสดชื่นได้ชัดเจนถึงเพียงนี้

 

เมื่อร่างกายรับกลิ่น กลีบดอกไม้ก็มลายหายไปและเป็นเช่นนี้ตลอดทางที่เขาก้าวเดินแบบไร้จุดมุ่งหมาย เพอร์ซิวัลหันมองรอบด้านก็พบแต่ท้องฟ้าสีอมม่วงสว่างแบบยามสนธยา เขาทำได้แค่เดินไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าต้องหยุดที่ใดและเมื่อไหร่จนกระทั่งมีภาพของอาคารปรากฏตรงหน้า สิ่งที่แตกต่างจากความคุ้นตาคือทั้งอาคารถูกเถาวัลย์ชอนไชเป็นลายเส้นสวยงามตามรอยอิฐ ไม่หลงเหลือภาพแบบอาคารเก่าใจกลางเมืองอีกต่อไป

 

เพอร์ซิวัลหยุดยืนอยู่ตรงบันไดหน้าบ้าน ยอมรับว่าลังเลเกินกว่าจะอยากก้าวข้ามผ่านประตูเบื้องหน้าเข้าไปด้านในเพราะความทรงจำสุดท้ายยังคงแอบซ่อนอยู่ในประตูบานใดบานหนึ่ง หากเผลอเปิดโดยไม่ระมัดระวัง ก็เกรงว่าความมืดมิดจะพรากสีและกลิ่นแสนอ่อนโยนเหล่านี้ไปจากตน

 

ความต้องการหลีกเลี่ยงทำให้ร่างกายขยับถอยหลังโดยอัตโนมัติและชนเข้ากับบางสิ่งที่อยู่ด้านหลังโดยไม่ตั้งใจ

 

“ทำไมไม่เข้าไปล่ะ” เสียงกระซิบหวานหูจากด้านหลังถามเขา “ไม่ต้องกลัว เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”

 

“…ไม่ ผมไม่อยากเข้าไป”

 

ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่อยู่หลังประตูขืนให้ตอบแบบนั้น เพอร์ซิวัลรู้สึกว่ามีแขนโอบกอดจากด้านหลัง กลิ่นหอมจากมวลดอกไม้ยิ่งอบอวล สายลมพัดโหมจนกลีบดอกบอบบางปลิวขึ้นจากพื้นล้อมรอบร่างเอาไว้

 

“เชื่อผม” เสียงนุ่มชวนให้สงบใจอย่างน่าประหลาด “ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกเชิญชวนเช่นนี้ เขาพบเจอสถานการณ์เดียวกันในรูปแบบต่าง ๆ มานับไม่ถ้วน แต่สิ่งเดียวที่เหมือนกันทุกครั้งคืออ้อมกอดและเสียงที่คอยกระซิบบอกให้ก้าวข้ามเส้นทางยาวไกล ก้าวผ่านประตู และผ่านความกลัวไปให้ได้ แม้ว่าก่อนหน้าจะไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้งก็ตาม

 

เหมือนคราวนี้จะได้รับแรงพลังจากใครคนนั้นมากพอจะขยับเท้าก้าวขึ้นบันไดช้า ๆ เมื่อประตูถูกเปิดออกและมองเห็นแต่สีดำสนิทอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างกายของเพอร์ซิวัลก็เริ่มสั่น ความหวาดหวั่นสั่นสะเทือนพื้นที่ยืนอยู่จนทรงตัวแทบไม่ได้ โลกแสนสวยงามเบื้องหลังกำลังพังทลายลงทีละน้อยและเปลี่ยนกลีบดอกไม้หอมหวานให้เหี่ยวเฉาพร้อมกับกลิ่นฉุนไหม้ราวกับถูกไฟผลาญเป็นเถ้าถ่าน เขายึดเอาความกล้าเป็นที่พึ่งสุดท้ายเอื้อมมือออกไปหาความมืด ทันใดนั้นหยากเยื่อสีดำก็พุ่งออกมาจากช่องประตูเกาะยึดทั้งแขนและร่างกายไว้อย่างแน่นหนา เพอร์ซิวัลพยายามขัดขืนเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการแต่ก็ไม่เป็นผล เขาถูกดึงเข้าไปในประตูแล้วตกลงสู่ใจกลางของความว่างเปล่า ไร้ซึ่งความหวัง และไม่มีที่สิ้นสุด

 

เจ็บปวด ทรมาน ทั้งร่างและวิญญาณถูกบีบอัดจวนเจียนแหลกสลาย

 

เหมือนเวลาผ่านไปนานชั่วกัปกัลป์จนกระทั่งพายุปั่นป่วนในความมืดสงบลง เพอร์ซิวัลยังไม่กล้าลืมตาเพราะเกรงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้จะซ้ำรอยกับวันนั้น วันเดียวกับวันที่เขาไม่สามารถรับรู้ถึงการมีชีวิตอยู่ของตนเองได้อีกต่อไป

 

“ปล่อยให้ผมรอตั้งนาน”

 

เสียงเดิมดังแว่วข้างหูซึ่งดังและฟังชัดกว่าเดิมหลายเท่า เขายอมลืมตาในที่สุดแล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าตนเองไม่ได้นอนซบหมดแรงอยู่กับพื้น แต่กำลังยืนอยู่ที่ไหนซักแห่งที่ตนไม่เคยเห็นและไม่รู้จัก

 

“ดีกว่าอยู่ฟากโน้นใช่มั้ย”

 

เจ้าของเสียงเป็นเพียงเงาหมอกรูปร่างเหมือนมนุษย์ และถ้าตาไม่ฝาด หมอกควันกำลังรวมตัวให้เห็นรายละเอียดชัดขึ้นทุกที เสื้อผ้า ใบหน้า เส้นผม แม้กระทั่งดวงตาสีฟ้าอมเขียวนั่นก็ด้วย

 

“คุณนี่ใจแข็งจริงๆ ไม่ยอมรับว่าตัวเองตายเสียที” ชายผู้มาจากกลุ่มหมอกพูดขึ้นอีก “ถ้าคุณไม่ฝืนและยอมรับแต่แรกก็ไม่ต้องทรมานแบบนั้น” เขาเดินเข้ามาใกล้เพอร์ซิวัลพร้อมของบางอย่างในมือทั้งสองข้าง ข้างหนึ่งถือกุหลาบสีชมพูอ่อนอมส้มในห่อกระดาษสีน้ำตาลช่อใหญ่ ส่วนอีกข้างเป็นแก้วบรั่นดีที่ยังหลงเหลือเครื่องดื่มในนั้นอีกเล็กน้อย

 

“นโปลีโอนิคหน่อยมั้ย”

 

ของทั้งสองอย่างยื่นอยู่ต่อหน้า แต่เพอร์ซิวัลเลือกรับแก้วจากมือของอีกฝ่ายแล้วยกส่วนที่เหลือดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะรับช่อกุหลาบมาถือไว้ เขามองฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ค่อยเชื่อในสายตาเท่าไรนัก “คุณพูดเหมือนรู้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ลานสล็อต”

 

“ก็ผมพยายามดึงคุณออกมาจากที่นั่นเป็นล้านครั้งได้แล้วมั้ง” ลานสล็อตมองแก้วเปล่าสลับกับช่อดอกไม้แล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ที่ที่คุณอยู่เป็นทางผ่านของวิญญาณเท่านั้น พวกเราไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ เราต้องข้ามมาที่นี่ที่เป็นสถานที่สำหรับพวกวิญญาณ”

 

“ทำไม…” เพอร์ซิวัลถามไม่ทันจบคำก็โดนขัดทันที

 

“ถ้าจะถามว่าทำไมผมถึงรู้ ผมก็จะบอกว่าไม่ได้รู้อะไรมากนักหรอก และที่อธิบายไปก็คือทั้งหมดที่รู้แล้ว”

 

“ไม่ใช่”

 

เพอร์ซิวัลก้มหน้าลงกดปลายจมูกแตะผิวเนียนนุ่มของกลีบกุหลาบแล้วสูดดมกลิ่นหอมละมุนเข้าจนเต็มปอด ประสาทสัมผัสยังคงทำงานเหมือนเดิมทุกอย่างรวมทั้งร่างกายของเขาก็ดูเหมือนเดิม ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเป็นวิญญาณเลยแม้แต่น้อย

 

“ทำไมถึงยังรอ ทำไมถึงมาช่วยผม”

 

แก้วในมือถูกยื่นส่งกลับแต่ลานสล็อตยังไม่รับคืน “จะไม่ให้รอได้ยังไงล่ะ” เขาหยิบแก้วแล้วโยนออกไปด้านข้าง แทนที่มันจะหล่นตกแตกกระจายลงบนพื้น แก้วบรั่นดีกลับกลายเป็นผีเสื้อเรืองแสงนับร้อยตัวบินหนีจากไป ลานสล็อตเอื้อมมือคว้าตัวเพอร์ซิวัลมากอดไว้เพื่อส่งต่อความคิดถึงให้อีกฝ่ายรับรู้โดยไม่ต้องอธิบายเป็นคำพูด แต่ถึงอย่างนั้น ลานสล็อตก็คิดว่าเขาต้องพูดอีกอย่างหลายในขณะที่เคยมีโอกาสเมื่อครั้งยังมีชีวิตแต่ไม่ได้ทำ เพราะตอนนี้เวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปแล้ว

 

“ความรักที่มีต่อคุณยังอยู่กับผมตอนที่ผมตาย เพราะอย่างนั้นมันจะติดอยู่กับจิตวิญญาณของผมตลอดไป”

 

ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ลงซบหลับกับบ่ากว้างที่ไม่ได้สัมผัสมานานเป็นแรมปี มือข้างที่ถือช่อกุหลาบค่อย ๆ ตกลงข้างตัว ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นทาบบนแผ่นหลังของลานสล็อต ชวนให้ย้อนระลึกถึงช่วงเวลาที่เคยกอดอีกฝ่ายขณะมีเนื้อหนังและมีชีวิต

 

“ความรู้สึกของผมยังไม่เปลี่ยนแปลง มันไม่เคยเปลี่ยนและจะไม่มีวันเปลี่ยนไป ผมถึงต้องทำทุกอย่างเพื่อดึงคุณออกมาจากที่นั่น”

 

เพอร์ซิวัลสั่นศีรษะทั้งที่ยังพิงพักกับไหล่ของลานสล็อต “เรื่องมันผ่านมานานมากแล้ว คุณผูกตัวเองติดกับผมไม่ทรมานรึไง” แค่นึกถึงว่าถ้าตนเองเป็นฝ่ายต้องรอบ้างจะอดทนได้ขนาดนี้หรือไม่ การรอคอยโดยที่ไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดเมื่อใด เขาจะทำได้หรือ “คุณ…ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร”

 

ลานสล็อตกอดเพอร์ซิวัลแน่นขึ้น เขารู้ว่าอีกฝ่ายรู้คำตอบของเขาดีอยู่แล้ว แต่ในเมื่อไม่เคยพูดถึงมันให้ชัดเจน ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ เวลานี้ จะให้พูดกี่ครั้งก็ย่อมทำได้

 

“เพื่อให้หัวใจกลับมาหาร่างกายที่จะดูแลมันอย่างดีไงล่ะ”

 

ลานสล็อตดึงไหล่ทั้งสองของเพอร์ซิวัลออกห่างเพื่อให้เห็นหน้าได้ถนัด แต่เพอร์ซิวัลกลับก้มหน้าราวกับมีความรู้สึกผิดเอ่อล้นอยู่ในใจ เขายังฝืนหลับตาเมื่อลานสล็อตประทับรอยจูบบนริมฝีปาก นุ่มนวลและชวนโหยหา เพียงเท่านี้กำแพงบาง ๆ ที่กีดขวางความรู้สึกจากเบื้องลึกก็พังทลาย ไม่หลงเหลือสิ่งอื่นใดนอกจากโลกนี้ที่มีพวกเขาแค่สองคน

 

เวลาของการทบทวนความจำอันแสนคิดถึงดำเนินต่อไปอีกยาวนานท่ามกลางกลิ่นหอมอ่อนของดอกกุหลาบที่ค่อย ๆ จางลงทุกขณะ ทั้งสองตอบสนองกันและกันด้วยสัมผัสแห่งความรัก ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับเวลาและปล่อยให้มันเดินทางต่อไปอย่างที่ควรจะเป็น ก่อนลานสล็อตจะยอมผละจากแล้วจบด้วยจุมพิตหน้าผากของอีกฝ่ายเบา ๆ เขาแนบหน้าผากกับเพอร์ซิวัล ซึมซับช่วงเวลาไร้จุดสิ้นสุดที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนรักชั่วนิรันดร์อย่างที่เคยให้สัญญากับตัวเองเอาไว้

 

“แล้วจากนี้จะเป็นยังไงต่อ” เพอร์ซิวัลเอ่ยถาม โลกใหม่ฟากฝั่งนี้ดูเหมือนกับสถานที่ก่อนหน้าเว้นเสียแต่จะต่างกันก็ตรงที่ไม่มีความทรงจำเจ็บปวดมาคอยตามหลอกหลอนอีกแล้ว ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก สถานที่กว้างใหญ่ไกลสุดเส้นขอบฟ้าเช่นนี้จะให้ทำอะไร จะอยู่อย่างไร แล้วเขาจำเป็นต้องมีจุดประสงค์ของการใช้ชีวิตในแบบของวิญญาณหรือไม่ เพอร์ซิวัลเดาว่าแม้แต่เรื่องนี้ลานสล็อตก็คงไม่รู้คำตอบเช่นกัน

 

“คิดมากทำไม อย่ามัดคิ้วยุ่งแบบนี้แม้แต่ตอนเป็นวิญญาณสิ” ลานสล็อตใช้นิ้วกดแว่นตาของเพอร์ซิวัลลงเล็กน้อยแล้วจิ้มตรงหัวคิ้วพร้อมขยี้เบา ๆ ให้อีกฝ่ายคลายมันออก “ที่นี่ไม่มีกฏเกณฑ์หรอก วิญญาณไม่มีหน้าที่ ไม่ต้องใช้ชีวิตเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป พวกเราหลุดออกจากกรอบตั้งแต่พ้นคำว่าตายมาแล้วเพราะงั้นตอนนี้เราอยากจะทำอะไรก็ได้”

 

“ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ” เพอร์ซิวัลทำท่าถอนใจในความไม่คิดอะไรมากของคู่สนทนา “แล้วเราควรจะทำอะไร หรือไม่งั้นพวกเราจะทำอะไรต่อล่ะ”

 

ลานสล็อตทบทวนคำถามในใจ เขายืนกอดอกทำหน้าครุ่นคิด สุดท้ายก็ยิ้มออกมาแล้วถามกลับ “คุณมีอะไรที่อยากทำไหม หรือสถานที่ที่อยากไปก็ได้”

 

“กับที่แบบนี้น่ะรึ” เพอร์ซิวัลกวาดมือข้างที่ว่างไปรอบตัว “ไม่มีอะไรเลยแล้วจะไปไหนได้”

 

พูดอีกก็ถูกอีก แต่สิ่งหนึ่งที่ลานสล็อตยังไม่ได้บอกเพอร์ซิวัลก็คือสถานที่ที่พวกเขาอยู่ในขณะนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของโลกแห่งจิตวิญญาณอันกว้างใหญ่เท่านั้น

 

“โลกของวิญญาณถือเป็นคู่ขนานกับโลกคนเป็น เพราะงั้นทุกสถานที่ในโลกคนเป็นก็มีในโลกของคนตายเหมือนกัน”

 

“หมายความว่า…เราสามารถกลับไปที่โลกได้น่ะสิ”

 

“ทั้งใช่และไม่ เรากลับไปก็จริงแต่จะอยู่ในมิติที่วิญญาณอยู่ได้ ไม่ปะปนกับคนเป็น”

 

เพอร์ซิวัลใช้เวลาถามเพื่อทำความเข้าใจกับความรู้ใหม่และลานสล็อตก็ให้เวลาเต็มที่ ถ้าเป็นไปตามที่คู่หูของเขาบอกจริง ๆ เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะยังสามารถใช้ชีวิตในรูปของวิญญาณได้ตามปกติโดยที่ไม่มีคนเป็นคนไหนสัมผัสได้ อาจยกเว้นพวกมีสัมผัสพิเศษที่พอจะรู้การคงอยู่ของพวกเขา แต่มากน้อยแค่ไหนก็น่าจะขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน

 

“ไปที่ไหนก็ได้งั้นเหรอ ทุกที่ใช่หรือเปล่า”

 

“ใช่แล้ว” ลานสล็อตอดสงสัยสีหน้ายิ้มกริ่มเหมือนมีแผนบางอย่างของเพอร์ซิวัลไม่ได้ แต่ก็ขอแค่ไม่ได้อยากทำอะไรน่าเบื่ออย่างตามติดชีวิตใครซักคนก็พอ “ที่ไหนก็ได้ที่คุณอยากไป ได้ทุกที่เลย”

 

“งั้นก็…”

 

เพอร์ซิวัลยกแขนข้างที่ไม่ได้ถือช่อดอกไม้ขึ้นแล้วงอข้อศอกเหมือนสุภาพบุรุษเชื้อเชิญให้สุภาพสตรีคล้องแขนตนเอง

 

“ไปเดตในอวกาศกันมั้ย”

 

ลานสล็อตหัวเราะร่วนกับการเชิญชวนของเขา ไม่มีข้อแม้ให้ไม่เกี่ยวแขนกลับเลยซักเหตุผลเดียว

 

“อยากไปไหนก่อน ดวงจันทร์หรือดาวอังคาร”

 

“ใกล้ไป”

 

เพอร์ซิวัลกระชับแขนของลานสล็อตให้ชิดกับตัวยิ่งขึ้น

 

“พลูโตดีกว่า”

 

 

 

 


 

 

Picnic at Saturn

 

 

s-bfd24a0019dac5fabd12942d0ca3eb0d9a00c8ef

 

การเดินทางผ่านอวกาศอาจทำให้มนุษยชาติต้องเสียเวลาหลายชั่วอายุคนเพื่อข้ามไปให้ถึงจุดหมายด้วยความสามารถทั้งหมดที่มีกับเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด แต่เพอร์ซิวัลไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งตนเองจะมีโอกาสทำแบบนั้นได้โดยที่ไม่ต้องลงมือลงแรงใด ๆ ทั้งสิ้น เขายืนอยู่บนสิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับน้ำแข็ง เป็นหนึ่งในบรรดาก้อนน้ำแข็งสลับกับฝุ่นและหินที่เรียงตัวทอดยาวจนมีลักษณะเป็นวงแหวน โดยมีวิวแปลกประหลาดอย่างดาวพฤหัสบดีดวงโตประดับพื้นหลังและดวงอาทิตย์ที่ยังคงสาดแสงแรงกล้าแม้ขนาดของมันจะหดลงเทียบเท่ากับดาวฤกษ์ดวงจ้อยก็ตาม

 

“เข้าใจความรู้สึกของแคสสินีเลย”

 

เสียงของลานสล็อตดังขึ้นจากที่ไกล ๆ เพอร์ซิวัลขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีเพราะสงสัยว่าทำไมเขาถึงยังได้ยินเสียงขณะอยู่ในอวกาศได้ล่ะ

 

“ก็บอกแล้วว่าศาสตร์ของมนุษย์ใช้กับมิติของเราไม่ได้” ลานสล็อตตะโกนกลับมาโดยที่เพอร์ซิวัลไม่ได้พูดอะไรด้วยซ้ำ แถมพอรู้อีกทีเจ้าตัวก็มายืนอยู่ด้านหลังของเขาแล้ว “เราจะไปต่อกันรึยัง”

 

เพอร์ซิวัลยิ้มน้อย ๆ เขารอลานสล็อตอยู่ตรงนี้มาพักใหญ่เพราะอีกฝ่ายแยกตัวไปสำรวจวงแหวนและรอบชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ ส่วนเขาเลือกยืนรอเฉย ๆ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ อย่างทิวทัศน์สวยงามแปลกตาที่คนธรรมดาคงไม่สามารถมองเห็นอะไรแบบนี้ได้ในเวลาอันใกล้ แต่สำหรับอนาคตข้างหน้า อาจมีสักวันที่ความสามารถของมนุษย์จะนำพาตัวเองมายืนในจุดเดียวกันกับเขาก็เป็นได้

 

“วิวตรงนี้สวยดี คุณไม่คิดว่างั้นเหรอ”

 

ลานสล็อตกวาดสายตาหาก้อนหินที่มีขนาดพอเหมาะแล้วหย่อนตัวลงนั่งเพื่อมองดูภาพเดียวกับเพอร์ซิวัล “คิดสิ ภาพแบบนี้…ตอนเรามีชีวิตไม่มีทางได้เห็นแน่นอน” เขาขยับตัวให้มีพื้นที่ว่างเมื่อเห็นเพอร์ซิวัลทำท่าจะนั่งลงข้าง ๆ ตนเอง “เสียดายที่ลงไปเดินเล่นบนดาวพฤหัสไม่ได้ ไม่งั้นคงได้เห็นดาวเสาร์แบบเต็ม ๆ บ้าง

 

“ไปดาวที่อยู่ใกล้ ๆ ซักดวงแทนก็ได้นี่ แบบนั้นก็เห็นดาวเสาร์เหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

 

เพอร์ซิวัลรู้สึกถึงแรงดันที่แผ่นหลังของตนเพราะลานสล็อตทิ้งน้ำหนักทั้งตัวพิงเขาไว้พร้อมส่งเสียงจึ้กปากเบา ๆ

 

“มันต้องมองจากดาวพฤหัสซี่” เขาบ่นพึมพำเหมือนอมอากาศไว้ในปาก “คุณนี่ช่างไม่เข้าใจความโรแมนติกของผมเอาซะเลย”

 

“ผมไม่เข้าใจคนที่อยากลงไปวิ่งเล่นบนดาวแก็สหรอก ถ้าหลุดเข้าไปถึงแกนดาวคุณคงติดอยู่ที่นั่นตลอดชาติ ไม่ได้ไปพลูโตกับผมแล้วละมั้ง”

 

คำพูดของเพอร์ซิวัลทำให้ผู้ฟังนึกภาพตามแล้วหัวเราะลั่น คงตลกน่าดูถ้าดวงวิญญาณที่กำลังเริงร่าถูกดูดวูบหายเข้าไปในพื้นผิวที่มีแต่แก็ส ไม่มีทางรู้เลยว่าจะถูกแรงอัดมหาศาลภายในบีบจนสลายกลายเป็นแก็สไปด้วย หรือติดแหงกอยู่กับแกนดาวด้านในสุดแล้วต้องเป็นผีอยู่ที่นั่นไปตลอดกาลกันแน่

 

แต่นั่นก็…เป็นแค่หลักการสำหรับมนุษย์เท่านั้น กับวิญญาณคงไม่มีทางเจอผลกระทบทางกายภาพอยู่แล้ว

 

เมื่อไม่มีใครพูดอะไรต่อ ความเงียบที่ถูกต้องตามหลักของอวกาศก็เข้ามาแทนที่ เพอร์ซิวัลไม่ได้ใส่ใจความคิดเห็นในทางวิทยาศาสตร์ของลานสล็อตมากนักอย่างคำอธิบายเกี่ยวกับแรงดึงดูด วงโคจร ชั้นบรรยากาศ หรือชั้นแก็สของทั้งดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดี เขาก็แค่นั่งดูความเป็นไปของกาแล็กซีที่คงอยู่มาไม่รู้กี่ล้านล้านปีมาแล้ว เป็นความงดงามที่ข้ามผ่านกาลเวลามาแสนนานและยืนยาวจนถึงปัจจุบัน

 

“เบื่อแล้วก็บอกนะ เผื่อคุณอยากไปต่อ”

 

ลานสล็อตทิ้งศีรษะลงกับบ่าของเพอร์ซิวัลแล้วโยกไปมาก่อนตอบ “มีคนนั่งอยู่ด้วยไม่เบื่อหรอก จะนั่งจนพระอาทิตย์ตกก็ได้”

 

นั่นสินะ

 

ก็ในเมื่อเวลาไม่ใช่ตัวแปรสำคัญ พวกเขาจะนั่งอยู่อย่างนี้จนดวงอาทิตย์จมหายไปกับเส้นขอบฟ้า หรือได้เห็นทุกส่วนเสี้ยวของดาวพฤหัสบดีในยามที่ความมืดค่อย ๆ เบียดบังจนมิดทั้งดวง หรือแม้กระทั่งรอให้ดาวหางซักดวงโคจรพุ่งเข้าชนวงแหวนของดาวเสาร์ก็ยังได้

 

เหลือก็แค่

 

การแวะพักกลางทางครั้งนี้จะจบลงเพราะคนขี้เบื่อข้าง ๆ นี่ทนไม่ไหวจนเป็นฝ่ายรบเร้าให้เดินทางต่อเมื่อไหร่เท่านั้นแหละ

 

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s